วันจันทร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รีด2%-ลุยม.ค.62 เก็บภาษี ที่รกร้างว่างเปล่า

รีด2%-ลุยม.ค.62 เก็บภาษี ที่รกร้างว่างเปล่า

  • Share:
หลีกเลี่ยงแตกหักเศรษฐีที่ดิน ปรับขึ้น0.5%ทุก3ปีแต่ไม่เกิน5% บิ๊กตู่รับจ้องยืดอายุภาษีหุ้นชินฯ

รัฐบาล คสช.เลี่ยงแตกหักแลนด์ลอร์ด ครม. ยอมถอยพบกันครึ่งทาง ไฟเขียวคลอด พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หลังกฤษฎีกาปรับแก้ลดเพดานเดิมที่ “คลัง” ชงรีดภาษีที่รกร้างว่างเปล่าทันที 5% ตั้งแต่ปีแรก เปลี่ยนมาเริ่มเก็บ 2% แล้วขึ้น 0.5% ทุกๆ 3 ปี แต่ไม่เกินเพดาน 5% ดีเดย์จัดเก็บเดือน ม.ค.2562 ครม.-สื่อทำเนียบฯ อวยพรเบิร์ธเดย์ 63 ปี “ประยุทธ์” นายกฯลั่นกำลังใจล้น ขอคณะรัฐมนตรีตั้งใจลุยงาน รับจำเป็นหาช่องยืดอายุความภาษีหุ้นชินคอร์ป อ้างไม่ทำเจอข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดนมาตรา 157 หนุนเต็มสูบ สตง.สอบภาษีเงินงอกนักการเมือง “วัฒนา” จวกปลุกผี “ทักษิณ” ต่ออายุเผด็จการ ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก 4 ปี “อริสมันต์” ยื่น 2 ล้าน ไม่ได้ประกันตัวนอนคุกพัทยาต่อ ด้านศาลขอนแก่นไต่สวนนัดแรก “ไผ่ ดาวดิน” ยกคำร้องปล่อยตัวคุมขังต่อ

หลังจากบรรดาผู้ถือครองที่ดิน ต่างจับตาว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพื่อจัดเก็บภาษีที่ดินที่ไม่ได้ทำประโยชน์ออกมาในอัตราเท่าใด ล่าสุดที่ประชุม ครม.ยอมถอยคนละก้าว ปรับลดลงจากเดิมที่กระทรวงการคลังเสนอให้เก็บอัตรา 5% ทันทีตั้งแต่ปีแรก มาเริ่มเก็บ 2% และปรับขึ้น 0.5% ทุก 3 ปี แต่ไม่เกินเพดาน 5% ดีเดย์เริ่มเก็บราวเดือน ม.ค.2562

ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯ

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 21 มี.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.เป็นประธานการประชุม ครม.เพื่อพิจารณาวาระสำคัญในเรื่องต่างๆ หนึ่งในนั้นพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภายหลังการประชุมนายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่เป็นร่างฉบับที่ ครม.เคยเห็นชอบเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.59 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอและเสนอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา โดยการอนุมัติครั้งนี้เป็นร่างที่ได้ผ่านการตรวจพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และส่งกลับเข้า ครม.อีกครั้งหนึ่ง โดยมีประเด็นที่เปลี่ยนแปลงจากเดิมดังนี้

รีดภาษีที่รกร้างว่างเปล่า 2%

นายณัฐพรกล่าวว่า กรณีของที่ดินทิ้งร้างว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพ ตามร่างเดิมที่ให้เก็บภาษีในอัตรา 5 เปอร์เซ็นต์ แต่ร่างที่คณะกรรมการกฤษฎีกาแก้ไข ให้เก็บในอัตรา 2 เปอร์เซ็นต์ และหากที่ดินนั้นยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ให้ปรับขึ้น 0.5 เปอร์เซ็นต์ ทุกๆ 3 ปี แต่ไม่เกินเพดานอัตรา 5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมและที่เป็นที่อยู่อาศัยนั้น คงไว้อัตราเดียวกับร่างเดิมที่ 0.2 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์อื่นเช่นพาณิชยกรรมคงไว้ที่ 2 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นคณะกรรมการกฤษฎีกาได้แก้ไขตามมาตรา 51 ที่เกี่ยวกับการลดภาษี จากเดิมที่กระทรวงการคลังจะระบุว่ากรณีมีความจำเป็นทางเศรษฐกิจสังคมหรือสภาพแห่งท้องที่ ให้สามารถลดภาษีโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา แต่ต้องไม่เกิน 75 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนภาษีที่ต้องเสีย ในร่างใหม่นี้ได้เปลี่ยนเป็นสามารถลดได้ แต่ต้องไม่เกิน 90 เปอร์เซ็นต์ของภาษีที่ต้องเสีย พร้อมกันนี้ให้มีการเพิ่มคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีสิ่งปลูกสร้าง โดยให้ รมว.คลังเป็นประธาน และให้มีคณะกรรมการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประจำจังหวัดโดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน

