วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมพินิจฯ เปิดทดลองแอปฯ ให้ ปชช.แจ้งเหตุเด็กแว้น-ร้านเหล้าผิด ก.ม.

กรมพินิจฯ ร่วมกระทรวงดิจิทัลฯ เปิดทดลองแอปพลิเคชัน “Information Zoning Awareness System (IZA) หรือ ไอซ่า” ให้ ปชช.แจ้งเหตุเด็กแว้น ทะเลาะวิวาท-ร้านเหล้าใกล้สถานศึกษา นำร่องใช้ใน กทม. ตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 22 มี.ค.60 ที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการอำนวยการศูนย์อำนวยการประสานกำกับติดตามผลการดำเนินงานตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 22/2558 พร้อมด้วย น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ น.ส.สุภาพิศ ผลงาม รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (สทอภ.) ร่วมกันแถลงการทดลองใช้ระบบแอปพลิเคชันการแจ้งเหตุการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2558 ซึ่งเกี่ยวกับมาตราในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งขันรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางสาธารณะ และการควบคุมสถานบริการ หรือสถานประกอบการที่ให้บริการในลักษณะคล้ายกับสถานบริการ

นายวิศิษฏ์ กล่าวว่า สำหรับแอปพลิเคชันการแจ้งเหตุ หรืออีกชื่อคือ Information Zoning Awareness System (IZA) หรือ ไอซ่า เป็นแอปพลิเคชันที่จะใช้ในการตรวจสอบการกระทำความผิดตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 22/2558 ซึ่งการทดลองใช้ในครั้งนี้ จะทำการทดลองใช้ในเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นระยะเวลา 3 เดือน ซึ่งแอปพลิเคชันนี้จะทำให้เราทราบว่าพื้นที่กรุงเทพฯ มีเขตใดที่อยู่ในเขตใกล้เคียงสถานศึกษา หรือพื้นที่โซนนิ่ง ที่เราได้มีการห้ามเปิดร้านสุราหรือจำหน่ายสุราในพื้นที่เขตดังกล่าว ยกเว้นร้านที่เปิดให้บริการมาก่อนที่คำสั่ง คสช.ฉบับนี้จะมีประกาศ แต่ถ้าร้านที่อยู่ในพื้นที่โซนนิ่งทำผิดกฎหมายก็จะถูกสั่งปิดถาวร ส่วนพื้นที่ที่อยู่นอกเขตพื้นที่โซนนิ่ง หากทำผิดก็จะถูกสั่งปิดเป็นระยะเวลา 5 ปี

นายวิศิษฏ์ กล่าวต่อว่า โดยแอปพลิเคชันนี้จะทำให้เจ้าหน้าที่สามารถทำงานได้เพิ่มขึ้น ซึ่งเราได้มีการลงข้อมูลในกรุงเทพฯ เกี่ยวกับใบอนุญาตการขายสุราทั้งหมดลงไปด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบได้ชัดเจน ถูกต้อง และดีขึ้น ขณะเดียวกันคณะกรรมการยังได้เห็นชอบที่จะนำแอปพลิเคชันดังกล่าวมาเป็นระบบให้ประชาชนสามารถแจ้งเหตุ ชี้จุด รวมถึงส่งพยานหลักฐานที่เป็นภาพถ่ายและภาพวิดีโอ รวมถึงแชร์โลเคชั่นที่เกิดเหตุให้เจ้าหน้าที่ได้รับทราบได้อีกด้วย ซึ่งจะสามารถใช้ในการดำเนินคดีต่อไป และจะเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงสินบนนำจับด้วย ซึ่งเราจะได้มีการหารือกันต่อไป

