วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ก้างตำคอ” ระบบผูกขาด

โดย สายล่อฟ้า

ต้องเป็นธรรม ปฏิบัติได้จริง ประโยชน์สูงสุด

นั่นเป็นผลสรุปของคณะกรรมการกำกับจัดซื้อจัดจ้าง (ซุปเปอร์บอร์ด) ที่มีนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นประธานโครงการรถไฟรางคู่ 5 เส้นทาง

ด้วยการยกเลิกกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่ดำเนินการมาแล้วทั้งหมด รวมถึงเงื่อนไขการประกวดราคาทั้ง 4 แนวทางที่บอร์ด รฟท. และ รฟท.เสนอให้พิจารณาอันประกอบไปด้วย

1. การใช้แนวทางเดิมคือ รวมงานโยธา งานระบบรางและงานระบบอาณัติสัญญาณเป็นสัญญาเดียวกันทั้ง 5 สัญญา

2.แบ่งสัญญาให้มีมูลค่าประมาณ 10,000 ล้านบาท ยังรวมงาน โยธา ระบบรางและงานอาณัติสัญญาณไว้ด้วยกันรวม 10 สัญญา

3.แบ่งสัญญาโดยแยกงานระบบรางและระบบอาณัติสัญญาณออกจากงานโยธารวม 10 สัญญา

4.แบ่งสัญญาโดยแยกงานระบบรางและระบบอาณัติสัญญาณออกจากงานโยธา และแบ่งงานโยธาให้มีมูลค่า 5,000 ล้านบาท รวม 15 สัญญา

แต่ซุปเปอร์บอร์ดไม่เอาทั้ง 4 แนวทางที่เสนอ

เลือกเอาแนวทางที่ 5 ที่เน้นเปิดกว้างให้มีการแข่งขันกันมากขึ้น ปรับเปลี่ยนแนวทางคิดราคากลางจากเดิมที่คิดเหมารวมทั้งโครงการหรือแบบ “หลงโจ้ง” เป็นคิดราคากลางแบบเป็นช่วงตามสัญญา

จะทำให้ “ราคากลาง” เปลี่ยนไปทันที

ประเด็นปัญหามันอยู่ที่ตรงนี้แหละที่จะทำให้ผู้รับเหมาระดับกลางสามารถเสนอตัวเข้าประมูลและมีโอกาสได้งานด้วย

มิฉะนั้นก็จะเป็นแบบผูกขาดที่บริษัทใหญ่ไม่เกิน 5 บริษัทได้ไป

ความจริงแล้วการที่บริษัทใหญ่ที่ประมูลงานได้นั้นก็หาใช่ว่าจะทำงานเองทั้งหมด เพราะไม่มีความสามารถหรือชำนาญการพอที่จะทำงานระบบรางได้จริงๆ

แต่ก็จะแบ่งงานซอยย่อยให้กับบริษัทระดับกลางที่เป็นเครือข่ายเดียวกันที่มีความสามารถและเชี่ยวชาญรับงานต่อไปอีกทอดหนึ่ง

ที่มีการกำหนดแนวทางและราคาอย่างที่ปฏิบัติกันมานั้นผู้รับเหมารายใหญ่ได้ดังที่กล่าวมาแล้วได้ประโยชน์สูงสุด

คือได้งาน ราคาไม่สูงเกินไป ไม่ต้องมีการแข่งขัน

เพราะต่างก็รู้กันเป็นนัยๆ หรืออาจจะตกลงกันมาก่อนล่วงหน้าว่าบริษัทไหนจะได้โครงการอะไร ราคาเท่าใด แม้จะร่วมประมูลด้วยกันคล้ายกันว่าสู้กันเพื่อให้เกิดความสมจริงมิฉะนั้นจะทำให้ถูกเพ่งเล็ง

จะทำให้เป็นโมฆะหรือถูกยกเลิกได้

เป็นความจริงของประเทศนี้จนน่าจะพูดได้ว่าโครงการใหญ่ๆ ทั้งหลายแหล่ที่มีการประมูลด้วยเม็ดเงินสูงก็จะมาอีหรอบเดียวกันทั้งหมด

เป็นความจริงที่ไม่มีใครกล้าพูดกล้าแตะ บริษัทรับเหมารายเล็ก รายกลางต่างก็ได้แต่มองกันตาปริบๆ ไม่กล้าฮือเพราะมิฉะนั้นก็ไม่ได้งานที่บริษัทยักษ์ใหญ่แบ่งให้

ด้วยรูปแบบนี้จึงทำให้เกิดการผูกขาดด้วยราคาที่สูงเกินจริง

คงไม่ต้องถามบริษัทรับเหมารายใหญ่นั้นมีบริษัทไหนบ้าง ใครเป็นใครบ้างต่างก็รู้กันอยู่เต็มอกเพราะมีบุญญาบารมีครบเครื่องทั้งในหมู่ราชการและนักการเมือง

การสร้างมาตรฐานใหม่จึงเป็นเรื่องที่ถูกต้องและควรกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อนำไปใช้ในอนาคตต่อไปทำให้โอกาสผู้รับเหมารายเล็ก รายกลางได้มีโอกาสเติบโตด้วยตัวเอง

ไม่ต้องตกอยู่ “ใต้อุ้งมือ” ของผู้รับเหมารายใหญ่ นักการเมืองและข้าราชการเพียงไม่กี่คน.

“สายล่อฟ้า”

22 มี.ค. 2560 10:47 22 มี.ค. 2560 10:47 ไทยรัฐ