วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถึงเวลาเปลี่ยน

โดย โจโจ้

ยังอยู่ในช่วงแห่งความสุขของคนไทยหลัง “เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ช็อกโลกด้วยการคว่ำยอดนักชกไร้พ่าย “โรมัน กอนซาเลซ” ที่นิตยสาร “เดอะริงค์” ยกให้เป็นนักชกเบอร์ 1 ของโลกถ้าเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ กระชากแชมป์โลกรุ่นซุปเปอร์ฟลายเวทสภามวยโลกกลับไทย

ชัยชนะครั้งนี้หักปากกาเซียนไปตามๆกัน เหมือนเมื่อคราวที่ “เจ้าเพชร” อำนาจ เกษตรพัฒนา อดีตแชมป์โลกรุ่นฟลายเวทสหพันธ์มวยนานาชาติ เคยทำได้เมื่อครั้งที่ไปชนะ “คัตสึโตะ อิโอกะ และซู ชิ หมิง” ถึงถิ่นทั้งคู่มาแล้ว เพราะก่อนไปต่างก็ถูกปรามาสว่าเสียแชมป์แน่นอน

ความสำเร็จของ “เจ้าแหลม” ครั้งนี้ถือว่ายิ่งใหญ่ เพราะนอกจากชนะนักชกเบอร์หนึ่งของโลกแล้ว ที่ขลังที่สุดคือการชนะบนสังเวียน “เมดิสันสแควร์ การ์เดน” ที่ถือเป็นเวทีเก่าแก่ของวงการมวยโลก ที่ยกให้เป็นเมกกะของมวยโลก ได้เป็นคนแรกของนักชกไทย

ก่อนหน้านี้นักชกของไทยมีโอกาสได้สัมผัสสังเวียนเก่าแก่แห่งนี้แล้ว 2 คนคือ ยอดสนั่น 3 เค แบตเตอรี่ ที่ไปเสียแชมป์โลก ส่วนอีกคน ฟ้าลั่น ศักดิ์กรีรินทร์ ที่แพ้คะแนนในการขึ้นชิงแชมป์โลก

การคว้าแชมป์โลกของ “เจ้าแหลม” นับเป็นนักชกคนที่ 2 ที่ได้เข็มขัดบนถิ่นมะกัน ซึ่งคนแรกที่ช็อกโลกคือ “หมานข้าวมันไก่” สมาน ส.จาตุรงค์ ที่เคยสร้างความเจ็บช้ำให้กับยอดมวยรุ่นเล็ก “ฮุมเบอร์โต กอนซาเลซ” นักชกจังโก้มาแล้ว

วันนี้ชื่อเสียงของ “เจ้าแหลม” ยิ่งกว่าขึ้นห้างพารากอนเสียอีก การชนะนักชกเบอร์ 1 ของโลกบนสังเวียนเก่าแก่เท่ากับได้ 2 แรงบวก นับจากนี้ไปชื่อของ “เจ้าแหลม” จะเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกและเป็นที่ยอมรับว่าเป็นยอดมวยของจริง

ซึ่งจุดนี้คือข้อดีของการไปโชว์ฝีไม้ลายมือในต่างแดน ยิ่งชนะมากเท่าไหร่ชื่อเสียงก็ดังมากยิ่งขึ้น ผิดกับการชกในบ้านต่อให้ชนะเป็นร้อยครั้งก็ไม่ดัง เพราะเปรียบเสมือนการเก่งแต่ในบ้าน

การที่นักชกไทยจะยิ่งใหญ่และโด่งดังเหมือนกับ “แพ็กแมน” แมนนี ปาเกียว ซุปเปอร์สตาร์เอเชีย ก็ต้องไปป้องกันที่ต่างแดนให้บ่อยครั้ง และสร้างชื่อให้ต่างประเทศรู้จักเพื่อจะได้ติดตามและอยากซื้อบัตรเข้าชมการชก แต่ถ้าเราเก่งในบ้าน แต่แฟนคลับต่างแดนไม่รู้จักยังไงก็ไม่มีราคา

นับจากนี้ไปหากบรรดาโปรโมเตอร์เมืองไทยยังทำตัวเหมือนกบในกะลามีแต่ความคิดเดิมๆ ที่คอยแต่จะป้องกันแชมป์โลกในบ้านเพียงอย่างเดียว โดยไม่สนใจที่จะไปป้องกันนอกบ้านเพราะกลัวไม่มีเข็มขัดแชมป์โลกไว้ประดับบารมี

บอกได้เลยว่าโอกาสที่จะโด่งดังคงจะยาก ที่สำคัญมันจะส่งผลให้มูลค่าในตัวเองต่ำด้วยเช่นกัน จึงไม่แปลกที่วันนี้ทำไมแชมป์โลกชาวไทยจึงมีค่าตัวที่น้อยเวลาที่ไปป้องกันต่างแดน แต่ถ้าคนไหนเคยไปป้องกันแชมป์ต่างแดนหลายไฟต์จนเป็นที่รู้จักของแฟนมวย มูลค่าก็จะสูงตามไปด้วย

ถึงเวลาแล้วครับที่วงการมวยโลกควรเริ่มปรับ เปลี่ยนแนวคิดกันใหม่ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้ทั้งระบบของมวยโลกในไทยมีมูลค่าสูงขึ้น ไม่ใช่ต่ำลงเรื่อยๆ.

โจโจ้

23 มี.ค. 2560 02:28 23 มี.ค. 2560 02:28 ไทยรัฐ