ส่งสัญญาณให้ท้องถิ่นจัดการ

นายณัฐพรกล่าวว่า ส่วนกรณีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใดที่มีการใช้ประโยชน์หลายประเภทตามร่างเดิมไม่มีการกำหนดเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์หลายประเภท เพียงแต่กำหนดว่าให้คำนวณตามอัตราส่วนการใช้ประโยชน์ คณะกรรมการกฤษฎีกาได้เปลี่ยนข้อความเป็นให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดเก็บภาษีตามสัดส่วนการใช้ประโยชน์ ตามที่กระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทยร่วมกันประกาศกำหนด รวมทั้งมีการเพิ่มเติมบทเฉพาะกาลให้กรมที่ดินจัดส่งข้อมูลแปลงที่ดินและข้อมูลเอกสารสิทธิของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเตรียมการจัดเก็บภาษีด้วย

ดีเดย์ประเดิมเก็บเดือน ม.ค.62

“นายกรัฐมนตรีได้เร่งให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ออกมาประกาศใช้โดยเร็วที่สุด เพราะจะเป็นผลช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของคนไทย ตามขั้นตอนต่อจากนี้จะส่งเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 2-3 เดือน หลังจากนั้นจะให้เวลา 1 ปี เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เป็นผู้จัดเก็บภาษีได้มีเวลาเตรียมการ แล้วจึงจะจัดเก็บภาษีในเดือน ม.ค.ของปีถัดไป คาดเป็นเดือน ม.ค.2562 สมมติว่าร่างกฎหมายนี้ผ่านการพิจารณาของ สนช.ในเดือน มิ.ย.นี้ และประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาภายในปี 2560 และให้เวลาเตรียมการ 1 ปีคือถึง มิ.ย. 2561 เนื่องจากกฎหมายภาษีต้องใช้เวลา ก็เริ่มต้นเก็บในเดือน ม.ค.2562” นายณัฐพรกล่าว

สื่อทำเนียบฯ เบิร์ธเดย์ 63 ปี “บิ๊กตู่”

ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุมตัวแทนสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลได้มอบการ์ดอวยพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 63 ปี โดยนายกฯกล่าวว่า ในนามของนายกฯลุงตู่ขอบคุณทุกคนที่มาและไม่ได้มา

เรามีใจให้กันอยู่แล้ว ต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ตลอดเวลาที่ผ่านมาสิ่งใดที่รุนแรงไปบ้างก็เป็นเรื่องของงานและความเครียด ที่ต้องทำทุกอย่างให้สำเร็จ มิเช่นนั้นทุกอย่างจะเดินหน้าไปไม่ได้ วันนี้หลายอย่างสำเร็จไปแล้ว บางอย่างกำลังทำ บางอย่างใกล้สำเร็จ และบางอย่างต้องเริ่มต้น จึงอยากให้เข้าใจ วันนี้การทำหน้าที่ของนายกฯ เข้าสู่ปีที่ 3 หลายอย่างเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น หลายอย่างต้องแก้ ป้องกันไม่ให้ทุกอย่างพันกันไปหมด ทั้งอดีต ปัจจุบันและอนาคต สื่อต้องมีส่วนร่วม ฐานะอยู่ในแวดวงการเมืองมานานกว่ารัฐบาล

