วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิธีรับมือกฎเหล็ก USA และ UK หากต้องนำโน้ตบุ๊ก-แท็บเล็ต ขึ้นเครื่องบิน

ไทยรัฐออนไลน์ มีข้อแนะนำ ในการรับมือคำสั่งห้ามสายการบินจากตะวันออกกลาง นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นเครื่องเข้าสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร กับ 5 ทางเลือกที่ผู้โดยสารปฏิบัติตามได้ เพื่อการเดินทางที่ราบรื่น...

เรียกได้ว่าเป็นเรื่องที่สร้างความฮือฮาและช็อกฟ้าผ่าสำหรับคนที่ต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน เพื่อเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ภายหลังจากที่ สำนักงานความปลอดภัยการขนส่งสหรัฐอเมริกา (TSA) ได้มีคำสั่งใหม่ ถึงสายการบินต่างๆ ซึ่งมีเที่ยวบินจาก 13 ประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา เดินทางมายังสหรัฐฯ​ ห้ามไม่ให้ผู้โดยสารนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดใหญ่กว่า ‘สมาร์ทโฟน’ ติดตัวขึ้นเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็น โน้ตบุ๊ก, ไอแพด, กล้องถ่ายรูป เนื่องจากเป็นการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยจากเหตุร้าย ตามข่าว ไอแพดหมดสิทธิ มะกันห้าม13 ชาตินำอุปกรณ์อิเล็กฯใหญ่กว่ามือถือขึ้นเครื่อง

ไม่ใช่แค่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น รัฐบาลของสหราชอาณาจักร หรือ ยูเค​ ก็ได้ออกประกาศ กำลังพิจารณาที่จะห้ามไม่ให้ผู้โดยสาร 14 สายการบิน ที่จะเดินทางเข้าประเทศจาก 6 ประเทศในตะวันออกกลาง นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีขนาดใหญ่กว่า ‘สมาร์ทโฟน’ ติดตัวขึ้นเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็น โน้ตบุ๊ก, ไอแพด, กล้องถ่ายรูป ขึ้นเครื่อง เจริญรอยตามสหรัฐฯ ที่ประกาศใช้มาตรการดังกล่าวกับ 9 สายการบิน และ 10 สนามบินในตะวันออกกลางและแอฟริกา ตามข่าว UK เอาด้วย! ห้าม 14 สายการบินนำอุปกรณ์ไฟฟ้าใหญ่เกินไอโฟน 7 ขึ้นเครื่อง

อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้ว่า นักเดินทางยุคนี้พกพาอุปกรณ์ทั้งโน้ตบุ๊ก และแท็บเล็ตกันเป็นเรื่องปกติ ทั้งคนที่ต้องเดินทางไปทำธุระ ไปประชุม หรือไปทำงาน เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวที่อาจจะพกกล้องถ่ายรูปทั้งกล้องมิเรอร์เลส และกล้องดิจิตอลดีเอสแอลอาร์ อันใหญ่ๆ เลนส์โตๆ เพื่อถ่ายภาพความประทับใจในการเที่ยวไปตามที่ต่างๆ แต่เมื่อผู้โดยสารที่ต้องเดินทางเข้าสหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตามระเบียบ ทางเลือกที่เหลืออยู่ในตอนนี้จึงมีไม่มากนัก โดยเฉพาะคนที่จำเป็นต้องบินด้วยสายการบินจากตะวันออกกลาง หรือซื้อตั๋วไปแล้วจะต้องเดินทางในเร็วๆ นี้

เมื่อไม่สามารถนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นเครื่องได้ ทางเลือกของผู้โดยสาร ที่ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้ช่วยหาทางออกให้กับปัญหานี้นั้น มีดังต่อไปนี้

1. การนำอุปกรณ์เหล่านี้ใส่กระเป๋าเดินทาง แล้วโหลดไปใต้ท้องเครื่อง แน่นอนว่า วิธีนี้ไม่มีใครอยากทำ เพราะเสี่ยงต่อความเสียหายจากการโยน การกระแทก อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกลักขโมยระหว่างที่กระเป๋าถูกลำเลียงขึ้นเครื่องบิน แต่ก็เป็นทางเดียวที่จะสามารถนำอุปกรณ์ไปยังที่หมายปลายทางได้พร้อมกัน แต่อาจจะต้องทำสิ่งต่อไปนี้เพิ่ม

1.1 การเลือกซื้อเคส หรือซองกันกระแทกสำหรับโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตที่มีคุณภาพ เมื่อคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูล การลงทุนซื้อกระเป๋าเดินทาง ที่แข็งแรง ป้องกันการกระแทก ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้

1.2 การทำประกันภัยการเดินทาง ที่ต้องเลือกให้ครอบคลุมการคุ้มครองอุบัติเหตุ หรือสูญหาย ให้กับอุปกรณ์ที่นำติดตัวไปด้วย

