วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"เอ้ ชุติมา" เล่าชีวิต คุยกับ "ผี" ตั้งแต่เด็ก

เอ้ ชุติมา อดีตนางสาวไทย เล่าประสบการณ์มีเซ้นส์และเห็นผีตั้งแต่เด็ก จนเพื่อนต้องเชิญไปทำพิธีตั้งศาล แตะสิ่งของผู้ตายสามารถสื่อสารกันได้ ผ่านรายการมูไนท์ ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 

รู้ตัวว่ามีเซ้นส์ตั้งแต่ตอนไหน?
“มีตั้งแต่เด็กๆ แล้วค่ะ ที่บ้านเป็นตั้งแต่รุ่นคุณยาย ป้า แม่ แล้วก็พี่ เรารู้ว่าเราเห็นวิญญาณได้ แต่โชคดีที่ไม่ได้เห็นเหมือนในละคร แบบคอขาดไส้ไหล แต่เห็นเป็นเหมือนคนตัวยาวใหญ่มาก ตาจะไม่มีน้ำ แววตาเขานิ่งมาก บางครั้งมองไปที่เท้าก็จะไม่เห็นเท้า”

“ช่วงหนึ่งคุณพ่อเป็นข้าราชการอยู่ที่สัตหีบ บ้านเราอยู่ติดทะเล และมีต้นมะขามใหญ่มากสามคนโอบได้ เราชอบไปนั่งชิงช้าที่นั่นช่วงทุ่มสองทุ่ม ครั้งหนึ่งมีผู้หญิงคนหนึ่งมาอยู่หลังต้นไม้แล้วก็โผล่หน้ามา เราก็นึกว่าเพื่อนข้างบ้านมาเล่นซ่อนแอบ ตะโกนชื่อไปแต่ไม่มีใครตอบ เราก็ยืนมองอยู่นานมาก ทำไมเพื่อนเราต้องหลบอยู่หลังต้นไม้ เดินไปดูไม่เห็นใครเลย เราก็เลยมาถามอาซึ่งเป็นคนที่ดูแลรับใช้คุณพ่อ ก็ถามอาว่าเห็นอะไรไหม เขาก็ถามว่าคุณเอ้เห็นอะไรละ เราก็บอกเห็นผู้หญิงคนหนึ่งซ่อนอยู่ตรงต้นไม้มะขามจะเล่นซ่อนแอบกับหนู เขาบอกคุณเอ้เห็นแล้วใช่ไหม เราบอกเห็น อาบอกเห็นบ่อยมาก เหมือนเขาเป็นเหมือนเจ้าที่ผีนางไม้อะไรแบบนี้”

มีองค์รับขันธ์ตั้งแต่เด็ก?
“ถามว่ามีองค์ไหม เขาบอกว่าเรามี เป็นองค์พระแม่อุมาค่ะ แต่เราไม่รับขันธ์ เพราะไม่กล้าให้มาลงแล้วมาเปลี่ยนเสียงเรากลัวคนมองว่าเราบ้า คือจริงๆ ตั้งแต่คุณแม่คลอดก็มีพระแม่มาในชุดสาหรีสีชมพูซึ่งคุณแม่ไม่รู้จัก เหมือนท่านอยู่ในดอกบัว ใส่ส่าหรีสวยมากเลย แล้วเขาก็บอกให้ลูกชื่อนี้ แม่ก็เลยไปเปิดชื่อตั้งว่าลูกควรจะชื่ออะไร ก็เลยตั้งชื่อว่า อุมาพร ชื่อจริงเราคืออุมาพร หมายถึงดอกบัวหรือพรของพระแม่อุมา”

ยังคงเห็นผีมาโดยตลอด
“ใช่ค่ะ ช่วงที่เข้ากรุงเทพฯ อายุ 15-16 แล้ว เราเคยไปยืนคุยกับผีเจ้าที่ ว่าเป็นเจ้าที่ใช่ไหมคะหรือเป็นคน เขาก็มองเรานิ่งๆ พอเรามองอีกทีเขาก็หายไปเลย เราเริ่มเห็นเยอะ จนตอนหลังๆ คนเริ่มเชิญไปบ้านเพื่อน ช่วยเพื่อนตั้งศาล ไปดูว่าถูกทิศไหม เวลาเราตั้งศาลพระภูมิเจ้าที่หรือตั้งพระที่ดูแลในบ้าน ต้องตั้งให้ถูกทิศถูกดวงถูกโฉลก แล้วอย่าให้เงาพระอาทิตย์ทับ ถ้าเมื่อไหร่ที่ทับมันเหมือนเป็นทิศที่วิญญาณเขาจะออกมาได้ จะเกิดเรื่องตลอดเวลา”