ย้ำปรารถนาดีทำเพื่อชาติ

นายกฯกล่าวว่า จริงๆ แล้วสื่อเป็นรุ่นพี่ตน ต้องเข้าใจแต่ละนายกฯ นั้นไม่เหมือนกัน “ผมก็เป็นของผมแบบนี้ แต่สิ่งสำคัญผมมีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติ ประชาชน และสื่อทุกคน ไม่มีอะไรกับใครทั้งสิ้น ต่างคนต่างทำหน้าที่ สื่อทำเพื่อประเทศชาติ และคนไทยใช่หรือไม่ ตนถือว่าพวกเรามีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่สิ่งดีให้ประชาชนรับทราบ สิ่งที่ไม่ดีก็เสนอได้ แต่ขอให้พอสมควร เพราะบางอย่างมีผลกระทบ คิดว่าทุกคนคงเข้าใจ” เมื่อถามว่า นางนราพร จันทร์โอชา ภริยามอบสิ่งใดให้เป็นของขวัญหรือไม่ นายกฯตอบว่า ไม่ได้มอบอะไรเป็นพิเศษ ได้ให้กำลังใจทุกวันอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯได้นำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ชนิดราคา 20 บาท มอบให้กับสื่อมวลชน และก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 07.00 น.ที่บ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 พัน.1 รอ.) พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมครอบครัว ได้ร่วมกันทำบุญตักบาตรพระสงฆ์จำนวน 9 รูป เพื่อเป็นสิริมงคล โดยไม่มีการเปิดบ้านเพื่อรับการอวยพรแต่อย่างใด

ลั่นกำลังใจดีขอ ครม.ตั้งใจลุยงาน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนการประชุม ครม. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม เป็นตัวแทน ครม.กล่าวอวยพรนายกฯ ว่า ขอให้นายกฯ สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์และ ครม.ทั้งหมดจะตั้งใจทำงานและทำหน้าที่เพื่อประเทศ แก้ไขปัญหาต่างๆ ตามที่นายกฯ มอบหมายอย่างสุดความสามารถ นายกฯ ได้กล่าวขอบคุณและยืนยันว่าที่ผ่านมามีกำลังใจดีเสมอ จึงขอให้ทุกท่านตั้งใจทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เพราะเวลาของรัฐบาลมีไม่มาก งานต่างๆ ที่ได้สัญญาไว้กับประชาชนขอให้เร่งดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ งานใดที่ยังไม่เสร็จต้องมีผลเป็นประจักษ์ว่าเดินหน้าไปแล้วเท่าใด แล้วหลังจากนั้นเพิ่มเข้าไปในแผน เพื่อส่งต่อให้รัฐบาลต่อไป

รับหาช่องยืดอายุความภาษีหุ้นชินฯ

ต่อมาเวลา 13.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.กล่าวถึงกรณีที่มีราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร เรื่องการขยายเวลาการออกหมายเรียกเก็บภาษีตามมาตรา 19 แห่งประมวลรัษฎากรว่า ถือเป็นเรื่องเดิม ส่วนเรื่องใหม่ภาษีหุ้นชินคอร์ปของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นคนละกรณีกัน อย่าเอาอันเก่ามาพันกับอันใหม่ จะสามารถทำได้หรือไม่ให้ไปว่ากันในกระบวนการยุติธรรม ตนให้ความเป็นธรรมตรงนี้ และต้องนึกถึงรัฐบาลด้วย เพราะเรื่องบางอย่างยังไม่ชัดเจน หากทำไม่ได้คือทำไม่ได้ แต่เมื่อเกิดความคลุมเครือรัฐบาลต้องทำไปก่อน จากนั้นต่อสู้คดีเอาเพราะถ้าทำได้แต่ไม่ทำ จะผิดกฎหมายอาญามาตรา 157 รัฐบาลโดนไปด้วย การไม่ปฏิบัติมีความเสี่ยงต่อกฎหมาย โดยรัฐบาลระมัดระวังอย่างเต็มที่เหมือนกัน ก่อนหน้านี้รัฐบาลใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 ในคดีรับจำนำข้าว รัฐบาลจำเป็นต้องทำหากไม่ทำผิด 157 ไม่ต้องการรังแกใครทั้งสิ้น

