วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เก็งกำไรหุ้นใหญ่!!

เก็งกำไรหุ้นใหญ่!!

โดย อินเด็กซ์ 51
22 มี.ค. 2560 05:01 น.
  • Share:

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 21 มี.ค.60 ปิดที่ 1,568.78 จุด บวก 5.24 จุด มีมูลค่าซื้อขาย 35,685.04 ล้านบาท ต่างชาติซื้อสุทธิ 1,532.57 ล้านบาท

บล.โนมูระ พัฒนสิน ชี้หุ้นไทยแกว่งตัวในแดนบวก ด้วยแรงซื้อหุ้นใหญ่รายตัว ในกลุ่มพลังงาน ธนาคารพาณิชย์ และปิโตรเคมี เช่น PTT-SCB- PTTGC

ขณะที่ค่าเงินบาทที่แข็งค่าในรอบ 5 เดือน สอดคล้องกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ทั้งที่หลังการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ค่าเงินดอลลาร์ควรจะแข็งค่า แต่ด้วยแรงเก็งกำไรก่อนหน้า เมื่อผลประชุมเฟดเป็นไปตามคาด จึงมีแรงขายแบบ sell on fact จนทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า ขณะที่ท่าทีของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องการให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า เพราะสหรัฐฯยังคงขาดดุลการค้า

ขณะที่มองตลาดระยะสั้น อาจมีจังหวะปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไรบางส่วน ส่วนค่าเงินบาทที่แข็งค่ามาอยู่ที่ระดับ 34.6 บาทต่อดอลลาร์

เป็นสัญญาณว่านักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาซื้อหุ้นไทยอีกครั้ง หลังก่อนหน้าดัชนีย่อตัว แต่ต่างชาติจะกลับมาซื้อเต็มตัวหรือไม่ ยังต้องติดตาม นอกจากนี้ เริ่มมีแรงเก็งกำไรหุ้นที่เริ่มทยอยประกาศจ่ายปันผล

แนะกลยุทธ์ลงทุน หากต้องการเก็งกำไรควรรอซื้อในจังหวะที่ตลาดอ่อนตัว พร้อมกับประเมินแนวรับ 1,560-1,555 จุด แนวต้าน 1,573-1,578 จุด

ปิดท้าย “คเณศ วังส์ไพจิตร” เลขาธิการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า (พ.ค.60) อยู่ที่ 110.24 ปรับตัวลดลง 8.58% จากเดือนก่อนที่ 120.59 โดยความเชื่อมั่นนักลงทุนปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในกลุ่มสถาบันในประเทศ ขณะที่นักลงทุน

ต่างชาติและนักลงทุนบุคคลหรือรายย่อยปรับตัวลดลง โดยนักลงทุนมีความกังวลถึงการไหลออกของเงินทุนและรอนโยบายทางเศรษฐกิจที่ชัดเจนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เป็นตัวฉุดรั้งความเชื่อมั่น ขณะที่นักลงทุนยังมีความคาดหวังจากการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศที่คาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นแรงหนุนให้ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้น

“ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ การเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ และปัจจัยกดดันในเชิงลบที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุดคือ ความผันผวนของกระแสเงินทุนที่ไหลเข้า-ออก ขณะที่นักลงทุนมองหมวดธุรกิจที่น่าสนใจลงทุนมากที่สุดในภาวะเช่นนี้ คือ กลุ่มธนาคาร ส่วนหุ้นเหล็กไม่น่าสนใจมากที่สุด!!

อินเด็กซ์ 51

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้