วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จุดอับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

โดย หมัดเหล็ก

สำนักข่าว เอเอฟพี รายงานว่า บิล เกตส์ ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์ ยังครองแชมป์มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นสมัยที่ 4 จากการจัดอันดับของ นิตยสารฟอร์บส์ โดยมีมูลค่าทรัพย์สินที่ 86,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯอยู่ที่อันดับ 544 จากเดิมอันดับที่ 220 คนรวยของโลกส่วนใหญ่จะรวยกันถาวรจาก ธุรกิจในแวดวงเทคโนโลยีและการลงทุน ไม่ว่าจะเป็น วอร์เรน บัฟเฟตต์ ผู้ก่อตั้ง เบิร์กเชียร์ ฮาธาเวย์ เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งอเมซอน มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก คาร์ลอส สลิม มหาเศรษฐีวงการสื่อสารของเม็กซิโก เป็นต้น สรุปแล้วมีมหาเศรษฐีติดอันดับโลกเพิ่มขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวน 2,043 คนในเอเชียมีคนจีนซึ่งรวมถึง แจ๊ค หม่า ติดอันดับถึง 319 ราย มหาเศรษฐีคนไทยก็เป็นเจ้าเก่าที่เคยติดอันดับมาแล้ว อดีตผู้นำประเทศ ทักษิณ ชินวัตร ถึงจะไม่ติดอันดับแต่มีรายงานว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นประมาณ 100 ล้านดอลลาร์

แนวโน้มเศรษฐกิจโลกชี้ให้เห็นว่า ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการประเทศ จะต้องเปิดกว้างและเสรี ไม่ใช่เป็นการผูกขาดหรือรัฐเป็นผู้บริหารจัดการทั้งหมด ต้องมีความยืดหยุ่นที่จะปรับการบริหารจัดการไปตามสถานการณ์แวดล้อม ทรัพยากรบุคคลมีความสามารถและประสิทธิภาพในการใช้เทคโนโลยี

ที่สำคัญเศรษฐกิจต้องนำการเมือง

ยุทธศาสตร์ 20 ปีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บนพื้นฐานที่ใช้ การเมือง การทหาร นำเศรษฐกิจ เป็นเรื่องที่ต้องทบทวนกันใหม่ นอกจากจะก่อให้เกิดวิกฤติซึมลึกระหว่าง การเมืองกับกองทัพแล้ว ยังไม่มีการเปิดกว้างและเสรีอีกด้วย

เมื่อยุทธศาสตร์ประเทศไม่สอดคล้องกับการพัฒนาของโลก ก็เท่ากับ ล้อมประเทศเอาไว้ในกับดัก ประเทศไทยติดหล่มจมปลัก มานาน แม้ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ วางยุทธศาสตร์ประเทศกันมาไม่รู้กี่ฉบับ สุดท้ายประเทศไทยไม่มีการพัฒนาเลยแม้แต่ก้าวเดียว เพราะที่ผ่านมา เอาการเมืองการทหารนำเศรษฐกิจ ซึ่งสวนทางกับแผนพัฒนาและสถานการณ์ของโลกโดยสิ้นเชิง

ประเทศไทยยังจัดอยู่ในประเทศด้อยพัฒนาทั้ง เศรษฐกิจและการเมือง คนรวยยังเป็นคนแค่กลุ่มเดียว รวยกระจุกจนกระจาย ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนห่างขึ้นทุกที โดยเฉพาะ วิกฤติการเมือง ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมากขึ้น

การพัฒนาด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศที่ยังไม่สมดุล มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า รถไฟความเร็วสูง มอเตอร์เวย์ ขยายสนามบินทั้ง 38 แห่ง ใช้งบประมาณนับแสนล้านบาท แต่โรงพยาบาลในต่างจังหวัดยังแออัด โดยเฉพาะโรงพยาบาลรัฐ ไม่มีความทันสมัยและพอเพียงกับความต้องการ อยู่ในสภาพตามมีตามเกิด บุคลากรทางการแพทย์ยังขาดแคลนอีกมาก การศึกษายังล้าหลัง คุณภาพการศึกษายังอยู่ในระดับที่ไม่ได้มาตรฐาน

ประเทศอยู่ในภาวะถดถอยถาวร.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th

22 มี.ค. 2560 10:50 27 มี.ค. 2560 11:04 ไทยรัฐ