หนุน สตง.สอบภาษีเงินงอกใน 5 ปี

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงกรณีที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ให้กรมสรรพากรตรวจสอบการเสียภาษีของนักการเมือง 60 รายว่า ได้มีการตรวจสอบภาษีนักการเมืองที่มีรายได้เพิ่มขึ้นอยู่แล้ว รัฐบาลนี้ก็โดนตรวจสอบ เมื่อก่อนเข้ามาระหว่างรับตำแหน่ง และเมื่อออกไปมีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามระเบียบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ล่าสุดที่ สตง.บอกว่าจะตรวจสอบนั้นไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องเดือดร้อนเพราะสอบเฉพาะผู้ที่มีรายได้ไม่ปกติ มีอำนาจทำได้ในระยะเวลา 5 ปี อย่ากล่าวหาว่าเป็นการรังแกใคร เพราะได้มีการแยกแยะ แต่เมื่อสื่อออกมาอาจจะเข้าใจไม่ทั่วกัน จากการที่ตนได้ตรวจสอบจากฝ่ายกฎหมายพบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบใครก็ได้ เมื่อพ้นหน้าที่ไปแล้ว ภายในระยะเวลา 5 ปี โดยจะตรวจสอบเกี่ยวกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นมีการเสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่ แต่ขอให้ทำให้เกิดความชัดเจนขึ้น อย่าให้เกิดความวุ่นวายกันไปหมด

พท.ซัดปลุกผี “ทักษิณ” ต่ออายุเผด็จการ

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ทำไมต้อง...ทักษิณ” คำพูดหนึ่งที่ประชาชนได้ยินท่านผู้นำพูดจนชินหู ราวกับประเทศนี้เป็นของท่านคือ “ถ้าบ้านเมืองไม่สงบจะไม่คืนอำนาจหรือไม่ให้มีการเลือกตั้ง” นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯเองทราบดีว่าเผด็จการมีเจตนาที่จะใช้ท่านเป็นข้ออ้างเพื่อตีตั๋วขออยู่ต่อ จึงเลือกจะอยู่อย่างสงบเพื่อไม่ให้เข้าทางฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งเป็นการแสดงความอาลัยร่วมกับคนไทยทุกคนต่อความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของชาติ เหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เช่น การวางระเบิดที่ศาลพระพรหม ที่หัวหินและใน 7 จังหวัดภาคใต้ ขบวนการล้มเจ้าที่ สปป.ลาว หรือการค้นพบอาวุธสงครามที่อ้างว่าเป็นของกลุ่มเสื้อแดงที่มีข้อพิรุธมากมาย แม้จะเกิดขึ้นจากปัจจัยอื่นแต่รัฐบาลและฝ่ายสนับสนุนพยายามจะป้ายสีนายทักษิณ ล่าสุดคือเหตุการณ์ที่วัดพระธรรมกายที่รัฐบาลลุแก่อำนาจใช้มาตรการเกินความจำเป็น แต่ไม่เกิดความรุนแรงสมกับที่หลายฝ่ายต้องการ เพราะความรู้เท่าทันของชาวธรรมกาย รัฐบาลกำลังจนแต้ม ประชาชนเอือมระอากับความล้มเหลวในการบริหาร รัฐบาลทำให้ประชาชนทุกสีทุกกลุ่มได้รับความทุกข์ยากจากปัญหาเศรษฐกิจเหมือนกันหมด จึงเหลือทางเดียวคือปลุกผีทักษิณเพื่อต่ออายุเผด็จการ เรื่องการเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป จึงถูกหยิบขึ้นมาดำเนินการ

เย้ยเวรกรรมอภินิหาร ก.ม.ไม่ทำงาน

นายวัฒนาระบุว่า ซึ่งก็ได้ผลเพราะทำให้พวกที่ได้ดิบได้ดีจากเผด็จการ ไม่ว่าจะเป็นเนติบริกร องค์กรอิสระ คนของพรรคการเมืองเก่า และขาประจำของนายทักษิณต่างออกมาร่วมกันจองกฐินรายนี้ แต่เนื่องจากมาตรการทางกฎหมายได้ถูกใช้ไปจนหมดแล้ว เหลือทางเดียวคือต้องใช้อภินิหาร แต่เวรกรรมที่ทำไว้กับประชาชนมีจริง อภินิหารเลยไม่ทำงาน บัดนี้ประชาชนและพรรคการเมือง ถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่ายชัดเจน คือฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการ จึงขอให้ฝ่ายประชาธิปไตยอดทน ไม่ใช้ความรุนแรงต่อสู้ ช่วยกันประคับประคองประเทศไปสู่การเลือกตั้ง เมื่ออำนาจเป็นของประชาชนแล้วจึงค่อยมาคิดบัญชีกัน

