วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผู้หญิงชอบใช้ ผู้ชายชอบขับ HONDA CITY MINOR CHANGE 2017

ผู้หญิงชอบใช้ ผู้ชายชอบขับ HONDA CITY MINOR CHANGE 2017

  • Share:

Honda City ยานยนต์คนเมืองเริ่มต้นวงจรชีวิตในปี 1996 โดยมีรถ Honda Civic รุ่นปี 1994 เป็นต้นแบบในการพัฒนา เป็นการออกแบบและผลิตรถยนต์ที่มีราคาไม่แพงสำหรับการทำตลาดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากนั้นในปี 2008 City สามารถทำยอดจำหน่ายได้ถึง 1 ล้านคันทั่วโลก และกลายเป็นรถยนต์รุ่นหลักของ Honda ในตลาดต่างประเทศ รถ Honda City รุ่นที่สามถือเป็นรถยนต์รุ่นเรือธงของค่าย Honda โดยมีขายใน 55 ประเทศ และสามารถทำยอดได้ถึง 2.2 ล้านคันนับถึงเดือนกันยายน 2556 นอกจากจะเป็นยนตรกรรมยอดนิยมแล้ว City ยังได้รับรางวัลต่างๆ มากมายจากประสิทธิภาพของตัวรถ

สำหรับการพัฒนารถ Honda City รุ่นปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ 2017 ทีมวิศวกรของ Honda ได้เดินทางไปยังประเทศต่างๆ ที่มีรถรุ่นนี้จำหน่ายเพื่อทำการรวบรวมข้อมูลและรับฟังความคิดเห็นตลอดจนข้อเสนอแนะของลูกค้าที่ใช้รถรุ่นนี้ ทำให้ทราบถึงการใช้งานในชีวิตประจำวันของลูกค้า การประเมินผลและเก็บข้อมูลถนนหนทางในเมืองใหญ่ รวมถึงลักษณะของการขับขี่ใช้งาน สำหรับประเทศไทย วิศวกรของ Honda ได้เข้ามาสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างของครอบครัวและระยะทางในการขับขี่จริงในชีวิตประจำวัน ตลอดจนการพูดคุยกับลูกค้าในประเทศไทยถึงความต้องการในการใช้งานและสภาพการขับขี่ทั้งในเมืองและบนไฮเวย์

Honda City รุ่นสูงสุด SV+ ราคา 751,000 บาท เป็นรถยนต์ขนาดเล็กรุ่นยอดนิยมมาพร้อมกับการปรับโฉมครั้งใหญ่ในรูปแบบ Minor Change 2017 นี่คือรถที่ผู้หญิงชอบใช้และผู้ชายชอบเอาไปขับ! จากความสามารถในการใช้งานทั้งในและนอกเมือง ขนาดที่เล็กทำให้เกิดความคล่องตัวรวมถึงราคาที่คนทั่วๆ ไปเอื้อมถึง Honda City โมเดลไมเนอร์เชนจ์ประจำปี 2017 ถูกเปิดผ้าคลุมไปเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นการทำตลาดสานต่อตัวเลขยอดขายที่ดีของรถรุ่นนี้จากค่าย Honda ด้วยการปรับปรุงบางสิ่งบางอย่างใน City Minor Change ให้ดีขึ้นและมีความน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น 

City เวอร์ชั่นปรับโฉมประจำปี 2017 มาพร้อมกับกระจังหน้าและไฟหน้ารวมถึงสปอยเลอร์หน้าใหม่หมด ทำให้หน้าตาของมันดูละม้ายคล้ายคลึงกับ New Civic FC กระจังหน้าแบบโครเมียมออกแบบให้มีรูปทรงที่สอดรับกับสปอยเลอร์หน้า โคมไฟหน้าแบบใหม่ทำให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น เป็นชุดไฟหน้าที่ติดตั้งไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Lights ที่สว่างคมชัดจนมองเห็นได้อย่างชัดเจนในเวลากลางวัน ไฟ LED ตามสมัยนิยมที่ช่วยเหนี่ยวนำให้รูปลักษณ์ของรถรุ่นนี้มีความทันสมัยแต่ก็ไม่ได้แตกต่างจากรุ่นก่อนมากนัก กระจกมองข้างติดตั้งเลนไฟเลี้ยวไว้ภายใน รวมถึงเสาอากาศแบบครีบปลาฉลาม ไฟท้ายแบบ LED ที่ให้ความคมชัดสูงในด้านแสงจากไฟเบรกและไฟถอยหลังแม้จะขับขี่ในตอนกลางวัน ไฟเบรกดวงที่สามวางตำแหน่งอยู่กึ่งกลางภายในกระจกบังลมบานหลังและใช้หลอดแบบ LED สำหรับกันชนหลังหรือสปอยเลอร์หลังในบริเวณมุมทั้งสองข้างติดตั้งแผ่นพลาสติก สะท้อนแสงเพื่อความปลอดภัยเมื่อขับขี่หรือจอดรถในตอนกลางคืน Honda City ใส่ล้ออัลลอยขอบ 16 นิ้วห่อรัดด้วยยาง bridgestone turanza ER370 ไซส์ 185/55R16 83H

