วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับหนุ่มคนสนิท ผู้ต้องหาฆ่าสาวแรงงานนครพนม แขวนคอคาห้อง เผยคนตายมีสามี

ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาฆ่าสาว จนท.แรงงาน จ.นครพนม จับแขวนคอในห้อง เป็นพนักงานขับรถที่ทำงานเดียวกัน ยอมรับมาหาก่อนเจอศพ แต่ไม่ปฏิเสธไม่ได้ฆ่า ขณะพ่อผู้ตายเผยลูกสาวแต่งงานมีลูก 2 คน สามีไปทำงานต่างประเทศ ไม่อาฆาต แค่อยากรู้ว่าฆ่าลูกทำไม... 

จากคดีพนักงานสาวแรงงานจังหวัดนครพนม เสียชีวิตปริศนา น.ส.นันธิดา เพ็งเวลุน อายุ 32 ปี ตำแหน่งเจ้าพนักงานแรงงานปฏิบัติงาน (ฝ่ายต่างด้าว) สำนักงานแรงงานจังหวัดนครพนม เสียชีวิตในสภาพแขวนคอที่ระเบียงห้องเช่าในซอยสว่างพัฒนา ชุมชนโพนสว่าง ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม เหตุเกิดเมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 มี.ค. 60 ในห้องพบมีหลักฐานร่องรอยลายนิ้วมือ นิ้วเท้า ที่เชื่อว่าเป็นของผู้ก่อเหตุหลายจุด

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายชัยชิด จับจิตต์ อายุ 38 ปี ลูกจ้างกองสาธารณสุขเทศบาลเมืองนครพนม ที่เป็นเพื่อนชายคนสนิท มาสอบสวนข้อเท็จจริง เนื่องจากเป็นบุคคลที่มาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนว่าพบศพของผู้ตายในห้องพัก แต่ นายชัยชิด ยืนยันว่ามีความสนิทสนมกันจริง แต่ไม่ได้คบหากันเป็นแฟน ซึ่งช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 9 มี.ค. คืนวันเกิดเหตุ ได้ไปหาผู้ตายที่ห้องเนื่องจากผิดสังเกตว่าติดต่อไม่ได้ แต่ไปเรียกที่ห้องไม่มีเสียงตอบจึงกลับมา จนกระทั่งได้โทรติดต่อในช่วงดึก เวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 10 มีนาคม 2560 จึงไปหาอีกรอบ พบว่าห้องไม่ได้ล็อก พอเปิดประตูเข้าไปพบผู้ตายแขวนคออยู่หลังห้องเช่า ด้วยความตกใจจึงรีบหนีออกจากห้อง และยังไม่กล้าบอกใคร พอรุ่งเช้าตั้งสติได้ จึงมาแจ้งตำรวจที่ สภ.เมืองนครพนม ไปตรวจสอบ พบว่าเสียชีวิตจริง โดยยืนยันไม่ได้ลงมือก่อเหตุ

ล่าสุด ตำรวจได้ควบคุมตัว นายประจักษ์ คำบัว หรือ เจี๊ยบ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21 หมู่ 3 บ้านสำราญ ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม มีตำแหน่งเป็นพนักงานขับรถในสำนักงานเดียวกันกับผู้ตาย และยังเป็นบุคคลที่มีความสนิทสนมเป็นการส่วนตัวกับผู้ตาย มาสอบสวน หลังได้เบาะแสเชื่อมโยงจากคำให้การ โดยเจ้าตัวยืนยันว่ามีความสนิทสนมส่วนตัวจริง และได้มาพบผู้ตายที่ห้อง จนมีปัญหาส่วนตัวทะเลาะกัน จึงใช้มีดปลายแหลมกรีดที่นอน หมอนจนขาดกระจุยเสียหาย ด้วยความโกรธ ก่อนหนีไปแต่ไม่ได้ก่อเหตุทำร้ายหรือฆ่าผู้ตาย

ด้าน พ.ต.อ.อุกกฤษฏ์ ทรงชัยสงวน ผกก.สภ.เมืองนครพนม กล่าวว่า จากการสอบสวน รวมถึงหลักฐานต่างๆ ในที่เกิดเหตุ ที่มีความชัดเจนหลายจุด ตำรวจจึงได้รวบรวมหลักฐานเสนอขออนุมัติศาลจังหวัดนครพนมออกหมายจับ โดยศาลจังหวัดนครพนม ได้อนุมัติออกหมายจับ นายประจักษ์ คำบัว หรือ เจี๊ยบ อายุ 32 ปี ตามหมายจับ ที่ 32/2560 วันที่ 11 มีนาคม 2560 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และซ่อนเร้นย้ายหรือทำลายศพ หรือส่วนของศพ เพื่อปิดบังการเกิดการตาย หรือเหตุแห่งการตาย โดยมีอายุความ 15 ปี พร้อมได้ควบคุมตัว นายประจักษ์ คำบัว หรือ เจี๊ยบ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลมารับทราบข้อกล่าวหา และสอบสวน แต่ผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ ซึ่งต้องรอผลการตรวจชันสูตรหลักฐานสำคัญ จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงกองพิสูจน์หลักฐานมายืนยันอีกครั้ง ซึ่งทางตำรวจยังไม่ให้มีการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ศพ น.ส.นันธิดา เพ็งเวลุน อายุ 32 ปี ผู้ตาย ได้นำกลับมาจากตรวจชันสูตรที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น ตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด เลขที่ 10 หมู่ 3 บ้านโนนสว่าง ต.ท่าลาด อ.เรณูนคร จ.นครพนม ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของญาติพี่น้อง และเพื่อนร่วมงาน ซึ่งกำหนดจะทำการฌาปนกิจศพ ในวันที่ 14 มีนาคมนี้

