วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วิลาศจี้สอบไหม้กปภ. ส่อเจตนา‘ทำลาย’ หลักฐาน

วิลาศจี้สอบไหม้กปภ. ส่อเจตนา‘ทำลาย’ หลักฐาน

  • Share:
คดีทุจริต ‘มท.1’ติงด่วนสรุป

เพลิงไหม้อาคาร กปภ.ส่อเค้าบานปลาย “วิลาศ จันทร์พิทักษ์” อดีตประธาน กมธ.ป.ป.ช. ตั้งข้อสังเกตทำลายหลักฐานร้องเรียนทุจริต “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย สวนทันควัน ไม่ต้องฟังกระแส รอข้อเท็จจริงไม่งั้นชีวิตคงยุ่ง ขณะที่นาย จักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. พร้อมนายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค เข้าตรวจสอบจุดต้นเพลิง ยันไม่มีเอกสาร สตง.เสียหาย ประกาศระงับใช้อาคารชั่วคราวปิดซ่อม 1 เดือน ตั้ง 3 ประเด็น ประมาท อุบัติเหตุ หรือวางเพลิง ยันไม่กระทบการให้บริการประชาชน

จากกรณีเพลิงไหม้การประปาส่วนภูมิภาคชั้น 4 อาคาร 2 ถนนแจ้งวัฒนะ ซอยแจ้งวัฒนะ 1 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ จุดต้นเพลิงเป็นห้องเก็บเอกสารของการประปาติดกับห้องทำงานของเจ้าหน้าที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำการประปาส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่ เพลิงลุกลามเสียหายหมดทั้งชั้น เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 19 มี.ค.

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 มี.ค. นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย นายธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมตรวจสอบโครงสร้างอาคาร 2 ที่เกิดเหตุ

นายธเนศ นายกวิศวกรรมฯ กล่าวว่า จากการตรวจสอบด้านกายภาพของอาคารพบว่า เหล็กเส้นในคอนกรีตเสริมเหล็กเสียรูปทรง มีลักษณะบิดตัวจำนวน 5 จุด แต่ยังใช้งานได้ หลังคาชั้นดาดฟ้าเสียหายทั้งหมดต้องรื้อออก แต่เสายังตั้งตรงทุกต้น อาคารไม่มีการโค้งงอ ขณะที่พื้นชั้น 4 มีการอ่อนตัว ต้องซ่อมแซมโดยการเสริม หลังจากนี้จะต้องทำความสะอาดชั้น 4 เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง สำหรับชั้น 1-3 ของอาคารยังคงสภาพเดิมปกติ ไม่ได้รับผลกระทบ ยืนยันว่าอาคารที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ไม่มีความเสี่ยงต่ออาคารถล่มอย่างแน่นอน คาดว่าจะใช้เวลาในการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารประมาณ 1 เดือน

นายจักกพันธุ์ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ห้องเก็บเอกสารติดไฟง่ายประกอบกับลมแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง จึงควบคุมเพลิงไว้ได้ เบื้องต้น การประปาส่วนภูมิภาคได้สั่งระงับการใช้อาคารชั่วคราวแล้ว เพื่อรอการตรวจสอบอย่างละเอียด คาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วันในการตรวจสอบโครงสร้าง เพื่อเตรียมการซ่อมแซม กรณีอาคาร 4 ชั้น ของการประปาส่วนภูมิภาคที่เกิดเพลิงไหม้นั้น ก่อสร้างตั้งแต่ปี 2525 และเป็นอาคารที่ไม่ได้อยู่ในประเภทอาคารสูง หรืออาคารขนาดใหญ่ จึงไม่ต้องส่งผลตรวจสอบประจำปี อาคารนี้มีการติดตั้งระบบเตือนภัย สายยางฉีดน้ำสำหรับดับเพลิง และถังดับเพลิง โดยปกติ ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2535 มีการตรวจสอบระบบป้องกันอัคคีภัยประจำปี และ กทม.จะออกสุ่มตรวจร่วมกับทางเขตอีกครั้ง ปัจจุบันมีอาคารสูงกว่า 3,000 อาคาร เป็นอาคารเก่าที่สร้างก่อน พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ปี 2535 จำนวนกว่า 1,200 อาคาร ขอความร่วมมือเจ้าของอาคารปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ควรจัดให้มีระบบป้องกันเหตุในเบื้องต้นทุกอาคาร เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย

