วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โฆษกศาลฯเตือนคดีลหุโทษปรับเงินขั้นสูงไม่เกิน 1 หมื่น จากเดิมแค่ 1 พัน

โฆษกศาลยุติธรรม เผย กฎหมายอาญาที่มีการแก้ไขในปีนี้มีผลบังคับแล้วตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ระบุคดีลหุโทษ ปรับเงินขั้นสูงไม่เกิน 1 หมื่นบาท จากเดิมที่ปรับแค่ไม่เกิน 1 พันบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ...

เมื่อวันที่ 22 มี.ค.60 นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า กฎหมายอาญาที่ได้มีการแก้ไขปี 2560 มีผลบังคับใช้แล้ว โดยมีการแก้ไขในหลักสาระสำคัญรวม 3 ประเด็นคือ ประการที่ 1 เป็นเรื่องของยึดทรัพย์สินเพื่อใช้แทนค่าปรับ หรือ การกักขังแทนค่าปรับ ถ้ามิได้กระทำการยึดทรัพย์ภายในกำหนด 5 ปี นับแต่วันที่มีการฟังคำพิพากษาถึงที่สิ้นสุดจะยึดทรัพย์สิน ไม่ได้

ประการที่ 2 เป็นการแก้ไขอัตราโทษปรับให้สอดคล้องกับสภาวะการในปัจจุบัน ในคดีลหุโทษ จากเดิมโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 พันบาท แก้เป็นโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับมีผลบังคับใช้ไปแล้ว

ประการที่ 3 ในความผิดบางฐานกฎหมายอาญามีเฉพาะโทษจำคุก แต่การแก้ไขครั้งนี้ก็มีการปรับปรุงแก้ไขในโทษจำคุกและโทษปรับด้วย เช่น ความผิดตามประมวลกฎหมาอาญามาตรา 297 , 298 ที่เป็นฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสกับมีเหตุฉกรรจ์ต้องเพิ่มโทษ

ทั้งนี้การแก้ไขดังกล่าวจะมีผลนับตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.60 ที่กฎหมายใช้บังคับการกระทำความผิดที่เกิดขึ้นหลังวันที่ 21 มี.ค ที่ผ่านมาจะต้องใช้อัตราโทษจำคุกและโทษปรับตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่

เมื่อถามว่าการขึ้นค่าปรับดังกล่าว จะมีผลให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพขึ้นหรือไม่ นายสืบพงษ์ กล่าวว่า ก็ถือว่ามีหลักเกณฑ์ที่มีการบังคับใช้แน่นอนว่า การยึด หรือ อายัดทรัพย์สินนั้นจะทำภายในอายุความ 5 ปี เจ้าพนักงานจะต้องดำเนินการขวนขวายหาทางในการยึดทรัพย์สิน เช่น มีเงินเดือนก็จะต้องตามไปอายัดเพื่อใช้ค่าปรับ เพื่อให้การบังคับคดีตามกฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.

โฆษกศาลยุติธรรม เผย กฎหมายอาญาที่มีการแก้ไขในปีนี้มีผลบังคับแล้วตั้งแต่วันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา ระบุคดีลหุโทษ ปรับเงินขั้นสูงไม่เกิน 1 หมื่นบาท จากเดิมที่ปรับแค่ไม่เกิน 1 พันบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ... 22 มี.ค. 2560 23:04 ไทยรัฐ