วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับชาวจีนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นจนท.รัฐ ตุ๋นเหยื่อคนไทยสูญ 10 ล.

จับชาวจีนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นจนท.รัฐ ตุ๋นเหยื่อคนไทยสูญ 10 ล.

  • Share:

เครดิตภาพ:ตำรวจกองปราบ

ตำรวจกองปราบรวบสองชาวจีนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หลอกเหยื่อคนไทย สูญกว่า 10 ล้าน ขณะตระเวนกดเงินตามตู้เอทีเอ็มริมถนนรัชดา-ห้วยขวาง...

วันนี้ 21 มี.ค.60 ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. มอบหมายสั่งการให้ พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1 บก.ป.พ.ต.ท.วิศิษฐ์ พลบม่วง รองผกก.1บก.ป. พ.ต.ต.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ สว.กก.1บก.ป. และเจ้าหน้าที่กก.1 บก. จับกุมนายชัยชนะ แซ่ว่อง อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 263 หมู่ 2 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย โดยจับกุมได้ที่ริมถนนรัชดา-ห้วยขวาง แขวงและเขตห้วยขวาง และน.ส.จงผิง แซ่เจิ้ง อายุ 39 ปี โดยจับกุมได้ที่ซ.รามคำแหง 24

พ.ต.อ.จิรภพ กล่าวว่า สืบเนื่องจากชุดสืบสวนกองปราบปรามได้รับการประสานจากธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ว่ามีลูกค้าของธนาคารถูกขบวนการคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินให้ โดยคนร้ายออกอุบายโทรศัพท์หาผู้เสียหาย อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หลอกเหยื่อว่าเงินในบัญชีของเหยื่อมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จึงเสนอวิธีในการหลีกเลี่ยงตรวจสอบ โดยให้ย้ายเงินในบัญชีธนาคารเดิมไปเปิดบัญชีธนาคารใหม่ ซึ่งเป็นบัญชีของธนาคารไทยพาณิชย์ และให้เพิ่มหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งเป็นเบอร์ของคนร้าย เพื่อรับรหัส OTP และเมื่อเงินเข้าในระบบก็จะมีการแจ้งข้อความมายังเบอร์ของคนร้าย จากนั้นก็จะดำเนินการสมัครทำธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต ทำการโอนเงินออกไป ก่อนจะออกตระเวนกดเงินสดออกจากบัญชี อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาพบวามีผู้เสียหายกว่า 35 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

ต่อมาชุดสืบสวนทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือนายชัยชนะ จึงได้เฝ้าติดตาม กระทั่งพบความเคลื่อนไหวว่าคนร้ายรายนี้ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มริมถนนรัชดา-ห้วยขวาง จึงได้ทำการจับกุมก่อนไปทำการตรวจค้นในห้องพักย่านห้วยขวาง ก็พบบัตรเดบิตจำนวนมากในห้องพัก นอกจากนี้ได้ขยายผลจับกุม น.ส.จงผิง แซ่เจิ้ง อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นผู้ร่วมขบวนการ โดยจับกุมได้ที่ ซ.รามคำแหง 24 ก่อนขยายผลไปตรวจค้นห้องพักใน ซ.รามคำแหง 24 พบ สำเนาสมุดบัญชีจำนวนมาก

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าอยู่ในกลุ่มเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์สัญชาติจีน ซึ่งมีอาฉีเป็นหัวหน้าขบวนการ โดยนายชัยชนะจะทำหน้าที่เป็นม้ากดเงิน โดยได้ส่วนแบ่งครั้งละ 5,000 บาทต่อครั้ง ส่วนน.ส.จงผิง จะทำหน้าที่เป็นม้าเปิดบัญชี ซึ่งได้ส่วนแบ่งในการเปิดบัญชีครั้งละ 5,000 บาท ต่อหนึ่งบัญชี โดยเงินที่ได้จากส่วนแบ่งจะนำไปใช้จ่ายส่วนตัวและนำไปซื้อยาเสพติด

เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นผู้อื่น ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ อยู่ระหว่างการขยายผลเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้