วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘เทือก’ ชมคสช. ปฏิรูปเดินถูกทาง คลอดแล้วโผทหาร ปรับ 298 ตำแหน่ง

‘เทือก’ ชมคสช. ปฏิรูปเดินถูกทาง คลอดแล้วโผทหาร ปรับ 298 ตำแหน่ง

  • Share:

“วิโรจน์” กระตุก รบ.ไม่จริงใจปรองดองก็เสียเวลาเปล่า อัดยุทธศาสตร์ชาติกระต่ายขาเดียว “นิพิฏฐ์” เข้าใจนายกฯหลุดขึ้นแวต บอกผิดพลาดกันได้ อย่าไปขยายปม จับไต๋ สนช.หวังอยู่ยาวต้องพะเน้า–พะนอเอาใจผู้นำ “สุเทพ” ยาหอม คสช. เดินมาถูกทาง พร้อมล่มหัวจมท้ายจนกว่าจะปฏิรูปสำเร็จ คสช.ย้ำจำเป็นคงอำนาจพิเศษ สนช.ดับกระแสอ้าง ม.77 รธน.ใหม่เตะถ่วงกฎหมายลูก ฟุ้งพฤติกรรมสมาชิกดีขึ้นเข้าประชุมคึกคัก วางคิวสอย “ปึ้ง” ให้ทันก่อนเส้นตาย โพลยังมองนักการเมืองยังก่อคลื่นใต้น้ำ โผทหารกลางปีคลอดแล้ว มีปรับ 298 ตำแหน่ง “สุนัย” มือดีหมวกแดงขึ้นรอง ผบ.นสศ.

หลังจัดคิวเปิดรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะการสร้างความปรองดอง จากพรรคการเมืองจนเกือบครบถ้วนแล้ว สัปดาห์หน้าจะเป็นคิวของกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งกลุ่ม นปช.และ กปปส. ที่ต่างก็ตอบรับเข้าร่วมหารือกับคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองแล้ว

เตือน รบ.ไม่จริงใจเสียเวลาเปล่า

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเสนอแนวทางสร้างความปรองดอง ต่อคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ว่า คณะกรรมการให้ความสนใจในข้อเสนอบอกว่ามีสาระ ช่วงท้ายสรุปฝากไปยังรัฐบาลว่าหวังทำเรื่องนี้อย่างจริงใจและจริงจัง ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไม่มีประโยชน์ เสียโอกาสและเสียประโยชน์ บ้านเมืองเดินหน้าลำบาก ถ้าตั้งใจทำจะเป็นประโยชน์กับบ้านเมืองมาก ทุกอย่างอยู่ที่การเริ่มต้น ถ้าดีก็สำเร็จไปครึ่ง มันอาจยังไม่สำเร็จในรัฐบาลนี้ ไปสำเร็จในรัฐบาลหน้าทำให้รัฐบาลหน้าใช้เวลาสร้างความปรองดองน้อยลงสำเร็จได้เร็วขึ้น แต่ถ้ารัฐบาลนี้ไม่เริ่มต้นจริงจังรัฐบาลหน้าก็ต้องมาเริ่มต้นใหม่ เสียเวลาอีก

อัดยุทธศาสตร์กระต่ายขาเดียว

พล.ต.ท.วิโรจน์กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี กับการกำหนดให้มีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มองว่าการปฏิรูปประเทศต้องใช้เวลาคุยกันยาวๆ การพูดคุยกับ คณะกรรมการรับฟังความเห็นฯก็เสนอไปว่าต้องแยกเรื่องนี้ออกมาคุยต่างหาก เพราะต้องใช้เวลา ขณะที่โลกปัจจุบันหมุนเร็วสถานการณ์เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เราไม่ได้อยู่ในโลกเพียงประเทศเดียว ต้องเกี่ยวกับสังคมโลกด้วย ถ้าโลกเปลี่ยนเราจะยึดอยู่ที่ยุทธศาสตร์ 20 ปีโดยไม่เปลี่ยนอะไรเลยได้หรือเปล่า ถ้าเขียนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีโดยไม่ให้เดินไปทางไหนได้ ยืนกระต่ายขาเดียว ไม่ให้รถเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวา บอกว่าคนอื่นไม่เกี่ยว รัฐบาลหน้าคงลำบาก