อสส.ดูเงื่อนไขถอนฟ้องคดีการเมือง

วันเดียวกัน ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) สรุปรายงานแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองทางการเมือง เสนอให้อัยการใช้อำนาจตามมาตรา 21 พ.ร.บ.องค์กรอัยการ และพนักงานอัยการ ที่กำหนดให้ในกรณีที่หากอัยการเห็นว่า คดีที่มูลเหตุจูงใจทางการเมือง ที่การฟ้องคดีอาญาไม่เป็นประโยชน์ ต่อสาธารชนหรือมีผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือความมั่นคงของชาติหรือต่อผลประโยชน์อันสำคัญของประเทศ ให้เสนอต่ออัยการสูงสุด ใช้อำนาจสั่งไม่ฟ้องได้หรือถอนฟ้องคดีได้ แต่ไม่รวมถึงความผิดมาตรา 112 และคดีทุจริตว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบรายละเอียดว่ามีหลักการอย่างไร ถ้ามีการเสนอมาสามารถทำได้ แต่ต้องดูในรายละเอียดของคดีว่าเข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมายถึงจะดำเนินการได้

ตั้ง กก.ตามหาสินบนโรลส์รอยซ์

สำหรับความคืบหน้ากรณีรัฐบาลได้ให้สำนักงาน อัยการสูงสุด (อสส.) ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ความร่วมมือทางยุติธรรมทางอาญาปี 35 ขอให้อัยการสูงสุดขอ ข้อมูลจากต่างประเทศ เพื่อนำมาดำเนินคดีสินบนโรลส์รอยซ์นั้น นายอำนาจ โชติชัย อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว อสส.เป็นผู้ประสานงานกลางตามกฎหมาย เรื่องนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะต้องมีหนังสือมายังสำนักงานอัยการสูงสุดก้อน จนบัดนี้ยังไม่เห็นหนังสือ แต่ระหว่างนี้ อสส.ได้เร่งรัดให้สำนักงานต่างประเทศเร่งดำเนินการไปก่อน และได้ตั้งคณะทำงานดำเนินการเรื่องนี้แล้ว ส่วนการร้องขอข้อมูลในแหล่งที่มาในต่างประเทศ ตามเงื่อนไขต้องมีความผิดอาญาเกิดขึ้น มีโทษตามกฎหมาย และ ป.ป.ช.ได้สอบสวนแล้ว เพื่อให้ประเทศปลายทางรวบรวมข้อมูลส่งมา ทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ เรามีกฎหมายและความร่วมมือในเรื่องนี้มานานแล้ว ส่วนที่ถามว่าคดีนี้เกิดขึ้นนานแล้ว หลักฐานจะคงหลงเหลืออยู่หรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ประเทศปลายทางว่าเจ้าหน้าที่จะแสวงหาได้มากน้อยเพียงใด

สนช.เค้น ป.ป.ช. 18 คำถามสอย “ปึ้ง”

ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) แถลงผลการประชุมวิป สนช.ว่า ในการประชุม สนช.วันที่ 23 มี.ค. จะมีวาระพิจารณากระบวนการถอดถอนนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีต รมว.ต่างประเทศ กรณีการออกหนังสือเดินทางให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโดยมิชอบ เป็นขั้นตอนการตั้งคณะกรรมาธิการซักถามคู่กรณีทั้งสองฝ่ายคือ ป.ป.ช.กับนายสุรพงษ์ ขณะนี้มีสมาชิกสนช. 6 คน ส่งคำถามมายัง กมธ.ซักถาม แบ่งเป็นการซักถามกรรมการ ป.ป.ช. 18 คำถาม และซักถามนายสุรพงษ์ 6 คำถาม จากนั้นจะให้คู่กรณีแถลงปิด สำนวนวันที่ 29 มี.ค. และวันที่ 30 มี.ค. นัดลงมติถอดถอนหรือไม่

ยื้อสอบ สปท.ป๋าสัปดาห์หน้า

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่รัฐสภา น.ส.วลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คนที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมการจริยธรรม สปท. เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณากรณีนายอนุสร จิรพงศ์ สมาชิก สปท.ถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายบาร์เทนเดอร์ โดยที่ประชุมเปิดให้นายอนุสรเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการฯเป็นเวลา 30 นาที จากนั้นเวลา 16.40 น. น.ส.วลัยรัตน์ แถลงผลการประชุมว่า นายอนุสรได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามที่ปรากฏเป็นข่าวและให้การต่อพนักงานสอบสวนไปแล้ว พร้อมทั้งได้นำคลิปที่สื่อมวลชนเผยแพร่มาเปิดให้ดู นายอนุสร ยังได้ขอทำเอกสารคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรที่สมบูรณ์มาเสนอต่อคณะกรรมการฯ อีกครั้งในวันที่ 27 มี.ค. จึงต้องประชุมสรุปอีกครั้งสัปดาห์หน้า เนื่อง จากในวันนี้กรรมการฯมาเพียง 6 คน ถือว่าไม่เต็มคณะ จึงต้องรอเอกสารของนายอนุสรและคณะกรรมการฯ ให้เต็มคณะก่อน