เวลาไปบ้านไหนจะเห็นเจ้าที่?
“เวลาจะเห็นเราจะรู้สึกก่อน หนึ่งเข้าไปปั๊บร้อนไม่มีความสุขเลย ไม่เย็นลมไม่เข้า สองจะปวดหัวมาก สามเหมือนคนจะอาเจียน"

เวลาไปนอนโรงแรมเพื่อนจะให้คุณเป็นคนเช็กว่าห้องไหนนอนได้นอนไม่ได้?
“ใช่ ละครทุกเรื่องที่เล่นต่างจังหวัดชุติมาเป็นคนเช็ก เวลาเช็กก็เข้าไปในห้องเอาพวงมาลัยและธูป เอาทรายใส่แล้วปักใส่แก้ว ไหว้เจ้าที่ก่อน แล้วลองนั่งอยู่ที่เตียง ถ้าเข้าไปแล้วรู้สึกมึนหัวอาเจียนไม่ดีแล้ว แล้วก็ไปจับที่ห้องน้ำ ถ้าห้องน้ำรู้สึกไม่ดีหรืออะไรสักอย่าง เราก็จะรู้สึกได้แบบมีคนตายในห้องน้ำ

เคยเห็นที่โรงแรมในสงขลา พอเข้าไปมันเป็นเพดานฝ้า แต่พอไปนอนที่เตียงแล้วมองขึ้นไป เห็นเป็นใต้หลังคาเป็นขื่อที่สร้างเป็นไม้อยู่ใต้เพดานซึ่งฝ้ามันปิดไว้ คือคนธรรมดาจะมองไม่เห็น แต่เราเห็น เราก็เห็นผู้หญิงนั่งไขว่ห้างแกว่งขา เราก็คิดห้องนี้ต้องมีอะไรแน่ๆ มองไปที่หัวเตียงมีเสาตกน้ำมัน เลยให้ทีมงานไปซื้อพวงมาลัยมาไหว้ 

อีกที่เป็นสระว่ายน้ำมีคนเสียชีวิตต่อเนื่อง 5 ศพ?
“คือวันนั้นไม่ได้ถ่ายละคร ไปกับเพื่อนๆ ตอนนั้นเที่ยงคืนเกือบตีหนึ่ง นั่งปาร์ตี้เม้าท์กับเพื่อนประมาณห้าหกชีวิต สักพักก็มีคนเยอรมันมาถามว่าสระว่ายน้ำไปทางไหน เราก็อยู่ข้างหลัง ผ่านไปสามสี่ชั่วโมง มีตำรวจมาพร้อมสุนัขตำรวจมาดมๆ ตำรวจถามมาตรงนี้เห็นอะไรไหมคุณต้องไปเป็นพยาน เราก็พยานอะไรอะไม่เข้าใจ เขาถามคุณเห็นฝรั่งคนหนึ่งคนเยอรมันมาเล่นน้ำใช่ไหม เราก็อ๋อใช่เขาไปว่ายข้างหลังนี้ไงแล้วไงต่อ เขาก็งั้นคุณไปดูว่าใช่ไหม

คือเขาอยู่ใต้สระ ตอนนั้นรู้สึกแย่มากเพราะเราไม่ได้ยินเสียงเขาให้ช่วยชีวิต พอตอนเช้าเราก็ไปแตะสระ แล้วมาคุยกับพนักงาน เราก็บอกว่าที่นี่ต้องมีตัวตายตัวแทนใช่ไหม ตายทุกปีใช่ไหม ตายมาห้าศพแล้วใช่ไหม เขาก็บอกว่าใช่ แล้วไม่เอาคนไทยเลยนะเอาแต่ต่างชาติหมดเลย คือโรงแรมก็พูดตรงกับเราหมด

เราก็ไปไหว้ที่สระว่ายน้ำ ไปกราบที่สระแล้วแตะบอกให้ไปเกิดใหม่ไม่ต้องมาดึงคนแบบนี้ มันบาปกรรมติดตัววิญญาณก็จะไม่ได้ผุดได้เกิด คุณไปดึงเขามาทุกปีคุณจะไปเกิดได้ไงคุณก็บาปอยู่ในนรกอะเราก็บอกเขา”