“นิพิฏฐ์” เข้าใจนายกฯหลุดได้

ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถูกโจมตีหลังออกมาพูดถึงการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ว่า ที่จริงไม่อยากวิจารณ์ แต่ถ้าพูดถึงเรื่องการเมืองต้องยอมรับว่านายกฯไม่ได้เติบโตมาในสายการเมือง บางเรื่องพอท่านคิดอาจจะพูดไปเลย บางเรื่องอ่อนไหว คิดว่าอย่าไปทำให้เป็นเรื่องใหญ่ในบรรยากาศการปรองดองแบบนี้ ถ้าการพูดของนายกฯผิดจังหวะหรือพลาดไป ถ้าไม่คอขาดบาดตายก็อย่าไปขยายปม คนผิดพลาดกันได้ แต่เราต้องดูว่าความผิดพลาดเสียหายกับบ้านเมืองหรือไม่ ถ้าไม่เสียหายอะไรมากก็ลืมๆไปเสียบ้าง ส่วนเรื่องปรองดองที่เริ่มมีคนออกมาโจมตีรัฐบาลในทำนองเปิดเวทีแบบไม่จริงใจนั้น บอกแต่ต้นแล้วทุกคนต้องให้ความร่วมมือ ประคับประคองให้เกิดขึ้นให้ได้ ต้องประเมินว่าการพูดของเราทำให้เกิดความปรองดองยากหรือไม่ ถ้าทำให้เกิดขึ้นยากก็อย่าพูด ทุกคนหวังผลสำเร็จทั้งนั้น

จับไต๋ สนช.หวังอยู่ยาวต้องเอาใจ

นายนิพิฏฐ์กล่าวถึงกรณี สนช.และ กรธ.แสดงความเป็นห่วงว่าหลังจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บังคับใช้ กระบวนการออกกฎหมายอาจล่าช้า เพราะต้องคำนึงถึงมาตรา 77 วรรค 2 ที่กำหนดให้ต้องรับฟังความเห็นจากผู้ได้รับผลกระทบก่อน ว่า ไม่น่ามีปัญหา โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ กรธ.บอกว่าบางฉบับเสร็จแล้วกำลังนำไปรับฟังความเห็นในต่างจังหวัดอยู่ แสดงว่าทำรอไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ถ้าสนช.จะถ่วงก็มีขั้นตอนให้ถ่วงได้ แต่ต้องดูเจตนา เพราะไม่เคยมีที่แม่น้ำสายหนึ่งไปขัดแย้งกับแม่น้ำอีกสายอย่างรุนแรงจนไม่รับกฎหมาย ขนาด พ.ร.บ.งบประมาณยังผ่านแค่ไม่กี่ชั่วโมง ถ้า สนช.คว่ำร่างของ กรธ.ก็ไม่มีเจตนาอื่นนอกจากอยากอยู่นาน “แต่ขอเตือนว่าคว่ำสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ ต้องดูเจตนาผู้มีอำนาจ อย่าซี้ซั้ว ต้องทายใจนายกฯให้ถูกว่าทำอย่างนี้นายกฯจะรักไหม เหมือนเด็กที่ต้องคอยดูผู้ใหญ่ ถ้าไม่รักก็ไม่ทำ ถ้าเก็งข้อสอบผิดจะไม่ได้กลับมาเป็น ส.ว. 250 คน จึงมีพวกพยายามเอาใจผู้มีอำนาจมีตัวอย่างให้เห็นชัดเจนแบบจะจะ”

จี้นายกฯรีดภาษีหุ้นชินคอร์ป

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการจัดเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป กว่า 16,000 ล้านบาท โดยใช้ช่องทางกฎหมายปฏิบัติอย่างจริงจัง และขอให้รัฐบาลทบทวนการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน ด้วยสัญญาแบบจีทูจี เพราะสภาพเศรษฐกิจขณะนี้กำลังย่ำแย่ จนมีแนวคิดจัดเก็บภาษีแวตเพิ่มอีก 1 เปอร์เซ็นต์ และยังต้องดำเนินการสร้างอู่จอดเรือดำน้ำมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาทอีก ยังไม่รวมค่าบำรุงรักษา ซ่อมแซม ถือว่าต้องใช้งบประมาณอีกมาก จึงขอคัดค้านการจัดซื้อเรือดำน้ำของรัฐบาล และจะไปยื่นหนังสือถึงนายกฯ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยจะชี้ให้เห็นว่าไม่เกิดประโยชน์อะไร แต่หากรัฐบาลยังเดินหน้าจัดซื้อ ก็ขอให้มีหลักประกันว่าจะมีประสิทธิภาพและลูกเรือทุกคนปลอดภัยในชีวิต