บ่อนชายแดนเขมรเช็กพื้นที่ก่อน

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีนายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ระบุพบว่า มีบ่อนการพนันตั้งอยู่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจนพื้นที่ดังกล่าวยังคงการอ้างสิทธิกันอยู่ นายวีระก็เคยอ้างสิทธิว่าเป็นของไทย ต้องตกลงกันเพื่อให้ชัดเจนก่อน ขณะนี้มีคณะกรรมการปักปันเขตแดนดำเนินการในเรื่องดังกล่าว

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลปล่อยให้มีการสร้างบ่อนกาสิโนบนพื้นที่ทับซ้อนระหว่างประเทศไทยกับประเทศกัมพูชาว่า ขณะนี้กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้รับรายงานเรื่องนี้ เมื่อถามว่ากระทรวงการต่างประเทศ จะต้องทำหนังสือถึงกัมพูชา สอบถามถึงข้อเท็จจริงเรื่องนี้หรือไม่ นายดอนตอบว่า ก่อนหน้านี้ก็มีบ่อนการพนันเยอะแยะตามแนวชายแดน แต่ที่ผ่านมาไม่ได้เป็นปัญหา และไม่ได้ถูกพูดถึงในการประชุม ครม.

นายกฯแจงซื้อเรือดำน้ำ 2 แถม 1

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ยังกล่าวถึงโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือจากสาธารณรัฐประชาชนจีน 3 ลำว่า เรือดำน้ำดังกล่าวซื้อ 2 ลำ แถมมา 1 ลำ ขอให้ทุกคนเข้าใจเหตุผลความจำเป็น เราผลิตเองไม่ได้ และไม่มีเงินเพียงพอจะซื้อของแพงๆ แต่ตัวเลือกนี้คุณสมบัติอย่างต่ำเราจะรับได้และปลอดภัยหรือไม่ มีหลายอย่าง และวันนี้กองทัพไทยซื้อของแบบนี้เงินเรามีน้อย กรณีนี้ราคาถูกที่สุดคุณภาพ ใช้ได้ มีการบริการต่างๆ ทั้งระบบอาวุธ การซ่อม การช่วยสนับสนุน ก่อสร้างโรงเก็บเรือเป็นข้อเสนอเพิ่มเติมขึ้นมา และเป็นโครงการจัดซื้อรัฐต่อรัฐ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ยินดีให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจสอบ ที่ผ่านมา สตง.ตรวจสอบมาตลอด การซื้ออาวุธของกองทัพสมัยตนเป็น ผบ.ทบ. สตง.ตรวจสอบกองทัพก็รับข้อสังเกตมาพร้อมชี้แจงตามข้อเท็จจริง เมื่อรับได้จึงให้หน่วยงานดำเนินการต่อ ไม่ใช่ว่าเป็นรัฐบาลนี้แล้วไม่ตรวจสอบทุกโครงการ

ศาลไต่สวนไผ่ดาวดินนัดแรก

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ศาลชั้นต้นเบิกตัวนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน ผู้ต้องหาตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาไต่สวนนัดแรกตามการนัดฝ่ายโจทก์และจำเลย มีครอบครัว รวมถึงนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ นายรังสิมันต์ โรม แกนนำกลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมือง พร้อมด้วยกลุ่มเครือข่ายนักศึกษา 4 ภาค กลุ่มประชาธิปไตยใหม่อีสาน และกลุ่มพลเมืองโต้กลับ เดินทางมาให้กำลังใจบริเวณจุดที่ศาลกำหนด ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ศาลขึ้นป้ายแจ้งเตือนผู้ที่มารับฟังการไต่สวนห้ามดูหมิ่นศาล หรือยุยงก่อความวุ่นวายอย่างเด็ดขาด หลังการไต่สวน น.ส.ภาวิณี ชุมศรี ทนายความเปิดเผยว่า ได้ยื่นขอประกันตัวจำเลยต่อศาลชั้นต้นอีกครั้งใช้เงินสด 7 แสนบาท พร้อมทั้งเงื่อนไขที่แถลงต่อศาล ศาลยกคำร้องไม่ อนุญาตให้ประกันตัว และส่งตัวไปคุมขังที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น พร้อมนัดการสืบพยานและพิจารณาไต่สวนอีกครั้งในช่วงเดือน ส.ค.