Honda City 2017 มีมิติตัวถังที่พอดิบพอดีกับมือใหม่ที่เพิ่งจะขับรถเป็น เนื่องจากมีขนาดไม่ใหญ่โตจนควบคุมหรือกะระยะได้ยาก ตัวถังที่กะทัดรัดมีความยาว 4,440 มิลลิเมตร กว้าง 1,695 มิลลิเมตร และสูง 1,477 มิลลิเมตร ฐานล้อวัดจากดุมล้อหน้าไปถึงดุมล้อหลัง 2,600 มิลลิเมตร ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า 1,476 มิลลิเมตร ระยะห่างระหว่างล้อคู่หลัง 1,465 มิลลิเมตร ถังเชื้อเพลิงจุ 40 ลิตร และมีน้ำหนักตัวรถทั้งคันที่ 1,102 กิโลกรัม การขับเคลื่อนเน้นความคล่องแคล่วเป็นหลัก ด้วยน้ำหนักตัวแค่ 1.1 ตัน ทำให้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร สามารถคายพิษสงได้อย่างเต็มที่ พวงมาลัยที่ความเร็วต่ำเบาสบายข้อมือสุดๆ ไม่ว่าจะถอยเข้าถอยออกในที่คับแคบ การเลี้ยวกลับลำหรือวิ่งด้วยความเร็วต่ำในเมืองพวงมาลัยที่เบามือช่วยทำให้ควบคุมได้ง่าย แต่ที่ย่านความเร็วสูงเกินกว่า 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พวงมาลัยก็ยังมีน้ำหนักที่เบาเกินไปจนทำให้ขาดความมั่นใจและต้องใช้ความระวังเมื่อต้องการเปลี่ยนช่องทางขณะขับบนไฮเวย์

ภายในมีพื้นที่มากพอสำหรับคนขับและผู้โดยสารอีก 3 คน เบาะคู่หน้าหุ้มด้วยผ้าสีดำปรับตั้งด้วยมือ เบาะหลังมีพื้นที่วางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะพอเพียงที่จะไม่สร้างความรู้สึกอึดอัดหรือคับแคบ หากคุณเป็นคนที่มีรูปร่างปกติไม่ได้อ้วนเป็นหมีหรือสูงโย่งราวกับเสาไฟฟ้ารับรองว่าการนั่งโดยสารที่เบาะหลังจะเป็นอะไรที่สบายตัวสุดๆ! เบาะหลังของ City สามารถพับในรูปแบบ 60-40 ช่วยอำนวยความสะดวกในการขนสัมภาระชิ้นโตหรือการยัดจักรยานใส่ท้ายรถได้สะดวกขึ้น  

รุ่น SV Plus 751,000 บาท วางคอนโซลแดชบอร์ดขึ้นรูปด้วยพลาสติกสี Gun Matallic พวงมาลัยไฟฟ้าทรง 3 ก้านพร้อมแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์หลังพวงมาลัยหรือ Paddle Shift พวงมาลัยของ City Minor Change ติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control สวิตช์รับหรือวางสายโทรศัพท์พร้อมสวิตช์ควบคุมชุดเครื่องเสียงที่มีช่องต่อเชื่อม AUX USB HDMI ระบบการเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สายหรือบลูทูธ สวิตช์สตาร์ตเครื่องยนต์ สวิตช์ควบคุมระบบประตู