นายทวิช เพ็งเวลุน อายุ 61 ปี พ่อผู้ตาย ได้ออกมาเปิดใจว่า ตนมีลูกสาวทั้งหมด 4 คน ผู้ตายเป็นลูกสาวคนสุดท้อง เป็นความหวังของครอบครัว เพราะเป็นคนเดียวที่ได้รับราชการ ซึ่งได้บรรจุรับราชการมา 6 ปี มีครอบครัวแต่งงานมาหลายปีแล้ว มีลูกสาวถึง 2 คน คนโต อายุ 12 ขวบ และคนเล็กอายุ 2 ขวบ ปกติตากับยายจะดูแล ส่วนสามีไปทำงานต่างประเทศได้ 6 เดือน ซึ่งลูกสาวตนนิสัยเป็นคนร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นที่รักของญาติพี่น้องที่ทำงาน และเพิ่งย้ายไปอยู่ห้องพักที่เกิดเหตุ เดิมสามีจะไปดูแลอยู่ด้วยตลอดก่อนที่จะไปทำงานต่างประเทศ และยืนยันว่าลูกสาวไม่เคยมีปัญหาหรือไปทะเลาะกับใครมาก่อน พอทราบข่าวลูกสาวเสียชีวิต ตนมั่นใจตลอดว่าลูกสาวไม่คิดสั้นแน่นอน และเชื่อว่าต้องเป็นคนใกล้ตัวที่ทำร้าย มาถึงวันนี้สูญเสียทุกอย่าง สูญเสียเสาหลักครอบครัว อยากให้ตำรวจเอาผิดคนร้ายให้ได้ ตนคาใจที่สุดอยากถามว่า ฆ่าลูกสาวทำไม

"ทำไมถึงต้องฆ่ากันแบบนี้ แต่ไม่ว่าจะเป็นใครก็ไม่ขออาฆาตจองเวร แต่ขอให้ไปรับกรรมจากการกระทำของตัวเขาเอง" พ่อผู้ตาย กล่าว

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายประจักษ์ ไปชี้จุดเกิดเหตุ บริเวณห้องพักของผู้ตาย เพื่อประกอบการดำเนินคดี จากนั้นนำมาสอบสวนดำเนินคดี เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การภาคเสธ แต่ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าได้สนิทสนมกับผู้ตายจริง และคืนเกิดเหตุได้ไปพบกับผู้ตายที่ห้องพัก ก่อนมีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องปัญหาส่วนตัว แต่ไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายถึงขั้นเสียชีวิต ก่อนขับรถจักรยานยนต์กลับบ้าน และมารู้ว่าเสียชีวิตภายหลัง โดยทางตำรวจยังไม่ให้มีการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งจะต้องรอผลการตรวจชันสูตรหลักฐานสำคัญ ที่เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เก็บรวบรวมไว้ได้หลายจุดในที่เกิดเหตุ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับหลักฐานที่มีการเก็บ ดีเอ็นเอ ของผู้ต้องหาไปตรวจพิสูจน์ หากยืนยันตรงกัน จะเป็นหลักฐานสำคัญที่มัดตัวผู้ต้องหา

พ.ต.อ.อุกกฤษฏ์ ทรงชัยสงวน ผกก.สภ.เมืองนครพนม เปิดเผยว่า ผู้ต้องหา ได้ให้การภาคเสธ ถือเป็นสิทธิในการต่อสู้ทางกฎหมาย แต่ทางตำรวจได้มีการนำตัวไปชี้จุดเกิดเหตุ เพื่อประกอบการดำเนินคดี แต่ไม่ได้ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ สำหรับพยานหลักฐาน ที่มีการเก็บรวบรวมในที่เกิดเหตุ รวมถึงพยานสำคัญที่เกี่ยวข้อง มีความเชื่อมั่นในพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักพอที่จะเอาผิดผู้ต้องหา และที่สำคัญต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากนิติเวช เกี่ยวกับดีเอ็นเอ หรือคราบเลือด รอยเท้า รอยนิ้วมือตามจุดต่างๆ ภายในห้องผู้ตาย ซึ่งถือว่ามีความชัดเจน รอเพียงการตรวจพิสูจน์นำมาเทียบกับตัวผู้ต้องหา เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญในการเอาผิด

อย่างไรก็ตามหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงไปถึงการออกหมายจับ ให้น้ำหนักในเรื่องของเป็นคนที่สนิทสนมใกล้ชิด อยู่กับผู้ตายก่อนเกิดเหตุ รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่เก็บในจุดเกิดเหตุ โดยเฉพาะลายนิ้วมือ สำคัญสุด เพราะผลการตรวจยืนยันว่าผู้ตาย เสียชีวิตก่อนที่จะนำมาแขวนคออำพราง ทั้งนี้อยู่ที่ผลตรวจชันสูตรออกมายืนยันตรงกัน ซึ่งจะทำให้ปฏิเสธยาก คาดว่าภายในไม่กี่วันผลตรวจยืนยันออกมาจะชัดเจน.

ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาฆ่าสาว จนท.แรงงาน จ.นครพนม จับแขวนคอในห้อง เป็นพนักงานขับรถที่ทำงานเดียวกัน ยอมรับมาหาก่อนเจอศพ แต่ไม่ปฏิเสธไม่ได้ฆ่า ขณะพ่อผู้ตายเผยลูกสาวแต่งงานมีลูก 2 คน สามีไปทำงานต่างประเทศ ไม่อาฆาต... 12 มี.ค. 2560 11:34 ไทยรัฐ