อุทธรณ์ยืนจำคุก “อริสมันต์” 4 ปี

ต่อมาเวลา 10.00 น. ที่ศาลจังหวัดพัทยา ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ นัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ แห่งชาติ (นปช.) พร้อมพวกรวม 15 คน ตกเป็นจำเลย ข้อหาร่วมกันขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่ไม่ให้มีการชุมนุมเกินกว่า 10 คนขึ้นไป และผิด พ.ร.บ.จราจร พ.ศ.2522 หลังนำกลุ่มคนเสื้อแดงปิดล้อมโรงแรมรอยัล คลิฟ บีช รีสอร์ต เมืองพัทยา และล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เมื่อวันที่ 11 เม.ย.2552 ศาลพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ตัดสินสั่งจำคุกนายอริสมันต์ และพวกคนละ 4 ปี ไม่รอลงอาญา ขณะที่ญาติยื่นคำร้องขอประกันตัวนายอริสมันต์ใช้หลักทรัพย์ 2 ล้านบาท ส่วนคนอื่นยื่นหลักทรัพย์คนละ 1 ล้านบาท ศาลยกคำร้องไม่อนุญาตให้ประกันตัว พร้อมนำตัวส่งเรือนจำพิเศษพัทยา ขณะที่นายคารม พลพรกลาง ทนายความ เปิดเผยว่า จากนี้จะทำเรื่องยื่นขอประกันตัวอีกครั้ง รวมถึงยื่นฎีกาเพื่อสู้คดีต่อไป

ทบ.ลั่น “เนติวิทย์” หนีทหารเจอคุกแน่

ช่วงบ่าย ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เป็นประธานแถลงข่าวตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ ประจำปี 60 จากนั้น พล.ท.วีรชัย อินทุโสภณ ผบ.หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) กล่าวภายหลังแถลงถึงการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการประจำปี 2560 ถึงกรณีนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล นิสิตคณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เคยเคลื่อนไหวไม่เห็นด้วยที่ชายไทยต้องเกณฑ์ทหารและประกาศว่าจะไม่เข้ารับการตรวจเลือกทหารว่า หากนายเนติวิทย์ไม่มาตรวจเลือกตามวันเวลาที่กำหนดคือวันที่ 4 เม.ย.60 เท่ากับหลีกเลี่ยงขัดขืนจะถูกหน่วยทหารไปแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายและศาลจะตัดสินความผิด หลังจากถูกตัดสินแล้วในปีต่อไปจะต้องเข้ามาเป็นทหารทันที โดยไม่ต้องผ่านการตรวจเลือก

ลูกชายเสี่ยหนูจ่อคิวจับใบดำใบแดง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากนายเนติวิทย์ไม่มารับหมายเรียกเข้ารับราชการ (แบบสด.35) จะมีความผิดมีโทษปรับไม่เกิน 300 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากรับหมายเรียกแล้วไม่มารับการตรวจเลือกจะมีโทษจำคุก 3 ปีและปรับ 30,000บาท และในปีนี้มีรายชื่อศิลปิน ดารา และลูกนักการเมืองที่มีชื่อเสียงเข้ารับการตรวจเลือกฯประจำปี 60 อาทิ นายเอกรัตน์ พลซื่อ ลูกนักการเมืองพรรคเพื่อไทย นายเศรณี ชาญวีรกูล ลูกชายนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายอนรรฆ โกษะโยธิน ลูกชายนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. ที่ครบกำหนดผ่อนผันต้องเข้ารับการตรวจเลือก “แฟร้งค์” นายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล แกนนำในการเรียกร้องไม่เห็นด้วยที่ชายไทยต้องตรวจเลือกทหาร และ “จ่านิว” นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยใหม่

เปิดทำเนียบฯ ต้อนรับ “ดูเตร์เต”