มาตรวัดแบบ 3 ช่องมาพร้อมกับมาตรวัดความเร็ว มาตรวัดรอบแบบเรืองแสงและจอภาพแสดงข้อมูลการขับขี่ MID Multi information display ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส รองรับการเชื่อมต่อทั้งภาพและเสียงผ่าน HDMI โดยมีลำโพง 8 ตำแหน่งคอยขับกล่อมยามเดินทาง ระบบควบคุมอากาศภายในห้องโดยสารใช้หน้าจอสัมผัสลักษณะเดียวกับจอมัลติฟังก์ชั่น แผงควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสารออกแบบใหม่โดยใช้ระบบสัมผัสที่หน้าจอสำหรับการสั่งงานทั้งหมดสำหรับรุ่นสูงสุดซึ่งเป็นรถทดสอบ แผงควบคุมระบบปรับอากาศลอกเลียนแบบการหมุนของจอภาพเพื่อความสะดวกในการปรับตั้งอุณหภูมิ ชุดควบคุมระบบปรับอากาศภายในจะเรืองแสงเมื่ออยู่ในที่มืด สำหรับแผงควบคุมที่ใช้ในการกดเลือกการปรับตั้งอุณหภูมิ ทั้งพัดลมและระดับของความเย็นแบบ Smart Touch Panel พร้อมหน้าจอที่แบนเรียบมีการเรืองแสงเมื่อถูกสัมผัสขณะทำการใช้งาน

โหมด Hands Free Telephone หน้าจอจะแสดงผลของการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ไร้สาย โหมด Siri Eyes Free Mode รองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri สำหรับโทรศัพท์ iPhone รุ่น 4s ขึ้นไป โหมด Audio Display หน้าจอจะแสดงผลในโหมดของการควบคุมเครื่องเสียง โหมด HondaLink Application ใช้งานเฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่น โหมด Fuel Consumption Display หน้าจอแสดงผลอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง โหมด Navigaton รองรับ HondaLink Application ใช้งานเฉพาะสมาร์ทโฟนบางรุ่น จอมัลติฟังก์ชั่น Advanced Touch ยังเชื่อมต่อกับกล้องมองหลังเพื่อความปลอดภัยขณะขับถอยหลังอีกด้วย

เครื่องยนต์ของ Honda City Minor Change 2017 เป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบแถวเรียง 4 สูบ แคมเดี่ยว SOHC พร้อมระบบวาล์วแปรผันสองฝั่ง (ไอดีและไอเสีย) i-VTEC วางตามขวางขับเคลื่อนล้อหน้า เครื่องยนต์มีปริมาตรความจุ 1,497 ซีซี จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ PGM-F1 กำลังสูงสุด 117 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 86 กิโลวัตต์ หรือ 146 นิวตันเมตร ที่ 4,700 รอบต่อนาที ปรับปรุงบนพื้นฐานของบล็อกเครื่องยนต์ที่ใช้งานในปัจจุบัน รองรับเชื้อเพลิงทางเลือก E85 โดยมี ECU หรือกล่องควบคุมที่สามารถปรับองศาของระบบจุดระเบิดเพื่อให้การใช้เชื้อเพลิง มีความประหยัดและเกิดประสิทธิภาพสูง ถังเชื้อเพลิงจากที่เคยอยู่ในตำแหน่งใต้ผู้โดยสารตอนหน้าถูกย้ายไปไว้ที่ด้านหลังเพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดี เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรของ New City ยังมีฟังก์ชั่น Ecological Drive Assist System หรือ E-CON System เพื่อแนะนำผู้ขับสำหรับการขับขี่แบบประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

คันเร่งไฟฟ้าออกแนวเบาหวิว การขับใช้งานในเมืองเมื่อลองแบบจริงจังนาน 7 วันมีขับสลับออกทางไกลไปบางไทรใกล้ๆ กรุงเทพฯ เจ้า City รุ่นปรับโฉม SV Plus ทำตัวได้น่ารักสมกับราคา 7.5 แสนบาทที่ต้องจ่ายออกไป แลกกับรถที่ขับง่ายขับสบายไม่จุกจิกกวนใจ หากอยากแรงกว่าและมีความสนุกมากกว่าก็ต้องหันไปหา Mazda 2 รุ่นดีเซล แต่ราคาขายต่อเมื่อกลายเป็นรถมือสองนั้นหล่นมากกว่า City รวมถึงศูนย์บริการของ Honda ที่มีอยู่ทั่วเกือบจะทุกหัวระแหง ด้วยความที่พวงมาลัยไฟฟ้าของมันยังคงเบาหวิวเหมือนเดิมแต่ที่เพิ่มเติมคือความรู้สึกคล่องแคล่วว่องไวใช้ได้ เมื่ออยากไปให้ไวขึ้นก็แค่ลากคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง S เกียร์ CVT แปรผัน 7 สปีดจะคาเกียร์กลางๆ เอาไว้ให้ลากรอบเล่นในเมือง ส่วนการออกทางไกลเกียร์ที่ช่วยทำให้ประหยัดก็คือเกียร์ 7 หรือเกียร์ Over Drive ที่ช่วยลดรอบเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรไม่ให้มีรอบสูงเกินไปซึ่งทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยใช่เหตุ

