วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เตรียมตัวเสียภาษีบ้านที่ดิน

เตรียมตัวเสียภาษีบ้านที่ดิน

  • Share:

ในที่สุด กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ค้างคามานาน ก็ได้ฤกษ์คลอดเสียที ผมขอยกความดีให้ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ คุณอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีคลัง พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ร่วมกันผลักดันกฎหมายฉบับนี้ออกมา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย

จากนี้ไปก็เป็นหน้าที่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ออกเป็นกฎหมาย ใช้เวลา 2-3 เดือน และให้เวลาเตรียมตัวอีก 1 ปี โดยจะเริ่มใช้จริงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป

คุณวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยคลัง เปิดเผยว่า เพดานภาษียังเป็นไปตามข้อเสนอเดิม ที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเพดานสูงสุด 0.2% บ้านพักอาศัยเพดานสูงสุด 0.5% พาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมเพดานสูงสุด 2% ที่ดินรกร้างว่างเปล่าเพดานสูงสุด 5% แต่การกำหนดอัตราจัดเก็บจริง ต้องออกเป็นกฎหมาย และเสนอ ครม.เห็นชอบอีกที

ส่วนที่ คณะกรรมการกฤษฎีกาแก้ไข เป็นการเพิ่ม คณะกรรมการวินิจฉัยภาษี การประเมินและการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ค้างชำระภาษี และ การกำหนดการบรรเทาภาระภาษี ให้แก่โรงเรียน โรงพยาบาล หรือที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับกิจการสาธารณะอื่นที่มีเหตุปัจจัยควรแก่การบรรเทาภาษี โดยขยายเพดานการลดภาษีเป็นไม่เกิน 90% ของภาระภาษีที่ต้องเสีย จากเดิมลดไม่เกิน 75%

คุณณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีพาณิชย์ แถลงเพิ่มเติมว่า ครม.ยังเห็นชอบให้มีการออก พระราชกฤษฎีกาลดภาระภาษี เช่น กรณีที่ผู้เสียภาษีได้รับมรดกเป็นบ้านพร้อมที่ดินในย่านทองหล่อ ต่อมาราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้น แต่ผู้รับมรดกไม่ได้มีฐานะร่ำรวย ก็จะมีการลดภาษีเพื่อไม่ให้เป็นภาระกับเจ้าของหรือการคืนภาษี กรณีที่เจ้าหน้าที่ประเมินภาษีผิดพลาด ให้จ่ายดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 1 แต่กรณี ผู้ค้างชำระภาษี ห้ามโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ยกเว้นเป็นการขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ภาษี

คุณณัฐพร บอกว่า นายกฯเร่งให้นำออกมาใช้เร็วที่สุด เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

การออก กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง นอกจากจะแก้ไขปัญหาโครงสร้างภาษีเดิมที่เป็น ภาษีบำรุงท้องที่ และ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน แล้ว วัตถุประสงค์หลักก็เพื่อ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน คนรวยมีบ้านหลังละ 50 ล้าน 100 ล้านบาท ต้องเสียภาษีมากกว่าคนมีบ้านหลังละล้านสองล้านบาท ที่สำคัญช่วยให้รู้มูลค่าทรัพย์สินที่เป็นทางการ จากการประเมินของ กรมธนารักษ์ ทุกปี

ไปดูอัตราภาษีกันลืมกันเสียหน่อยนะครับ

ที่ดินเกษตรกรรม เพดานภาษีสูงสุด 0.2% ถ้ามูลค่าที่ดิน 50 ล้านบาทลงมา ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ที่ดินราคา 50-100 ล้านบาท เสียภาษี 0.05% ก็ปีละ 25,000-50,000 บาท ที่ดินราคามากกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษี 0.10%

บ้านพักอาศัย เพดานสูงสุด 0.5% แบ่งเป็น บ้านหลัก ราคา 50 ล้านบาทลงมา ยกเว้นภาษี 50-100 ล้านบาท ภาษี 0.05% 100 ล้านบาทขึ้นไป ภาษี 0.10% ส่วน บ้านหลังที่ 2 จะมีกี่สิบหลังก็นับเป็นบ้านหลังที่ 2 ราคา 5 ล้านบาทลงมา เสียภาษี 0.03% แล้วเพิ่มอัตราขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้ามากกว่า 100 ล้านบาทขึ้นไป ภาษี 0.30% ปีละ 300,000 บาท

พาณิชยกรรม เพดานสูงสุด 2.0% เริ่มที่มูลค่าทรัพย์สิน 20 ล้านบาทลงมา ภาษี 0.3% แล้วเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงมูลค่ามากกว่า 3,000 ล้านบาทขึ้นไป ภาษี 1.5%

ที่ดินรกร้างว่างเปล่า เพดานสูงสุด 5.0% เริ่มจากปีที่ 1-3 ภาษี 1% ปีที่ 4-6 ภาษี 2% ปีที่ 7 ขึ้นไป ภาษี 3%

ผมเห็นด้วยกับ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มานานแล้ว ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้จริง คนรวยมากก็ต้องเสียภาษีมาก (แต่ของไทยเสียภาษีกันนิดเดียว) คนรวยน้อยก็เสียภาษีน้อย (แต่เสียภาษีเต็มแม็ก) นี่คือ ความไม่เป็นธรรมในสังคมไทย ยิ่งเป็น นักการเมือง และ ข้าราชการ เห็นแจ้งบัญชีทรัพย์สิน มีที่ดินกันมากมาย สตง.ก็ไม่ตรวจสอบ ซึ่งเป็น “ความเหลื่อมล้ำ” อีกอย่างหนึ่ง แต่ กฎหมายใหม่ต้องเสียภาษี นี่คือ การคืนความเป็นธรรม ให้กับสังคมไทย.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้