วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ซาโต้ และ รพ.มหาวิทยาลัยมิเอะ ร่วมวิจัยเครื่องอ่านสายรัดข้อมือผู้ป่วย

ซาโต้ และ รพ.มหาวิทยาลัยมิเอะ ร่วมวิจัยเครื่องอ่านสายรัดข้อมือผู้ป่วย

  • Share:

ซาโต้ จับมือ โรงพยาบาล มหาวิทยาลัยมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น วิจัยผลกระทบจากเครื่องอ่าน UFH RFID เพื่อพัฒนาสายรัดข้อมืออัจฉริยะ ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยที่มีความปลอดภัย ลดผลกระทบและลดปริมาณงานของ จนท.ในโรงพยาบาล...
 
ซาโต้ ผู้พัฒนาโซลูชั่นออโต้ไอดี ประกาศลงทุนทำวิจัยด้านคลินิกครั้งแรก เกี่ยวกับป้ายที่ใช้เทคโนโลยียูเอชเอฟ อาร์เอฟไอดี (UHF RFID) ร่วมกับโรงพยาบาล มหาวิทยาลัยมิเอะ (Mie University) จังหวัดมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาสายรัดข้อมือที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยที่มีความปลอดภัย พร้อมช่วยลดปริมาณงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลและผู้ป่วย โดยในขั้นแรก  ทั้งสองจะร่วมกันวิจัยผลกระทบจากเครื่องอ่าน UHF RFID แบบพกพาที่มีต่ออุปกรณ์การแพทย์ที่ฝังในตัวผู้ป่วย เช่น เครื่องกระตุ้นคลื่นไฟฟ้าหัวใจ  โดยการทำวิจัยด้านคลินิกในครั้งนี้จะครอบคลุมผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยมีที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยจะเริ่มวิจัยตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม 2559 – 31 ธันวาคม 2561 

ระบบบาร์โค้ดที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยมีใช้อยู่ในปัจจุบันนั้น เป็นการจัดการข้อมูลเกี่ยวกับการให้ยาแก่ผู้ป่วย การเก็บตัวอย่างเลือด โดยมีการตรวจสอบข้อมูลถึง 3 จุด โรงพยาบาลต้องการพัฒนาระบบ เพื่อปิดจุดอ่อนของระบบ เช่น การที่ต้องปลุกผู้ป่วยขึ้นมากลางดึก หรือการที่เครื่องอ่านไม่สามารถอ่านข้อมูลได้อย่างสมบูรณ์ หรือ คลาดเคลื่อนจากความจริงเป็นครั้งคราว เนื่องจากสายรัดข้อมือหักพับ ทำให้อ่านข้อมูลไม่ได้หรือไม่ถูกต้อง

โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยมิเอะ

 

การนำป้าย UHF RFID ของซาโต้เฮลท์แคร์มาใช้ จะทำให้สามารถเรียกดูข้อมูลได้ในระบบทางไกล ทำให้ไม่จำเป็นต้องหยิบจับเครื่องอ่านโดยตรง  ในการทดสอบการใช้เครื่องก่อนที่จะเริ่มมีการวิจัยชิ้นนี้ พบว่าสามารถเรียกดูข้อมูลได้สะดวกแม้ว่าจะมีสิ่งกีดขวางระหว่างตัวเครื่องอ่านและชิปที่บันทึกข้อมูล เช่น มีผ้าห่มคลุมตัวผู้ป่วย เป็นต้น  ดังนั้นการวิจัยชิ้นนี้จะช่วยทำให้สามารถเรียกดูและยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับผู้ป่วยได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
 
นอกจากนี้ ป้ายและสายรัดข้อมือแบบ UHF RFID ยังมีต้นทุนต่ำกว่าป้ายแบบ HF และมีระยะห่างที่สามารถอ่านข้อมูลจากป้ายได้ไกลกว่า จากรายงานของกระทรวงกิจการภายในและการสื่อสารของญี่ปุ่นเปิดเผยว่าเครื่องอ่านที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ก็จะไม่ส่งผลเสียต่ออุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ (pacemaker) หรือเครื่องกระตุกหัวใจ (defibrillator) ไม่ว่าระยะห่างระหว่างเครื่องอ่านและอุปกรณ์ทางการแพทย์ดังกล่าวจะเป็นเท่าไร


นายโยชิโนริ อาซูมิ รองประธานฝ่ายข้อมูลทางการแพทย์ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยมิเอะ กล่าวว่า ป้าย UFH ที่นี่จะให้ตรวจสอบข้อมูลได้ด้วยต้นทุนที่ถูกมาก ทำให้โรงพยาบาลมีโอกาสเพิ่มในอนาคต เนื่องจากพยาบาลและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลจะมีภาระลดลงในการตรวจสอบข้อมูล

นายฮิโรยูกิ โคนูมะ ประธานซาโต้ เฮลธ์แคร์

 
ด้าน นายฮิโรยูกิ โคนูมะ ประธานซาโต้ เฮลธ์แคร์ กล่าวว่า ป้ายผู้ป่วยแบบสายรัดข้อมือ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้แก่ผู้ป่วย พร้อมทั้งยังให้ความสะดวกสบายได้อย่างมาก  เพราะเครื่องนี้จะสามารถอ่านข้อมูลได้ในระยะไกล ผู้ดูแลผู้ป่วยก็ไม่จำเป็นต้องปลุกหรือย้ายหรือขยับตัวผู้ป่วยโดยไม่จำเป็นเมื่อต้องการอ่านข้อมูลบนป้ายสายรัดข้อมูล  ระบบนี้นับได้ว่าเป็นนวัตกรรมที่น่าทึ่งและสามารถให้ทั้งความถูกต้องและความสะดวกสบาย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้