ด้าน น.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า การทำงานครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ โดยทำงานในรูปแบบของคณะกรรมการ ซึ่งตนเป็นประธานอนุกรรมด้านระบบสารสนเทศและทางภูมิศาสตร์ ซึ่งมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันทำงาน โดยมี สทอภ. เป็นผู้พัฒนาระบบ โดยปัจจุบันเทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญ หากเรามีเทคโนโลยีในการช่วยกันดูแลหรือทำความเข้าใจให้กับประชาชนและรัฐบาลได้เข้าใจตรงกันและทำงานร่วมกันในพื้นที่ต่างๆ ที่เป็นจุดล่อแหลม ทั้งบริเวณท้องถนนก็ดีหรือในสถานศึกษาก็ดี จะทำอย่างไรให้มีการอัพเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์และมีการทำความเข้าใจร่วมกัน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการนำข้อมูลต่างๆ ที่ทำมาใช้ร่วมกัน

น.อ.สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ช่วงนี้เป็นช่วงทดสอบระบบ ก็จะเริ่มดำเนินการในช่วงนี้ถึงเดือน พ.ค.นี้ ก่อนจะพัฒนาระบบต่อไปให้ดีขึ้น จากเดิมใช้ในพื้นที่กรุงเทพฯ เราก็จะขยายไปในพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดเป้าหมาย และระยะต่อไปก็จะขยายให้ครบทุกพื้นที่ ส่วนอนาคตเราจะต้องนำระบบนี้ไปเชื่อมโยงกับระบบอื่น ซึ่งกำลังพัฒนาควบคู่กันไปทั้งเรื่องของแผนที่และระบบต่างๆ ที่เป็นการบูรณาการการทำงานของรัฐบาล หรือบูรณาการข้อมูลต่างๆ ที่มีอีกหลายกระทรวงที่รับผิดชอบ ทั้งนี้เราอยากให้ประชาชนรับทราบว่าเรื่องนี้จะเป็นฐานข้อมูลที่ดูแลประชาชนไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของบุตรหลาน และมีผลกระทบต่อผู้ปกครองหรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับอุบัติเหตุบนท้องถนน

ขณะที่ น.ส.สุภาพิศ กล่าวว่า สทอภ.ได้พัฒนาระบบการบริหารจัดการ โดยใช้จีไอเอสให้กับกรมพินิจฯ เพื่อกำหนดพื้นที่โซนนิ่งป้องกันปัญหาเด็กแว้นและการทะเลาะวิวาท โดยมีประชาชนช่วยแจ้งเตือนมายังภาครัฐ ซึ่งในระบบแอปพลิเคชันจะมีการใช้ประชาชนแจ้งชื่อ นามสกุล และจุดเกิดเหตุ รวมทั้งภาพเคลื่อนไหวเข้าสู่ระบบ เมื่อเจ้าหน้าที่ข้อมูลก็จะตรวจสอบได้ทันทีว่าเกิดเหตุใดขึ้น ซึ่งข้อมูลการรับแจ้งจะเป็นความลับ จากนั้นเจ้าหน้าที่นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อแจ้งเตือนและกำหนดนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาในอนาคต ทั้งนี้คาดว่าจะพัฒนาระบบดังกล่าวให้ใช้ได้อย่างสมบูรณ์และมีผลบังคับใช้ตามกฎหมายได้ภายใน 3 ปี ทั้งนี้ในอเมริกามีการนำระบบ GOINT มาใช้ตรวจสอบการเกิดเหตุร้ายในพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่ง สทอภ.ก็จะพัฒนาระบบในลักษณะนี้ เพื่อให้สามารถติดตามและแจ้งเตือนเหตุร้ายได้ต่อไป.

กรมพินิจฯ ร่วมกระทรวงดิจิทัลฯ เปิดทดลองแอปพลิเคชัน “Information Zoning Awareness System (IZA) หรือ ไอซ่า” ให้ ปชช.แจ้งเหตุเด็กแว้น ทะเลาะวิวาท-ร้านเหล้าใกล้สถานศึกษา นำร่องใช้ใน กทม. ตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/2558 22 มี.ค. 2560 18:20 22 มี.ค. 2560 22:44 ไทยรัฐ