วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย

โดย สายล่อฟ้า

ไม่ว่ารัฐบาลไหนก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

ที่เป็นปัญหาของประเทศไทยอย่างหนึ่งก็คือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จนกลายเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความขัดข้องรวนกันไปทั้งระบบ

ทั้งๆ ที่กฎหมายไทยนั้นครอบคลุมเกือบทุกอย่างอยู่แล้ว แต่การบังคับใช้กฎหมายไม่มีประสิทธิภาพ

วันนี้กำลังมีประเด็นที่พูดถึงกันมากคือการเสียภาษี ซึ่งว่าไปแล้วคนส่วนใหญ่ยากดีมีจนต่างก็ต้องเสียไปตามระบบ

จะมีก็แต่ภาคการเมืองนี่แหละครับ...ที่เป็นปัญหา

จากการที่มีการไล่เบี้ยในการเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป ซึ่งมีการตีความออกมาแล้วจะต้องเสียภาษีอย่างต่ำก็ 12,000 ล้านบาท

แต่พอเรื่องนี้ปูดออกมาก็ถูกมองว่าเป็นเรื่องการเมืองเพื่อไล่ล่าคนในตระกูล “ชินวัตร” ทั้งๆ ที่ขบวนการทั้งหมดเป็นเรื่องไม่สุจริตมาตั้งแต่คือมีการใช้วิธีการซิกแซกส่อเจตนาให้เห็นการเอาแต่ได้

อันไม่เกี่ยวกับการเมืองหรือปรองดองแต่อย่างใด

พอเรื่องนี้โผล่ขึ้นมา สตง. ก็ออกมาเปิดโปงอีกว่ามีนักการเมืองสมัยรัฐบาล “อภิสิทธิ์” และรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ราว 60 คนที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการแสดงบัญชีทรัพย์สินแต่ไม่ยอมเสียภาษีให้ถูกต้อง

ล่าสุด จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า 34 คน ไม่มีปัญหาเพราะทำถูกต้อง แต่ที่มีปัญหามี 4 คน ที่ไม่ได้ยื่นแสดงแบบการเสียภาษีแต่มีรายได้เพิ่มขึ้น

1 คน จากรัฐบาลประชาธิปัตย์ 3 คน จากรัฐบาลพรรคเพื่อไทย

เพียงแต่ยังไม่ยอมระบุว่าใครเป็นใคร แต่ทั้ง 4 คน นั้นคงจะรู้ตัวเองดีแล้วว่าหมายถึงใครกันบ้าง หากรู้ตัวให้รีบไปเสียภาษีน่าจะทุเลาอาการได้บ้าง

ยิ่งพวกที่มีรายได้เพิ่มขึ้นจำนวนมากก็ต้องเตรียมความพร้อมในการชี้แจง เพราะนอกจากไม่เสียภาษีแล้ว

รายได้ที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากนั้นได้มาอย่างไร

การพาดพิงไปถึงนักการเมืองสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้ออกกล่าวถึงเรื่องนี้ว่าส่วนตัวไม่มีปัญหาและเห็นด้วย

“หาก สตง. จะใช้แนวทางนี้ในการตรวจสอบเรื่องภาษีก็ควรจะต้องใช้อย่างต่อเนื่องในทุกรัฐบาล รวมถึงรัฐบาลปัจจุบันด้วยเพื่อให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน”

พูดอีกก็ถูกอีกแหละครับ...

เพราะไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ตามในเมื่อกฎหมายกำหนดเอาไว้อย่างไรก็ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนั้น

ที่เป็นปัญหาก็คือบางรัฐบาลที่มีอำนาจครบเครื่องก็พยายามที่จะใช้อำนาจเพื่อทำให้กฎหมายไม่เป็นกฎหมาย

แต่ใช้กฎกติกาของตัวเองเป็น “กฎหมาย”

ครั้นพอตกอำนาจสิ่งที่ได้กระทำเอาไว้ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย เมื่อมีการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายก็ไม่พอใช้กล่าวหาว่าใช้อำนาจไม่เป็นธรรมเป็นการไล่ล่ากัน

ขบวนการทำผิดกฎหมายนั้นนักการเมืองส่วนใหญ่จะใช้วิธีการสั่งด้วยวาจาเพื่อไม่ให้มีพยานหลักฐานด้วยการให้รัฐมนตรีสั่งได้เป็นผู้ดำเนินการโดยมีข้าราชการเป็นกลไกสำคัญ

บางคนจำใจทำ บางคนพร้อมเสนอตัว บางคนไม่ยอมทำก็เรียบร้อย

รัฐมนตรีที่ส่งไปดำเนินการในลักษณะนี้ หากสำเร็จก็มีรางวัลสมนาคุณ หากไม่สำเร็จก็ต้องถูกเด้ง หรือบางคนก็มุบมิบใส่กระเป๋าก็ทำนองเดียวกัน

พฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้แหละที่ทำให้นักการเมืองถูกตั้งข้อรังเกียจ.

“สายล่อฟ้า”

21 มี.ค. 2560 15:00 ไทยรัฐ