ถ้าแตะที่ตัวคนตายจะรู้ว่าเขาตายยังไง?
“ไม่ได้แตะที่ตัวคนตาย แต่แตะสิ่งของของเขา เช่น พี่ชายเพื่อนเสียชีวิตที่โรงโม่ปูนสระบุรี ก็มาเข้าฝันเรา บอกว่าช่วยไปเก็บชิ้นส่วนให้ครบเขาจะได้กลับมาร่าง เราเลยโทร.ไปถามเพื่อนตอนตีห้า มันก็ร้องไห้ลั่นเลยถามรู้ได้ไง เราก็บอกพรุ่งนี้เอ้จะไปด้วย เพื่อจะไปเก็บชิ้นส่วน ไปถึงก็เอามือแตะ จุดธูปไหว้วิญญาณสัมภเวสีให้เปิดกำแพงประตูของวิญญาณ เพื่อที่จะให้รู้ว่าเราขออนุญาต เราไม่ได้มาลบหลู่ผีตนอื่นๆ เราต้องการให้คนนี้กลับบ้านจะทำพิธีศพให้ครบ ก็ไปแตะเก็บชิ้นส่วน

ตอนหลังยิ่งเห็นบ่อยๆ เวลาที่เพื่อนซื้อรถมามือสอง ก็ต้องให้เราไปทำพิธีนั่งอยู่ในรถให้เราไปดูว่าในรถมีใครตายไหม ซึ่งเราก็บอกคันนี้มีเด็กชีวิตอยู่ในรถ มันก็หาว่าเราโรคจิต เราบอกงั้นเอาไปเช็กที่ขนส่งปรากฏว่าตายจริงๆ ก็รถชนแม่ลูกตายทั้งคู่ ก็เลยต้องขายรถเลย”

ครั้งหนึ่งเคยไปออกรายการผีให้ไปสุสานรถ?
“คือจริงๆ เขาเชิญ ต้อม รชนีกร แล้วต้อมคือเพื่อนซี้เรา แล้วต้อมก็บอกพี่เอ้หนูเป็นแขกรับเชิญแต่หนูกลัว หนูเอาพี่เอ้ไปเป็นเพื่อนได้ไหม เราเลยไปเป็นเพื่อนน้อง พอเข้าไปต้อมก็สั่นทั้งตัวเลย ยังไม่ทันเข้าสุสานเลย แค่เลี้ยวรถผ่านสุสาน ต้อมบอกพี่เอ้อยู่ดีหนูก็สั่นไปทั้งตัว หนูกลัวมากพี่ไปเช็กรถที่ชนมาทั้งหมดที่อยู่บนสุสานสูงๆ ให้หน่อย

เราก็เดินไปเช็กให้กับไฟฉายอันนึงคนเดียวเลย พอเราเดินเข้าไปครั้งแรกเลยเราได้ยินเสียงผู้ชายผิวปาก ก็หันไปเจอเด็กวัยรุ่นนั่งถ่างขาผิวปากเป็นเพลงเพราะด้วยนะ เราก็เดินไปถึงพอเขาเห็นเรามองหน้าเขาก็คอหักลง แต่ยังผิวปากอยู่นะ เราโมโหจ้องหน้าคิดว่ากลัวเหรอ ไม่กลัวหรอกนะ เห็นว่าผิวเพราะดี ผิวปากเรียกอะไรเพิ่งตายสิท่า เขาก็ไม่ตอบผิวต่อ บอกเออๆ งั้นก็ผิวต่อไปเถอะ

แล้วเราก็เดินไปอีกคันนึง ได้ยินเสียงแตรรถดังมาก เราก็ไปหาว่าคันไหน พอเจอก็แตะรถ หลับตาดูคือเขาอัดก๊อบปี้เป็นผู้หญิงผู้ชายคู่หนึ่งยังวัยรุ่นอยู่ เหมือนตายแบบคาแตรอัดอยู่แบบนั้น เลยไหว้เขา

เราเดินแตะทุกคันแล้วบอกว่าเดี๋ยวทีมงานจะมาถ่ายรายการเราไม่ได้มาลบหลู่ เรามาขอโทษไว้ก่อนทำงานก็คือทำงาน ไม่ต้องตามใครเขา คนจิตตกจิตหล่นหรือเขาสภาพจิตใจไม่เข้มแข็ง อย่าตามเขาไปเด็ดขาด ก็กลับไปบอกต้อมว่ามีตรงไหนบ้าง ต้อมก็จะรู้เรื่องทีมงานจะมีเครื่องจับวิญญาณอะไรของเขาก็จะเข้ามากัน เขาก็จับวิญญาณกันตามนั้นก็จบ

เอ้ ชุติมา อดีตนางสาวไทย เล่าประสบการณ์มีเซ้นส์และเห็นผีตั้งแต่เด็ก จนเพื่อนต้องเชิญไปทำพิธีตั้งศาล 22 มี.ค. 2560 12:33 21 เม.ย. 2560 17:59 ไทยรัฐ