วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอสโตเนียเป็นอิสระถาวร

ธงเอสโตเนียนาโตและสหราชอาณาจักร (ภาพ : REUTERS)

เพื่อนของเราชาวเอสโตเนียคนหนึ่งเคยถือ 2 สัญชาติคือ รัสเซียและเอสโตเนีย แต่ตอนนี้ถูกรัฐบาลเอสโตเนียบังคับให้สละสัญชาติใดสัญชาติหนึ่ง นี่เป็นความต้องการแยกออกจากรัสเซียอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของเอสโตเนีย และก็อย่างที่ผมเรียนรับใช้ไปเมื่อวานนะครับ พอเริ่มมีความขัดแย้งกับรัสเซีย อังกฤษก็ส่งกำลังทหารเข้าไปเอสโตเนียเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมากถึง 800 นาย อาวุธยุทโธปกรณ์ก็ส่งไปครบ สิ่งที่เกิดขึ้นใน ค.ศ.2017 ย้ำซ้ำรอยเดิมกับเมื่อ ค.ศ. 1920 ที่ตอนนั้น อังกฤษส่งทหารเข้าไปช่วยจนทำให้โซเวียตไม่กล้ายุ่งกับเอสโตเนีย นานาประเทศต่างรับรองความเป็นเอกราชและเอสโตเนียยังเข้าเป็นสมาชิกองค์การสันนิบาตชาติ

เอสโตเนียเป็นชาติเอกราชนานถึง 22 ปี (ค.ศ.1918-1939) ค.ศ. 1939 เอสโตเนียถูกบีบให้ต้องยอมลงนามให้สหภาพโซเวียตเข้ามาจัดตั้งฐานทัพเรือในประเทศ ปีต่อมา สหภาพโซเวียตก็กดดันให้รัฐบาลเดิมของเอสโตเนียลาออก และตั้งรัฐสภากับรัฐบาลชุดใหม่ปกครองประเทศ เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองและเรียกชื่อประเทศตัวเองใหม่ว่า สาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตเอสโตเนีย ประกาศรวมเอสโตเนียเป็นเครือร่วมสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตลำดับที่ 13

โซเวียตควบคุมสังคมเอสโตเนียเคร่งครัด ตอนกลางคืนก็เที่ยวจับคนเอสโตเนียเอาไปใช้แรงงานในไซบีเรีย 14 มิถุนายน 1941 เพียงคืนเดียว คนเอสโตเนียถูกจับกว่า 1 หมื่น ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด คนเอสโตเนีย 7 หมื่นคนหนีไปตั้งรกรากในประเทศตะวันตกอื่นๆ

ตลอดระยะเวลาที่ถูกโซเวียตปกครอง คนเอสโตเนียถูกกดขี่มาก ถูกบังคับให้เรียนภาษารัสเซีย ต่อมา คนเอสโตเนียก็ต่อต้านโซเวียตในเรื่องการไปเปิดเหมืองฟอสฟอรัสทำให้เกิดปัญหามลภาวะ โซเวียตแก้ไขปัญหาแรงงานด้วยการนำคนรัสเซียไปอยู่หลายหมื่นคน คนเอสโตเนียก็ต่อต้านพวกรัสเซียและชนะ ที่ผมเขียนว่า ชนะ ก็เพราะโซเวียตประกาศหยุดทำเหมืองฟอสฟอรัส

ต่อมา สหภาพโซเวียตเปิดเสรีมากขึ้น (และทำให้สหภาพล่ม สลายในที่สุด) จากนโยบายกลาสนอสต์ของนายกอร์บาชอฟ ที่ให้สิทธิเสรีภาพด้านการแสดงออกอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา ทำให้มีการรับข่าวสารข้อมูลมากขึ้น ผู้คนก็รวมพลังกันได้เป็นกลุ่มต่างๆ ค.ศ. 1988 กลุ่มแนวร่วมเอสโตเนียรณรงค์ให้ใช้เอสโตเนียเป็นภาษาราชการแทนรัสเซีย และให้ใช้ธง 3 สี (น้ำเงิน ดำ ขาว) มาแทนธงสหภาพโซเวียต เอสโตเนียกลับไปใช้ชื่อเดิมคือ สาธารณรัฐเอสโตเนีย ผู้คนปฏิเสธการร้องเพลงชาติโซเวียตและหันไปร้องเพลงชาติเอสโตเนีย

เมื่อทุกอย่างสุกงอม ประชาชนก็ลุกฮือต่อต้านผู้ปกครองพร้อมกัน มีการประกาศเอกราช แต่คณะผู้บริหารสูงสุดของรัฐสภาโซเวียตแห่งสหภาพโซเวียตบอกว่าเป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ นายกอร์บาชอฟประธานาธิบดีโซเวียตปฏิเสธที่จะรับรองคำประกาศเอกราชของเอสโตเนีย ชาวรัสเซียในเอสโตเนียไม่ยอม และประกาศจะอยู่ใต้การปกครองของรัสเซียต่อไป ก็จึงต่อสู้กัน

กอร์บาชอฟสิ้นท่า ขอให้เอสโตเนียอยู่ภายใต้การปกครองเดียวกัน แม้ไม่แน่นหนาเหมือนเดิมก็อยู่ร่วมกันแบบหลวมๆก็ได้ กอร์บาชอฟส่ง Union Treaty หรือสนธิสัญญาร่วมสหภาพไปให้เอสโตเนีย ลงนาม แต่ไม่มีใครเอาด้วย ประชาชนก็รวมหัวกันลงประชามติเมื่อ 3 มีนาคม 1991 ขอแยกประเทศ ประชาชนร้อยละ 77.8 สนับสนุนการแยกตัว และเรียกร้องให้กองทหารโซเวียตถอนตัวออกจากดินแดน

สถานการณ์โซเวียตในตอนนั้น กลุ่มคอมมิวนิสต์อนุรักษ์ทำรัฐประหาร พวกเอสโตเนียคิดว่า ถ้าคอมมิวนิสต์ชนะก็จะเข้ามาปราบพวกตัวเอง จึงตั้งรัฐบาลลี้ภัย แต่ปรากฏว่าพวกคอมมิวนิสต์แพ้ เอสโตเนียก็เป็นเอกราชถาวร และเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกสหประชาชาติได้ ต่อมาก็เป็นสมาชิกองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ อีกหลายแห่ง เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ ธนาคารโลกสภาแห่งยุโรป ฯลฯ พอถึงจุดนี้ เอสโตเนียก็บินหนีจากสหภาพโซเวียตได้สำเร็จอย่างแท้จริง

ต่อมาสหภาพโซเวียตแตกเอง รัสเซียเป็นผู้สืบสิทธิสหภาพโซเวียต ทุกเวลานาที รัสเซียยังถวิลหาเอสโตเนีย ทว่า วันนี้เอสโตเนียไปอยู่กับ ศัตรูของรัสเซียแล้ว ได้เป็นสมาชิกของนาโต สมาชิกสหภาพยุโรป โอกาสที่รัสเซียจะทำอะไรเอสโตเนียก็ยากขึ้น

เอสโตเนียกลัวรัสเซียผนวกตัวเอง เหมือนกับที่ผนวกไครเมีย รัสเซียก็ขู่เอสโตเนียหลายครั้ง อังกฤษเป็นสมาชิกนาโตชาติแรกที่ส่งทหารเข้าไป

นี่แหละครับ เรื่องราวระหว่างเอสโตเนีย และรัสเซีย.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com 

21 มี.ค. 2560 14:00 21 มี.ค. 2560 14:01 ไทยรัฐ