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับนายโรดริโก โรอา ดูเตร์เต ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ได้นำนายโรดริโก โรอา ดูเตร์เต เดินตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ก่อนพาไปลงนามสมุดเยี่ยมและหารือข้อราชการกลุ่มเล็ก หารือข้อราชการเต็มคณะ และร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจข้อปฏิบัติและความตกลง 3 ฉบับ ประกอบด้วย 1.ความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลฟิลิปปินส์ ว่าด้วยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2.การดำเนินงานตามโครงการความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ปี 2017-2022 ระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวของฟิลิปปินส์และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทย และ 3.ข้อปฏิบัติว่าด้วยความร่วมมือในสาขาเฉพาะระหว่างศูนย์กระบือนม ประเทศฟิลิปปินส์ และกรมปศุสัตว์ เกี่ยวกับการเลี้ยงกระบือปลักและกระบือนม

ตอกย้ำสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

ต่อจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์และนายโรดริโก โรอา ดูเตร์เต ได้แถลงข่าวร่วมกัน โดยทั้ง 2 ฝ่ายย้ำถึงความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านต่างๆ โดยเฉพาะเห็นว่าควรขยายการค้าการลงทุน ผ่านคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-ฟิลิปปินส์ และยินดีต่ออายุการซื้อขายข้าวไประหว่างกันจนถึงสิ้นเดือน ธ.ค.2561 กระทั่งเวลา 18.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำ ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) โดยระหว่างงานเลี้ยงได้กล่าวอวยพรวันเกิดซึ่งกันและกัน เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์เกิดวันที่ 21 มี.ค. ส่วนนายโรดริโก โรอา ดูเตร์เต เกิดวันที่ 28 มี.ค. ทั้งนี้ เจ้าหน้าทำเนียบรัฐบาลได้เตรียมเค้กไว้ให้ พล.อ.ประยุทธ์เพื่อมอบให้นายโรดริโก โรอา ดูเตร์เต เป็นการเซอร์ไพรส์ด้วย

“ปู” วิ่งออกกำลังกายรอบสวนรถไฟ

เย็นวันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในชุมวอร์มได้เดินทางไปวิ่งออกกำลังกายที่สวนรถไฟ เขตจตุจักร โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้เวลาวิ่งรอบสวนรถไฟเป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตรโดยที่ยังคงมีประชาชนที่มาออกกำลังกายเช่นเดียวกัน ต่างให้ความสนใจเข้ามาขอถ่ายรูปด้วยเพื่อเป็นที่ระลึก และยังมีแฟนคลับหลายคนส่งเสียงเชียร์ให้อดีตนายกรัฐมนตรี มาออกกำลังกายที่สวนรถไฟเป็นประจำอีกด้วย

งัด ม.44 สั่งปรับรถโดยสารสาธารณะ

ช่วงค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ทั้งหมด 4 คำสั่ง ประกอบด้วย คำสั่งที่ 14/2560 เรื่องมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก คำสั่งที่ 15/2560 เรื่อง มาตรการเพิ่มความปลอดภัยในรถโดยสารสาธารณะ มีสาระสำคัญที่น่าสนใจคือ ให้การขนส่งทางบกมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนรถ ระงับใช้รถหรือพักใช้ใบอนุญาต ได้ไม่เกิน 6 เดือน เมื่อมีกรณีเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง จากการขับรถเร็วเกินกำหนด ประมาท บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวน ทิ้งผู้โดยสาร เก็บค่าโดยสารเกินที่กำหนด และให้กรมการขนส่งทางบกควบคุมผู้ให้บริการระบบติดตามรถ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะถูกเปรียบเทียบปรับได้วันละไม่เกิน 5,000 บาท

โละทิ้ง ก.ค.ศ.-สรรหาใหม่เลขาฯคุรุสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยังมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 ที่ 16/2560 เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยให้บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ที่ดำรงตำแหน่ง อยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับพ้นจากตำแหน่ง ให้ ก.ค.ศ.ใหม่ ประกอบด้วย รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ รมช.ศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น และให้ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับพ้นจากตำแหน่ง โดยให้ ก.ค.ศ. มีอำนาจแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญและยังมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 ที่ 17/2560 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 7/2558 เพื่อให้คณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา ไปดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งเลขาธิการคุรุสภา เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทาง การศึกษา และ ผอ.องค์การค้าของสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการ ศึกษา ไปสรรหาบุคคลมาทำหน้าที่เหมือนเดิม สั่ง ณ วันที่ 21 มี.ค.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้