วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซาโต้ และ รพ.มหาวิทยาลัยมิเอะ ร่วมวิจัยเครื่องอ่านสายรัดข้อมือผู้ป่วย

ซาโต้ จับมือ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัยมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น วิจัยผลกระทบจากเครื่องอ่าน UFH RFID เพื่อพัฒนาสายรัดข้อมืออัจฉริยะ ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยที่มีความปลอดภัย ลดผลกระทบและลดปริมาณงานของ จนท.ในโรงพยาบาล...
 
ซาโต้ ผู้พัฒนาโซลูชั่นออโต้ไอดี ประกาศลงทุนทำวิจัยด้านคลินิกครั้งแรก เกี่ยวกับป้ายที่ใช้เทคโนโลยียูเอชเอฟ อาร์เอฟไอดี (UHF RFID) ร่วมกับโรงพยาบาล มหาวิทยาลัยมิเอะ (Mie University) จังหวัดมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาสายรัดข้อมือที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยที่มีความปลอดภัย พร้อมช่วยลดปริมาณงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและผู้ป่วย โดยในขั้นแรก  ทั้งสองจะร่วมกันวิจัยผลกระทบจากเครื่องอ่าน UHF RFID แบบพกพาที่มีต่ออุปกรณ์การแพทย์ที่ฝังในตัวผู้ป่วย เช่น เครื่องกระตุ้นคลื่นไฟฟ้าหัวใจ  โดยการทำวิจัยด้านคลินิกในครั้งนี้จะครอบคลุมผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยมีที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยจะเริ่มวิจัยตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2559 – 31 ธันวาคม 2561 

ระบบบาร์โค้ดที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยมีใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น เป็นการจัดการข้อมูลเกี่ยวกับการให้ยาแก่ผู้ป่วย การเก็บตัวอย่างเลือด โดยมีการตรวจสอบข้อมูลถึง 3 จุด โรงพยาบาลต้องการพัฒนาระบบ เพื่อปิดจุดอ่อนของระบบ เช่น การที่ต้องปลุกผู้ป่วยขึ้นมากลางดึก หรือการที่เครื่องอ่านไม่สามารถอ่านข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์ หรือ คลาดเคลื่อนจากความจริงเป็นครั้งคราว เนื่องจากสายรัดข้อมือหักพับ ทำให้อ่านข้อมูลไม่ได้หรือไม่ถูกต้อง

 

การนำป้าย UHF RFID ของซาโต้เฮลท์แคร์มาใช้ จะทำให้สามารถเรียกดูข้อมูลได้ในระบบทางไกล ทำให้ไม่จำเป็นต้องหยิบจับเครื่องอ่านโดยตรง  ในการทดสอบการใช้เครื่องก่อนที่จะเริ่มมีการวิจัยชิ้นนี้ พบว่าสามารถเรียกดูข้อมูลได้สะดวกแม้ว่าจะมีสิ่งกีดขวางระหว่างตัวเครื่องอ่านและชิปที่บันทึกข้อมูล เช่น มีผ้าห่มคลุมตัวผู้ป่วย เป็นต้น  ดังนั้นการวิจัยชิ้นนี้จะช่วยทำให้สามารถเรียกดูและยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
 
นอกจากนี้ ป้ายและสายรัดข้อมือแบบ UHF RFID ยังมีต้นทุนต่ำกว่าป้ายแบบ HF และมีระยะห่างที่สามารถอ่านข้อมูลจากป้ายได้ไกลกว่า จากรายงานของกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยว่าเครื่องอ่านที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ก็จะไม่ส่งผลเสียต่ออุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (pacemaker) หรือเครื่องกระตุกหัวใจ (defibrillator) ไม่ว่าระยะห่างระหว่างเครื่องอ่านและอุปกรณ์ทางการแพทย์ดังกล่าวจะเป็นเท่าไร


นายโยชิโนริ อาซูมิ รองประธานฝ่ายข้อมูลทางการแพทย์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยมิเอะ กล่าวว่า ป้าย UFH ที่นี่จะให้ตรวจสอบข้อมูลได้ด้วยต้นทุนที่ถูกมาก ทำให้โรงพยาบาลมีโอกาสเพิ่มในอนาคต เนื่องจากพยาบาลและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจะมีภาระลดลงในการตรวจสอบข้อมูล

 
ด้าน นายฮิโรยูกิ โคนูมะ ประธานซาโต้ เฮลธ์แคร์ กล่าวว่า ป้ายผู้ป่วยแบบสายรัดข้อมือ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ผู้ป่วย พร้อมทั้งยังให้ความสะดวกสบายได้อย่างมาก  เพราะเครื่องนี้จะสามารถอ่านข้อมูลได้ในระยะไกล ผู้ดูแลผู้ป่วยก็ไม่จำเป็นต้องปลุกหรือย้ายหรือขยับตัวผู้ป่วยโดยไม่จำเป็นเมื่อต้องการอ่านข้อมูลบนป้ายสายรัดข้อมูล  ระบบนี้นับได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่น่าทึ่งและสามารถให้ทั้งความถูกต้องและความสะดวกสบาย.

ซาโต้ จับมือ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัยมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น วิจัยผลกระทบจากเครื่องอ่าน UFH RFID เพื่อพัฒนาสายรัดข้อมืออัจฉริยะ ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยที่มีความปลอดภัย ลดผลกระทบและลดปริมาณงานของ จนท.ในโรงพยาบาล... 21 มี.ค. 2560 04:13 21 มี.ค. 2560 04:23 ไทยรัฐ