Honda City ใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT รุ่นใหม่ซึ่งสามารถแปรผันอัตราทดได้ 7 สปีด พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย เกียร์อัตโนมัติรุ่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของ เทคโนโลยี Honda Earth Dream Technology เกียร์ CVT มีการปรับให้เพิ่มประสิทธิภาพในการส่งกำลังและช่วยประหยัดเชื้อเพลิง อัตราทดช่วงกว้างช่วยทำให้การขับเคลื่อนมาพร้อมกับแรงบิดที่สูงในรอบ เครื่องยนต์ต่ำ อัตราทดเกียร์ที่กว้างขึ้นเพิ่มกำลังขณะทำการเร่งเครื่องยนต์เมื่อต้องการ ออกตัวอย่างรวดเร็ว กลไกดังกล่าวทำงานร่วมกับ G-Design Shift เป็นระบบควบคุมการทำงานของระบบส่งกำลัง ลิ้นปีกผีเสื้อและการควบคุมระบบไฮดรอลิกภายในเกียร์ ชุดเกียร์ CVT ใน Honda Earth Dream Technology มีการออกแบบให้มีขนาดที่กะทัดรัดและมีน้ำหนักเบา สายพานและลูกรอกภายในมีความคงทน เกียร์ CVT ใช้น้ำมันไฮดรอลิกแบบพิเศษสำหรับการหล่อลื่น ส่วนการดูแลรักษา วิศวกรของ Honda แจ้งว่าควรมีการเปลี่ยนของเหลวหล่อลื่นที่ 40,000 กิโลเมตรเพื่อคงอายุการใช้งาน

เกียร์ CVT พร้อมแป้น Paddle Shift ใช้งานได้จริง เหมาะกับพวกชอบเปลี่ยนเกียร์เองโดยเลื่อนคันเกียร์ของ City มาที่ตำแหน่ง S แล้วชิฟเกียร์ผ่านแป้น มันมอบความรู้สึกในการเปลี่ยนอัตราทดคล้ายเกียร์ธรรมดา เป็นลูกเล่นที่มีความสนุกสนานคล้ายกับ Suzuki Swift RXII ที่ใช้เกียร์ CVT แปรผันเหมือนกัน การสับเกียร์ด้วยตัวเองผ่านแป้น Paddle บนเส้นทางที่คดเคี้ยวอุดมไปด้วยโค้งทำให้การขับ Honda City ไม่ใช่เรื่องที่น่าเบื่ออีกต่อไป หากยัดคาเกียร์ไว้ที่ตำแหน่ง D เกียร์จะทำงานไหลขึ้นๆ ลงๆ ไปตามความเร็วพร้อมความเรียบเนียนที่คุณสุภาพสตรีชอบ ข้อดีของเกียร์ CVT ก็คือมีราคาต่อลูกต่ำกว่าเกียร์ทอร์คคอนเวอร์เตอร์ฟันเฟือง เกียร์แบบนี้จึงกลายเป็นที่นิยมชมชอบของเหล่าบรรดารถยนต์ญี่ปุ่น เหลือแค่ Mazda ที่ยังคงยึดโยงกับเกียร์ออโต้แบบฟันเฟืองที่มีต้นทุนสูงกว่า

ระบบบังคับเลี้ยวของ Honda City 2017 เป็นพวงมาลัยไฟฟ้าที่มีการทำงานแบบแปรผันไปตามความเร็ว แกนพวงมาลัยในชุดบังคับเลี้ยวถูกขยายขนาดเพื่อความแข็งแรง ระบบพวงมาลัยแบบเพาเวอร์ไฟฟ้าหรือ Honda Electronics Power Steering ทำการปรับอัตราทดของพวงมาลัยให้สูงขึ้น ทำให้การตอบสนองต่อการบังคับทิศทางมีความรวดเร็ว น้ำหนักของพวงมาลัยที่ความเร็วเบาสบายมือและจะถูกระบบควบคุมหน่วงให้หนัก ขึ้นเมื่อมีความเร็วสูงขึ้น การใช้ยาง แบร์ริ่งของดุมล้อและคาร์ลิปเปอร์เบรกที่มีแรงต้านทานต่ำ ยางแบบ Low Rolling Resistance Coefficient (RRC) ของค่าย Bridgestone รุ่น Turanza ER370 ขนาด 185/55R16 83H ผ่านการทดสอบในขั้นตอนของการพัฒนาที่เข้ามาช่วยลดแรงต้านการหมุนระหว่างผิว ถนนกับหน้ายาง คาร์ลิปเปอร์เบรกที่ล้อหน้ามีแรงต้านทานต่ำช่วยลดแรงต้านระหว่างการหมุนของ ตัวดิสเบรกกับคาร์ลิปเปอร์ แบร์ริ่งดุมล้อที่ทำหน้าที่ยึดล้อหน้าและหลังไว้กับโครงสร้างของรถมีการออกแบบให้มีแรงเสียดทานที่ต่ำลงเพื่ออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น