ส่วนนายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค กล่าวว่า หลังจากที่ได้ประเมินสถานการณ์แล้ว พนักงาน กปภ.ในสำนักงานใหญ่สามารถทำงานได้ในวันที่ 22 มี.ค. โดยมีการจัดเตรียมห้องหรือสถานที่ทำงานพร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานให้แก่พนักงานไว้ที่อาคารอื่นที่ไม่ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการจ่ายน้ำประปาของ กปภ. 234 สาขาทั่วประเทศ ยังคงให้บริการตามปกติ เพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่กระทบต่อเอกสารคดีร้องเรียนกว่า 30 เรื่องจะอยู่ที่ฝ่ายกฎหมาย อาคาร 1 ไม่มีผลกระทบต่อการสอบสวนการทุจริตและการตรวจสอบวินัยอย่างแน่นอน สำหรับเอกสารที่ได้รับความเสีย อาทิ บัญชีรายรับ-รายจ่าย การเบิกจ่าย และแบบวิศวกรรมก่อสร้างอาคาร กปภ.

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. เปิดเผยหลังเข้าไปตรวจสอบร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ว่าต้นเพลิงนั้น อยู่ที่กองกิจการที่ 4 รับผิดชอบสำนักงานประปาภูมิภาคที่ 1 พื้นที่ภาคตะวันออก และสำนักงานประปาภูมิภาคที่ 8 พื้นที่อีสานใต้ เป็นเอกสารรายงานผลปฏิบัติงานค่าใช้จ่าย รายได้เข้ามาสู่ส่วนกลางเพื่อรอผู้ว่าการประปาส่วนภูมิภาคพิจารณา ห้องด้านข้างมีเอกสารหน่วยงานราชการอื่น ได้สอบปากคำเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานห้องต้นเพลิง 10 ปาก ให้การว่า เมื่อถึงเวลาเลิกงานก็ต่างแยกย้ายกันกลับ ไม่มีใครอยู่ในห้องขณะเกิดเหตุ ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานไว้ 3 ประเด็น อุบัติเหตุ ประมาทจุดเทียนหรือไม่ได้ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือมีคนลอบวางเพลิง ทั้งนี้ ยังไม่ตัดประเด็นอะไรทิ้ง รวมถึงจะสอบปากคำผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค รองผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาคก่อน

ด้านนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า เหตุไฟไหม้ใหญ่ครั้งนี้ ต้นเพลิงเกิดที่ห้องปฏิบัติการ 3 เป็นห้องเก็บเอกสารสัญญาโครงการของ กปภ.ติดกับห้องเจ้าหน้าที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำในองค์กรนั้นเพื่อตรวจสอบการทำงานได้ทันท่วงที เวลานี้ สตง.ได้ชี้มูลกรณีคุณสมบัติของผู้ว่าการ กปภ.ที่ได้รับการสรรหาว่าไม่ชอบด้วยหลักเกณฑ์คุณสมบัติ เรื่องอยู่ที่บอร์ด กปภ.กำลังพิจารณาข้อกล่าวหาก็มาเกิดไฟไหม้ใหญ่เสียก่อน วันนี้ยังกล่าวหาว่าเป็นการทำลายหลักฐานยังเร็วเกินไป แต่เรื่องที่เคยร้องเรียนว่าทุจริต แม้จะมีหลักฐานเสียหายจากเพลิงไหม้ ก็ยังมีเอกสารที่เกี่ยวข้องรวมถึงสัญญาที่ร้องเรียนอยู่ในมือตนครบและมั่นใจว่าจะสามารถเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องได้ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องร้องเรียนที่ตนเคยยื่นให้ตรวจสอบทั้งในกรณีการทุจริตการใช้งบประมาณแผ่นดินของ กปภ.ยื่นไป 33 เรื่อง ทั้ง ป.ป.ช.และ สตง.จะติดตามผลอย่างใกล้ชิด

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีมีกระแสวิพากษ์ วิจารณ์ว่าเหตุไฟไหม้เป็นการทำลายหลักฐานการจัดซื้อจัดจ้างของ กปภ.หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ที่บอกว่าเป็นกระแสนั้นคนไทยต้องเรียนรู้ ไม่ต้องฟังกระแสให้รอฟังข้อเท็จจริงของการสอบสวนและพิสูจน์หลักฐานว่าเกิดอะไรขึ้นแล้วให้เป็นไปตามนั้น มิฉะนั้นชีวิตคงยุ่ง ส่วนถ้ามีเอกสารสำคัญในห้องก็น่าจะกระทบการตรวจสอบ ผู้ว่าฯ กปภ.บอกว่ามีการสำรองข้อมูลในห้องไว้ในระบบดิจิตอลแล้ว หากผลการตรวจสอบออกมา คงทราบข้อเท็จจริงว่าเอกสารสำคัญจะหายไปหรือไม่ โดยจะเร่งการสอบสวนให้เร็วที่สุด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้