กปปส.ยาหอม คสช.มาถูกทาง

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) แกนนำ กปปส. ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กว่า กปปส.ได้ตอบรับเชิญจะไปชี้แจงต่อ ป.ย.ป.ในวันที่ 17 มี.ค.กันทั้งคณะ ถือว่าน่ายินดีนับตั้งแต่ คสช.เข้ามาควบคุมสถานการณ์ประเทศ ได้ลงมือทำการปฏิรูปประเทศไปหลายเรื่อง มีผลเป็นที่พอใจ เมื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บังคับใช้แล้ว จะมีการร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญสำคัญๆ เป็นรายละเอียดพูดถึงกระบวนการวิธีการปฏิรูปในแต่ละด้าน จึงตอบตกลงไปให้ความเห็นที่ กปปส.แสดงเจตจำนงเอาไว้ เราจะร่วมมือกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช.ผลักดันการปฏิรูปประเทศให้สำเร็จให้ได้

“สิงห์ชัย” ขอการเมืองลดราวาศอก

ขณะที่นายสิงห์ชัย ทุ่งทอง อดีต ส.ว.อุทัยธานี กล่าวว่า จากกรณีวัดพระธรรมกาย ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมเสนอให้ยกเลิกการใช้มาตรา 44 ควบคุมพื้นที่วัดพระธรรมกาย ถือเป็นท่าทีที่ดี เป็นการลดความร้อนแรงทางการเมืองลบภาพ ลดความรู้สึกที่ไม่ดีของประชาชนในช่วงที่ผ่านมาได้มาก และควรใช้โอกาสจากกรณีนี้นำไปสู่การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ที่ถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล ส่วนใครถูกใครผิดก็ไปว่ากันตามกฎหมาย นักการเมืองก็ไม่ควรออกมาพูดจากล่าวหากัน จนทำลายบรรยากาศปรองดองนี้ลง เพราะทำให้ภาพพจน์นักการเมืองที่ดูแย่อยู่แล้ว แย่ลงไปอีกในสายตาประชาชน

คสช.ย้ำจำเป็นคงอำนาจพิเศษ

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษก คสช. กล่าวถึงการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองที่ จ.นครราชสีมา มีบางกลุ่มเสนอแนวทางปรองดองโดยให้ทหารกลับเข้ากรมกอง ว่า ถือเป็นมุมมองข้อคิดเห็นหนึ่ง ไม่ผิดปกติอะไร ความจริงหากเป็นสถานการณ์ปกติทหารก็คงอยู่ในกรอบงาน แต่ช่วงนี้ยังเป็นเวลาที่ไม่ปกติ จึงเห็นว่าเจ้าหน้าที่ทหารมีภาระหน้าที่เพิ่มเติมบ้าง ตามคำมอบหมายงานผ่านคำสั่ง ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เพื่อให้ประเทศบรรลุเป้าหมาย และเสริมประสิทธิภาพงานด้านต่างๆ ทั้งการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย งานบริการช่วยเหลือประชาชน งานจัดระเบียบสังคม การดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ หรือการดูแลชีวิตประชาชน ขอย้ำว่างานเพิ่มเติมเหล่านี้เป็นไปตามความจำเป็นของสถานการณ์

สนช.ดับกระแสเตะถ่วง ก.ม.ลูก

นายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า หากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บังคับใช้ กระบวนการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 4 ฉบับ ต่อจาก กรธ. สนช.ก็ไม่ต้องไปทำซ้ำในสิ่งที่ กรธ.ทำไปแล้ว สนช.มีเพียงหน้าที่ดูว่าสิ่งที่ กรธ.ทำครบถ้วนหรือไม่ มาตรา 77 วรรค 2 จะกระทบกับกฎหมายเดิมที่ค้างอยู่ในชั้น สนช. เช่น กฎหมายปิโตรเลียม กฎหมายเกษตรพันธสัญญา ที่กำลังเร่งทำอยู่เท่านั้น จะไม่ทำให้กฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งล่าช้า ส่วนที่มีคนเกรงว่า สนช.จะยื้อกฎหมายลูกเอาไว้นั้น ขอให้สบายใจ ทุกฝ่ายรู้หน้าที่ตัวเอง ส่วนตัวก็ไม่ชอบหมกเม็ดอยู่แล้ว ใน สนช.ก็หารือเตรียมพร้อมกันอยู่ตลอด

พฤติกรรมสมาชิกปรับตัวดีขึ้น

นายพีระศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นปัญหาการขาดประชุมของสมาชิก สนช.ที่ผ่านมานั้น ในรอบ 90 วันมานี้ พยายามกำชับสมาชิกให้มาประชุมเพื่อลงมติให้เกินครึ่งของจำนวนการลงมติ ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยดี และคึกคัก เราพยายามกระตุ้นช่วยกันบริหารเวลา จะแจ้งสมาชิกล่วงหน้าและจัดระเบียบการลงมติ โดยกฎหมายสำคัญจะบรรจุไว้ช่วงบ่ายของการประชุมในวันพฤหัสบดี ช่วยให้สมาชิกไปจัดลำดับการทำหน้าที่ของตนเอง

