วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สากกะเบือ วัดเพรียง

ผมไม่เบื่ออ่านข่าวตำรวจทหารยึดอาวุธคลังแสงโกตี๋ จากบ้านแถวปทุมธานีใกล้ๆวัดพระธรรมกาย เปิดศิลปวัฒนธรรม ฉบับ 5 มีนาคม 2560 เจอเรื่องสากกะเบือ เห็นว่าผ่อนคลายกว่า ก็ตั้งใจอ่าน

อาจารย์ล้อม เพ็งแก้ว แปลกใจเมื่อเห็นสิ่งที่ทำด้วยเครื่องเคลือบดินเผา เคยได้ยินเภสัชกรเรียก โกร่ง กับ ลูกโกร่ง ทั้งๆที่เหมือนครกกับสากอย่างไม่ผิดเพี้ยน

คำว่า “กะเบือ” อาจารย์ล้อมว่า น่าจะเป็นคำกร่อนจากคำ “ข้าวเบือ”

แม่กล่าวคำสากกะเบือให้ฟัง ในท่วงทำนองเพลงเรือ จำได้มาตั้งแต่เด็ก

“ฝนตกข้างเหนือ สากเบือลอยมา ฉานคิดว่าเรือใหญ่ ฉานขึ้นไปเหนือ ไปถามว่าสากเบือใคร คิดว่าเรือใหญ่ เสาใบเท่าโคน...เหอ...โหนด (โหนด=โตนด)

นึกได้กระท่อนกระแท่น บทโบราณคู่กันของพ่อถึงลูกสะใภ้กล่าวถึงแม่ผัว

“แม่ผัวรัวๆเหมือนครกเบือไม้ ครั้นดีก็อี้ไหว้ ครั้นร้ายก็อี้เฉียงใส่ไฟ (อี้=จะ เฉียง=ผ่า)

พ.ศ.2530 อาจารย์บุญมี พิบูลย์สมบัติ อาจารย์สมบูรณ์ แก่นตะเคียน เขียนเรื่องสากกะเบือในหนังสือพิมพ์แจกในงานฉลองสมณศักดิ์ พระครูสถิตพจนสุนทร วัดเพรียง อาจารย์ล้อมขึ้นไปขอดู ได้คำตอบว่า

“ตั้งแต่อาตมาครองวัด ก็ยังไม่เคยเห็นเหมือนกัน”

เป็นอันว่าเรื่องสากกะเบือใหญ่ เป็นเพียงตำนานเล่าสืบต่อกันมาเท่านั้น

อาจารย์ล้อมเอามาเขียนลง นสพ.เพชรภูมิว่า คำเล่าลือนั้น น่าจะมีมูลจากลักษณะสังคมรอบๆวัดเพรียง ชาวบ้านส่วนหนึ่งมีเชื้อสายเป็นพราหมณ์

ปกติของพราหมณ์ มีของบูชาคือ ศิวลึงค์

ทั้งยังมีของใช้ประจำคือ แท่นหินบดเครื่องแกง ที่นักโบราณคดีนิยมเรียกว่า แท่นหินบดยา ซึ่งประกอบด้วยแท่นหินหน้าเรียบ และลูกหินบด ซึ่งเป็นแท่นกลมยาว

“ที่ผมเรียกแท่นหินบดเครื่องแกง เคยฟังจากอาจารย์จิตร บัวบุศย์ ท่านบอกว่าสังคมอินเดียใช้กันทั่วไป และยังทำท่านั่งบดให้ดูด้วย”

ส่วนที่ทางไทยเรียกแท่นบดยา ก็อาจบดได้ไม่แปลก

สังคมรอบๆวัดเพรียงคงจะใช้เครื่องมือตามความเคยชินเดิม เมื่อมาอยู่กับสังคมไทย เห็นคนไทยใช้ครกโขลกตำเครื่องแกง สะดวกกว่าใช้แท่นหินบด จึงใช้ตามบ้าง

แท่นหินบดหมดความจำเป็น จึงนำไปถวายวัด ดังมีที่วัดเขาตะเคราถึง 5 ชุด

นานๆเข้าคนไม่รู้จัก เห็นลูกหินบดคล้ายสากกะเบือ ก็เล่าลือกันว่า วัดเพรียงมีสากกะเบือใหญ่หนักหนา

พ.ศ.2559 สำนักพิมพ์สารธาร รวมข้อเขียนไปพิมพ์ในโอกาสอาจารย์ล้อม อายุ 80 ปี มีผู้ไปเห็นเสาไฟฟ้าและเสาโรงเก็บของวัดเพรียง ทำเป็นรูปสากกะเบือ จึงไปถ่ายภาพมาประกอบเรื่อง

อาจารย์ล้อมไปเห็นกับตา เข้าโบสถ์เก่าก็เจอสากกะเบือสองอัน ตั้งไว้ให้คนปิดทอง

เริ่มต้นด้วยบทร้องที่แม่กล่าวให้ฟังสมัยเด็ก อาจารย์ขอจบด้วยบท...อย่างเดียวกัน

...บัดนี้ หลวงพ่อท่านคิดทำ เป็นของประจำคู่วัดวา เล่าลือว่าใหญ่หนักหนา ให้ปวงประชาได้...เหอ...ชม

รวมความได้ว่า สากกะเบือวัดเพรียงในตำนาน ตอนนี้มีจริงให้ดูกันแล้ว

ใครไปเพชรบุรีแวะไปนะครับ...ดูแล้วสบายใจกว่าดูปืนโกตี๋ในหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์

โธ่เอ๋ย...ขนกันมาทำอะไร...ในบรรยากาศปรองดองการเมือง บรรยากาศวัดกับตำรวจทหารทะเลาะกัน ไม่เป็นมงคลเลยสักนิดเดียว.

กิเลน ประลองเชิง

21 มี.ค. 2560 15:03 ไทยรัฐ