วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขนศพน้องปอนด์ ส่งนิติเวช-ผ่าใหม่

ผบก.ป.รอรับ18โจ๋โหด สอบเรียงตัวคดีรุมฆ่า!

แม่น้องปอนด์ เหยื่อโหด 18 โจ๋เพชรบุรีรุมฆ่า นำศพลูกชายส่งสถาบันนิติเวช รพ.ตร.ชันสูตรใหม่อีกครั้ง ร่ำไห้ยังทำใจไม่ได้ ด้านทนายสงกานต์เตือน 18 โจ๋ หากปฏิเสธและไม่ให้การตามคำแนะนำของผู้ปกครองบางคน จะไม่เป็นผลดี ด้านผู้การกองปราบฯรับพนักงานสอบสวนท้องที่จะส่งสำนวนพร้อม 18 ผู้ต้องหา วันที่ 14 มี.ค.นี้ ขณะที่สวนดุสิตโพลชี้คดีนี้โหดเหี้ยมทารุณ กระทำเกินกว่าเหตุ และให้ดำเนินคดีถึงที่สุด

กรณีนายธีระพงษ์ หรือปอนด์ ฐิตะฐาน อายุ 24 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตเพชรบุรี ถูกกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ทั้งผู้ชายและผู้หญิง 18 คน บุกเข้าไปรุมทำร้ายอย่างโหดเหี้ยม ก่อนใช้ไขควงแทงศีรษะและกระทืบซ้ำจนทะลุกะโหลกเสียชีวิต โดยเพื่อนๆที่อยู่ด้วยกันอีก 4 คนบาดเจ็บ เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุนางอารีรัตน์ ชมโลก อายุ 50 ปี แม่ผู้เสียชีวิตประกาศเอาเรื่องผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด แต่ยังกังวลว่าจะไม่ได้รับความยุติธรรม เพราะ 1 ในกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นลูกคนในเครื่องแบบ จนกระทั่งมีคำสั่งโอนคดีไปที่กองบังคับการปราบปราม และย้าย พ.ต.อ.ภคิน ศิวเมธากุล ผกก.สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ช่วยราชการที่ ศปก.ตร.ภาค 7

ความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 12 มี.ค. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และนางอารีรัตน์ ชมโลก แม่นายธีระพงษ์ ฐิตะฐาน ผู้ตาย และญาติ ร่วมกันนำร่างไร้วิญญาณของนายธีระพงษ์ออกจากบ้านเกิดที่จ.ชุมพร มามอบให้เจ้าหน้าที่สถาบันนิติเวชฯ เพื่อผ่าชันสูตร ตรวจหาร่องรอยบาดแผลทางนิติวิทยาศาสตร์ และหาดีเอ็นเอ อย่างละเอียด

นายสงกานต์กล่าวว่า คดีนี้ญาติผู้ตายให้ตนรับผิดชอบ พบข้อพิรุธข้อสงสัยมากมาย โดยนางอรุณี ดีสุวรรณ อายุ 52 ปี ป้าผู้ตาย ได้ส่งหลักฐานในคดีให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ใช้เป็นหลักฐานประกอบการสืบสวนสอบสวน และขอให้โอนคดีให้กับพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เนื่องจากพยานบางปากไม่กล้าให้ปากคำพนักงานสอบสวนท้องที่ และอาจมีการข่มขู่พยานจากผู้ที่มีอิทธิพลในท้องถิ่น จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ มีคำสั่งโอนคดีมายังกองปราบปราม และให้มีการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยผลการผ่าพิสูจน์คาดไว้ไม่เกิน 15 วัน ส่วนความเคลื่อนไหวต่อจากนี้ ในวันที่ 13 มี.ค. เวลา 13.00 น.

นางอารีรัตน์และเพื่อนๆผู้ตาย จะไปที่กระทรวงยุติธรรม เนื่องจากได้ประสานนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อปรึกษามาตรการคุ้มครองพยานนอกเหนือจากที่ตำรวจดูแล รวมทั้งเรื่องการเยียวยาผู้เสียหาย จากนั้นวันที่ 14 มี.ค. สภ.ชะอำ จะส่งผู้ต้องหาทั้ง 18 คน มาสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) โดยแยกสอบปากคำทีละคน คาดว่าจะมีอีก 2 คน ถูกออกหมายจับเพิ่มเติมด้วย

นายสงกานต์กล่าวอีกว่า อยากจะฝากถึงผู้ปกครองผู้ต้องหาทั้งหมด หากบุตรหลานของท่านทุกคนปฏิเสธและไม่ให้การ จะไม่เป็นประโยชน์แก่น้องๆอย่างแน่นอน อาจจะถูกตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่ถ้าต่างคนต่างให้การ จะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี และจะพิจารณาได้โดยง่าย อย่าไปเชื่อผู้ปกครองบางคนที่โทรศัพท์มาหาว่าไม่ต้องให้การใดๆเดี๋ยวจะหาทนายให้ อยากให้น้องๆ ให้การอย่างอิสระ ให้การกับตำรวจกองปราบฯ ตามความเป็นจริง พูดไปเลย ใครลงมือทำอะไรบ้าง ไม่ต้องกังวลอะไร เพราะมีข้อมูลหมด ใครเป็นคนใช้ไขควงแทง ใครเป็นคนกระทืบไขควงซ้ำ ใครเป็นคนใช้ขวดเบียร์ตี นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลอีกว่า มี 1 ใน 18 คน ได้ส่งข้อมูลเป็นคลิปเสียงมาทางเฟซบุ๊กตน ว่ามีลูกผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่เป็นคนลงมือกระทำความผิด โทรศัพท์แจ้งทุกคนให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะให้การในชั้นศาลแล้วจะหาทนายความให้ ดังนั้น อยากให้น้องๆคิด ทำไมถึงจะต้องไปร่วมข้อหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หากไม่ได้เป็นคนลงมือ อย่าเสี่ยงเลย