ปรับเกณฑ์สรรหา กสม.ตามไอซีซี

วันเดียวกัน นายนรชิต สิงหเสนี โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และรองประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาหลักการร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า กรธ.ปรับปรุงเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.กสม.เบื้องต้นเสร็จแล้ว มีสาระสำคัญ อาทิ บทบัญญัติว่าด้วยกรรมการสรรหา กสม. ที่ต้องมีความหลากหลาย และแก้ไขข้อทักท้วงของคณะกรรมการประสานงานระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ไอซีซี) ที่ระบุว่าการสรรหากสม.ไม่หลากหลาย ส่งผลให้การจัดอันดับ กสม.ประเทศไทยถูกลดเกรดจาก เกรดเอเป็นบีเมื่อปีที่ผ่านมา ส่วนเหตุผลสำคัญที่กำหนดให้มีตัวแทนสภาวิชาชีพสื่อมวลชนด้วยนั้น เพราะเป็นประเด็นที่องค์กรสากลเสนอแนะไว้

มีหน้าที่ตอบโต้รายงานต่างชาติ

นายนรชิตกล่าวต่อว่า สำหรับการทำหน้าที่ของ กสม. ที่ต้องตรวจสอบและชี้แจงกรณีที่พบรายงานสถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนของต่างประเทศ ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่เป็นธรรมนั้น ไม่ใช่กำหนดขึ้นเพื่อให้ กสม.แก้ต่างแทนรัฐบาล แต่เห็นว่าเป็นหน้าที่ที่ กสม.ต้องทำ และต้องทำรายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนประจำทุกปีเสนอให้รัฐสภารับทราบด้วย ขณะเดียวกันการปฏิบัติหน้าที่ของ กสม. ต่อการเข้าประชุมหรือการออกเสียงลงมติต่างๆ มีข้อกำหนดให้ กสม.ต้องเข้าประชุม หากไม่สามารถร่วมประชุมได้ต้องแจ้งเหตุของการไม่เข้าประชุมด้วย เมื่อต้องลงมติในเรื่องใดๆ กำหนดให้กรรมการทุกคนที่ร่วมประชุมต้องออกเสียงชี้ขาด หากไม่ออกเสียงโดยไม่มีเหตุอันสมควร เช่น เดินออกจากที่ประชุม ให้ถือว่าเป็นการจงใจฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม

วางคิวสอย “ปึ้ง” ก่อนเส้นตาย

อีกเรื่องหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. นัดประชุม สนช.วันที่ 16 มี.ค. มีวาระสำคัญคือ การดำเนินกระบวนการถอดถอนนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ออกจากตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ กรณีออกหนังสือเดินทางธรรมดาให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีโดยมิชอบ เป็นขั้นตอนการแถลงเปิดสำนวนของทั้ง 2 ฝ่าย คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผู้กล่าวหา และการแถลงคัดค้านของนายสุรพงษ์ ผู้ถูกกล่าวหา และกำหนดวันลงมติถอดถอนไว้วันที่ 30 มี.ค. คาดว่าน่าจะเป็นคำร้องถอดถอนสุดท้ายของ สนช.ก่อนที่ร่างรัฐธรรมฉบับใหม่บังคับใช้ ที่ได้ตัดอำนาจถอดถอนของวุฒิสภาออกไป

“บิ๊กตู่” กวักมือชวนเด็กร่วมปฏิรูป

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ฝากชื่นชมความสามารถและขอบใจนายดารวงศ์ แจ้งใจดี นักศึกษาสาขาออกแบบนิเทศศิลป์ คณะศิลปะและการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต ที่วาดภาพเหมือนนายกฯ พร้อมเปิดเพลงคืนความสุขให้คนในชาติคลอไปด้วย โดยตั้งใจจะมอบความสุขแด่นายกฯ ซึ่งนายกฯ รับทราบและบอกว่าถือเป็นกำลังใจในการทำงานเพื่อบ้านเมือง อยากเห็นการเรียนรู้ที่สามารถนำไปต่อยอดใช้ได้ในชีวิตจริง พร้อมกับปรารภว่าคนไทยมีความสามารถที่โดดเด่นหลายเรื่อง ล่าสุดที่ไปร่วมเขียนบทจัดทำกราฟฟิก และกำกับเทคนิคของภาพยนตร์ Zootopia จนคว้ารางวัลออสการ์ปี 2017 สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมมาครองได้สำเร็จ ดังนั้นนอกจากอยากให้เด็กและเยาวชนไทยพัฒนาทักษะและความสามารถเฉพาะตัวแล้ว ยังอยากให้รู้จักคิดเพื่อวันข้างหน้า หันมาสนใจเรื่องการปฏิรูปให้ประเทศดีขึ้น และใช้วิจารณญาณรับฟังข่าวสารที่มีการบิดเบือนในปัจจุบันมาก