ระบบความปลอดภัยของ Honda City 2014 เช่นระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBD ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA เป็นระบบที่คอยควบคุมระบบป้องกันล้อล็อก ABS และ TSC อย่างเต็มรูปแบบ ช่วยป้องกันอาการลื่นไถลออกทางด้านข้าง ช่วยควบคุมระหว่างการขับ การเลี้ยวหรือการห้ามล้อรวมถึงการทรงตัว ระบบออกตัวบนทางที่มีความลาดชัน HSA ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ตัวรถเกิดการเคลื่อนที่ไปทางด้านหลังในจังหวะที่ผู้ขับถอนเท้าออกจากแป้นเบรก โดยมีการทำงานเชื่อมโยงกับระบบช่วยทรงตัว VSA เข้ามาควบคุมและรักษาแรงดันของน้ำมันเบรกเมื่อรถจอดอยู่นิ่งกับที่บนทางลาดชันประมาณ 1 นาที เพื่อป้องกันไม่ให้รถไหลถอยหลังขณะที่มีการย้ายตำแหน่งของเท้าจากแป้นเบรกมาที่คันเร่ง ทำให้การออกตัวลดอาการกระตุกกระชากและมีการเคลื่อนตัวบนทางลาดชันที่ให้ความนุ่มนวล

ถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS Airbags ม่านนิรภัยด้านข้างประตู ELR ออกแบบให้มีการพองตัวอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดการชนปะทะที่ด้านข้าง เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ สำหรับชุดถุงลมคู่หน้า SRS Airbags ใช้โครงสร้างแบบวงก้นหอย มีกลไกของวาล์วควบคุมการปล่อยแก๊สเพื่อควบคุมการพองตัวและแรงดันของถุงลมให้มีความสม่ำเสมอ โดยระบบสามารถปล่อยแรงดันเพื่อทำให้ถุงลมมีการพองตัวอย่างรวดเร็วเพื่อช่วยป้องกันผู้โดยสารตอนหน้าและคนขับจากอุบัติเหตุ ถุงลมของ Honda ออกแบบให้มีการพองตัวจนกระทั่งสิ้นสุดการปกป้อง การลดมุมที่ยื่นเข้ามาในส่วนของผู้ขับหรือผู้โดยสารด้านหน้าให้เหลือน้อยที่สุด ระบบยังช่วยลดแรงกระแทกที่เกิดขึ้นขณะเกิดอุบัติเหตุ เบาะนั่งด้านหน้าพร้อมหมอนรองศีรษะมีการออกแบบให้ช่วยลดอาการบาดเจ็บที่ต้นคอเมื่อเกิดการชนที่ส่วนท้าย