2. การสำรองข้อมูลจากโน้ตบุ๊กที่ใช้ประจำใส่ในฮาร์ดดิสก์พกพา หรือ แฟลชไดรฟ์ความจุสูงๆ เพื่อไปเปิดกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ปลายทาง เช่น คอมพิวเตอร์ของโรงแรม หรือของออฟฟิศสำนักงานที่จะไปทำงาน หรือไปประชุม บางทีอาจจะมีบริการให้เช่าใช้งาน โน้ตบุ๊ก หรือแท็บเล็ต ก็สามารถเอาไปใช้ทำงานต่อได้ทันที

3. เป็นวิธีที่เหมือนขี่ช้างจับตั๊กแตน นั่นคือ การแพ็กโน้ตบุ๊กใส่กล่องแล้วส่งเป็นพัสดุไปยังประเทศปลายทาง แต่ดูเหมือนว่านี่คงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้อง

3. เปลี่ยนเส้นทางการเดินทาง จากที่นั่งเครื่องบินไปต่อยังสนามบินในตะวันออกกลาง เช่น ดูไบ โดฮา หรือ อิสตันบูล ก็เปลี่ยนไปนั่งที่ต่อเครื่องในยุโรปแทน เช่น แฟรงก์เฟิร์ต มิวนิก ปารีส หรือนั่งสายการบินที่ไม่อยู่ในรายชื่อการควบคุมเข้ม รวมทั้งเปลี่ยนจากนั่งเครื่องบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก จากทางยุโรปเข้าสหรัฐฯ ทางฝั่งตะวันออก เช่น นิวยอร์ก ชิคาโก หรือ วอชิงตัน ดี.ซี. มาเป็นการบินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก เข้าสหรัฐฯ ทางฝั่งตะวันตก เช่น ลอสแอนเจลิส ซานฟรานซิสโก หรือ ซีแอตเติล แล้วค่อยนั่งเครื่องบินภายในประเทศ เดินทางต่อไปยังเมืองปลายทางแทน โดยวิธีแบบนี้อาจจะกระทบเวลาในการเดินทาง ค่าโดยสารบ้าง และความสงบหากต้องการพักผ่อนบนเครื่องบิน ถ้าต้องไปต่อเครื่องที่เมืองจีน แต่ก็สามารถนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ขึ้นเครื่องเข้าสหรัฐฯ ได้

4. สำหรับคนที่ไม่ชอบความยุ่งยาก เมื่อไม่สามารถพกโน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต หรือ กล้องถ่ายภาพได้ ก็หาสมาร์ทโฟนที่สามารถใช้ทำงาน ถ่ายภาพ หรือ เล่นเกม ดูหนังได้ โดยอาจจะเลือกในขนาดจอ 5 นิ้ว ขึ้นไป เพื่อความสบายตา เป็นต้น

5. หากตัดสินใจไม่เอาโน้ตบุ๊ก หรือแท็บเล็ตไปเลย แล้วเพลิดเพลินกับระบบความบันเทิงหน้าที่นั่ง หรือ Inflight Entertainment เพราะ ขณะนี้ สายการบินต่างๆ ที่เป็นฟูลเซอร์วิส ต่างแข่งกันนำเสนอประสบการณ์ความบันเทิงจากจอหน้าที่นั่ง และยิ่งเมื่อต้องบินกับเครื่องบินโดยสารรุ่นใหม่ๆ อาทิ ตระกูลโบอิ้ง 777 ตระกูลโบอิ้ง 787 หรือ ตระกูลแอร์บัส เอ330-300 แอร์บัส เอ350-900 และ แอร์บัส เอ380-800 ที่มีให้บริการอยู่ในหลายสายการบินชั้นนำของตะวันออกกลาง จอภาพหน้าที่นั่งยิ่งคมชัดดูสบาย ภาพยนตร์ใหม่ๆ ก็มีให้เลือกชมมากมายเหมือนกัน 

อย่างไรก็ตาม กฎระเบียบเรื่องการนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ขึ้นเครื่องบิน อาจจะมีการประกาศเพิ่มเติมขึ้นมาโดยชาติอื่นๆ รวมถึงสายการบินอื่นๆ อีกในอนาคต ผู้โดยสารจึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อม และรับมือกับกฎระเบียบใหม่ๆ เพื่อให้การเดินทางราบรื่น โดยที่ไม่กระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยว และความปลอดภัยของส่วนรวม.

ไทยรัฐออนไลน์ มีข้อแนะนำ ในการรับมือคำสั่งห้ามสายการบินจากตะวันออกกลาง นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นเครื่องเข้าสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร กับ 5 ทางเลือกที่ผู้โดยสารปฏิบัติตามได้ เพื่อการเดินทางที่ราบรื่น... 23 มี.ค. 2560 04:45 ไทยรัฐ