ภายหลังส่งศพให้กับเจ้าหน้าที่นิติเวชฯ นางอารีรัตน์ แม่ผู้ตายกล่าวทั้งน้ำตาว่า เสียใจเป็นอย่างมาก ถึงจะผ่านมาหลายวัน ยังทำใจไม่ได้ ยังคิดถึงลูกตลอดเวลา ตอนนี้ทำอะไรไม่ถูก ครอบครัวเสียใจอย่างมาก มอบหมายให้ทนายเป็นคนเดินเรื่อง และ ขอให้ตำรวจกองปราบฯจับคนร้ายได้โดยเร็ว คิดว่าการหาความจริงในยุคนี้ไม่น่าจะยาก อย่างไรก็ตาม ครอบครัวก็ไม่มีใครมาข่มขู่หรือมาในลักษณะไม่ดี แต่กับเพื่อนน้องปอนด์เป็นห่วง เพราะเมื่อวันที่ 12 มี.ค. มีคนบอกว่ามีรถต้องสงสัยไม่เคยเห็นขับวนเวียนแถวหอพัก

ด้านนายวิวัฒน์ อรุณเมธา อายุ 42 ปี น้าชายผู้ตาย กล่าวว่า การที่ทางครอบครัวนำร่างน้องปอนด์มาให้แพทย์นิติเวชฯ รพ.ตร.ชันสูตรอีกครั้ง เพราะเนื่องจากในครั้งแรกรายละเอียดไม่ครอบคลุม ระบุแค่ร่องรอยภายนอกร่างกาย แต่ไม่มีรายละเอียดถึงอวัยวะภายใน อยากจะพิสูจน์ใหม่เพื่อจะได้เอาไปใช้ในการประกอบสำนวนการสืบสวนสอบสวน เพื่อนำไปดำเนินคดีกับผู้ต้องหา

วันเดียวกัน ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต. สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป.เปิดเผยว่า สำนวนคดีและผู้ต้องหาที่ได้ประกันตัวไปทั้งหมดจาก จ.เพชรบุรี จะมีการส่งมาให้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามในวันอังคารที่ 14 มี.ค.นี้ โดยจะมี พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป.เป็นหัวหน้าชุดคณะพนักงานสอบสวนตรวจสอบรายละเอียดต่างๆในสำนวน ต้องมาดูว่ายังขาดอะไร ต้องแสวงหาหลักฐาน พยานต่างๆ มาประกอบเพิ่ม โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.จะเป็นผู้พิจารณา

รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า เรื่องการโอนสำนวนมาให้กองปราบฯในครั้งนี้ นอกจากจะต้องสอบสวนให้ได้ว่าผู้ใดในกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดเป็นผู้ก่อเหตุ ยังต้องตรวจสอบผู้ต้องหาทั้งหมดว่า ใครมีญาติพี่น้องหรือคนใกล้ชิดใดบ้างที่เข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล เพื่อรายงานให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ทราบด้วย

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพลโดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจ “การใช้ความรุนแรงของวัยรุ่นไทย” จาก 1,364 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 7-11 มี.ค.ว่า ความคิดเห็นต่อคดี “น้องปอนด์” ส่วนใหญ่ร้อยละ 79.69 ระบุเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ โหดเหี้ยม ทารุณ ร้อยละ 65.76 ระบุขอให้ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด ส่วนสาเหตุของการใช้ความรุนแรงของวัยรุ่นไทย ณ วันนี้ ร้อยละ 81.52 ระบุอารมณ์ร้อน ขาดสติ คึกคะนอง ร้อยละ 76.61 พ่อแม่ไม่ดูแลเอาใจใส่ ขาดการอบรมเลี้ยงดูที่ดี ร้อยละ 73.68 ระบุเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ สำหรับแนวทางการแก้ไข ร้อยละ 74.19 ระบุพ่อแม่ผู้ปกครองต้องมีเวลาดูแลเลี้ยงดูอบรมบุตรหลาน ร้อยละ 70.97 ให้พิจารณาปรับแก้กฎหมายสำหรับเยาวชนให้มีบทลงโทษมากขึ้น ร้อยละ 67.96 ให้สถานศึกษา โรงเรียน ปลูกฝังจิตสำนึก เน้นคุณธรรมจริยธรรม เมื่อถามถึงพฤติกรรมของวัยรุ่นไทยที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด ร้อยละ 76.47 ระบุการใช้ความรุนแรง ยกพวกตีกัน ฆ่ากัน ร้อยละ 64.44 ติดการพนัน ติดเกม ยาเสพติด ร้อยละ55.94 ติดสื่อโซเซียล ร้อยละ 50.37 หึงหวง ชู้สาว มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และร้อยละ 49.71 คบเพื่อนไม่ดี ไม่สนใจการเรียน

แม่น้องปอนด์ เหยื่อโหด 18 โจ๋เพชรบุรีรุมฆ่า นำศพลูกชายส่งสถาบันนิติเวช รพ.ตร.ชันสูตรใหม่อีกครั้ง ร่ำไห้ยังทำใจไม่ได้ ด้านทนายสงกานต์เตือน 18 โจ๋