Honda City รุ่นปรับโฉม SV Plus ราคา 7.5 แสนบาท แพงกว่ารุ่นที่แล้ว 4 หมื่นกว่าๆ เป็นราคาที่คุณจะต้องจ่ายเพื่อแลกกับไฟหน้า สปอยเลอร์หน้าและกระจังหน้าใหม่ มันเป็นรถในเมืองที่มีความคล่องตัวสูงแม้กำลังจะไม่ได้มากมายอะไรแค่ระดับอนุบาลแต่รากฐานที่ดีของการพัฒนาทำให้ City รุ่นนี้เหมาะสมกับการเป็นรถคันแรกของนักขับที่เพิ่งจะขับรถเป็นใหม่ๆ พวงมาลัยเบาตั้งแต่ต้นยันจบ ขับเร็วๆ แล้วจะเปลี่ยนเส้นทางกะทันหันหรือจะหักหลบในย่านความเร็วสูงก็ควรที่จะใช้ความระวังให้มากขึ้น การทรงตัวที่ความเร็วเดินทางบนไฮเวย์กับยางเดิมๆ จากโรงงานถือว่าทำได้ดี ที่ความเร็ว 140 มันก็ยังมั่นคงดีอยู่ การถ่ายน้ำหนักในโค้งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานรถเล็ก เบรกดีใช้ได้ รวมถึงเบาะหลังก็นั่งได้สบายดี ถือเป็นการปรับโฉมครั้งล่าสุดหลังจากออกขายมาตั้งแต่ปี 2014 ส่วนจะโดนหรือไม่นั้น คุณต้องไปลองเอาเองเนื่องจากรถในคลาสนี้มีดีมีด้อยออกแนวสูสีกันจนตัดสินใจลำบาก เอาเป็นว่ารักใครชอบใครก็ไปเหนี่ยวออกมาได้เลยในงานมอเตอร์โชว์ที่จะถึงนี้รับรองว่ามีโปรฯหนักๆ จากทาง Honda อย่างแน่นอน.

Honda City 2017 มีทั้งหมด 6 รุ่น 
รุ่น SV+ CVT ราคา 751,000 บาท (คันรีวิว)
รุ่น SV CVT ราคา 736,000 บาท
รุ่น V+ CVT ราคา 689,000 บาท
รุ่น V CVT ราคา 649,000 บาท
รุ่น S CVT ราคา 589,000 บาท
รุ่น S MT ราคา 550,000 บาท

Honda City Minor Change 2017 ให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่
สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)
สีดำคริสตัล (มุก)
สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)
สีขาวทาฟเฟต้า
สีขาวออร์คิด (มุก)
สีใหม่ สีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก) พร้อมสีภายในห้องโดยสารสีดำ

อุปกรณ์เสริมในรุ่น SV+

ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส 7 นิ้วแบบ Advanced Touch
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมแผงควบคุมแบบสัมผัส
มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอแสดงผลการขับขี่
พวงมาลัยสปอร์ตแบบมัลติฟังก์ชั่น
ระบบควบคุมการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์
กล้องมองภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
ระบบควบคุมการเปิด-ปิดประตูอัจฉริยะ Honda Smart Key System
ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์แบบกดปุ่ม One Push Ignition System

HONDA CITY 1.5 SV Plus Minor Change 2017 SPECIFICATIONS

แบบ..................................................ซีดาน 4 ประตู
ผู้ผลิต................................................Honda automobile
เครื่องยนต์........................................เบนซิน E85 แถวเรียง 4 สูบ SOHC
วาล์ว.................................................16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผัน i-VTEC
ปริมาตรความจุ.................................1497 ซีซี
กระบอกสูบคูณช่วงชัก.......................73.0 มิลลิเมตรx89.4 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด.............................10.3:1
แรงม้าสูงสุด.......................................86 กิโลวัตต์ 117 แรงม้าที่ 6000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด......................................146 นิวตันเมตร 14.9 กิโลกรัม/เมตรที่ 4700 รอบต่อนาที
ระบบควบคุมการปิด-เปิดลิ้นปีกผีเสื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์
ระบบส่งกำลัง......................................เกียร์อัตโนมัติแบบแปรผัน CVT Continuously variable transmission
ระบบบังคับเลี้ยว.................................พวงมาลัยไฟฟ้า EPS Honda Electronics Power Steering
ระบบเบรก
ด้านหน้า..............................................ดิสเบรกแบบมีช่องระบายความร้อน
ด้านหลัง..............................................ดิสเบรก
ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า...............................................แมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพพร้อมเหล็กกันโคลง
ด้านหลัง..............................................ทอร์ชั่นบีมแบบ H-shape
ล้อ และยาง...........................................อัลลอย 5 ก้านขอบ 16 นิ้ว ยาง Bridgestone รุ่น Turanza ER370 ขนาด 185/55R16 83H
ยางอะไหล่............................................T135/80 D15
มิติตัวถัง
ความกว้าง..........................................1,695 มิลลิเมตร
ความยาว.............................................4,440 มิลลิเมตร
ความสูง................................................1,477 มิลลิเมตร
ฐานล้อ..................................................2,600 มิลลิเมตร
ระยะห่างฐานล้อหน้า/หลัง.....................1,476/1,465 มิลลิเมตร
ความสูงใต้ท้องรถ.................................150 มิลลิเมตร
ความจุถังเชื้อเพลิง................................40 ลิตร
น้ำหนัก..................................................1,102 กิโลกรัม

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้