โพลชี้นักการเมืองยังก่อคลื่นใต้น้ำ

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจ “นักการเมืองในช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ในสายตาประชาชน” จากการที่รัฐบาลมีนโยบายสร้างความปรองดอง พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 73.7 ยังมองว่านักการเมืองยังคงแบ่งฝักแบ่งฝ่าย โดยร้อยละ 75.04 เห็นว่าทุกฝ่ายมีโอกาสแสดงความคิดเห็น เสนอแนวทางสร้างความปรองดองแล้ว ส่วนภาพรวมนักการเมืองในการร่วมมือกับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ พบว่าส่วนใหญ่อยู่ในระดับน่าพอใจระดับหนึ่ง แต่อีกส่วนมองว่ามีทั้งให้ความร่วมมือและไม่ให้ความร่วมมือ และยังคงมีความขัดแย้งคลื่นใต้น้ำอยู่ โดยสิ่งที่ประชาชนอยากฝากบอกนักการเมืองมากที่สุดคือ ควรมีความสามัคคีปรองดอง หยุดทะเลาะเบาะแว้ง เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม เป็นนักการเมืองที่ดี ทำหน้าที่ของตนเองให้ดี ซื่อสัตย์ สุจริต และไม่ใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ

คลอดโผทหารกลางปี 298 ตำแหน่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องให้นายทหารรับราชการจำนวน 298 ตำแหน่ง มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระราช โองการ ซึ่งเป็นการปรับย้ายนายทหารกลางปี มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป มีที่น่าสนใจ คือ พล.ท.ณัฐ อินทรเจริญ รองเสนาธิการทหารบก ผู้อำนวยศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) ข้ามมาติดยศพลเอกในตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย เสธ.ประจำ รมว.กลาโหม ซึ่ง พล.ท.ณัฐถือเป็นนายทหารที่ใกล้ชิด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รมว.กลาโหม และคาดว่าจะได้รับการวางตัวเป็นปลัดกลาโหมในอนาคต หลังจากหลุดโผแม่ทัพภาคที่ 1 เมื่อช่วงโยกย้ายปลายปี 2559 และขยับ พล.ท.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก ขึ้นเป็นรอง เสธ.ทบ.แทน

“สุนัย” มือดีหมวกแดงขึ้นรอง ผบ.นสศ.

นอกจากนี้ ยังมีชื่อ พล.ต.สุนัย ประภูชเนย์ ผบ.พลรบพิเศษที่ 1 (รพศ.1) นายทหารหมวกแดง ที่มีบทบาทสำคัญและเคยเป็นชุดรักษาความปลอดภัยให้อดีต ผบ.ทบ.หลายคน ขยับขึ้นเป็นรอง ผบ.หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (นสศ.) โดยคาดว่าจะถูกวางตัวขึ้นเป็น ผบ.นสศ.ในอนาคต และดัน พ.อ.ภูมิพัฒน์ จันทร์สว่าง อดีตนายทหารฝ่าย เสธ.ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีต ผบ.ทบ.และหัวหน้า คมช. ขึ้นเป็น ผบ.รพศ.1 แทน ในส่วนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการปรับย้ายผู้บังคับหน่วยมณฑลทหารบก เช่น พ.อ.ฐิติ ติตถะศิริ ขึ้นเป็น ผบ.มทบ.44 พ.อ.จตุพร กลัมพสุต นายทหารด้านการข่าว ขึ้นเป็น ผบ.มทบ.46

ทร.–ทอ.ขยับพอหอมปากหอมคอ

ขณะที่กองทัพเรือ มีการปรับย้ายในตำแหน่งสำคัญ ได้แก่ พล.ร.ท.พัลลภ ทองระอา เจ้ากรมกำลังพลทหารเรือ เป็นรอง เสธ.ทร. พล.ร.ท.มิ่ง อิ่มวิทยา ผู้ทรงคุณวุฒิ ทร. เป็นเจ้ากรมอู่ทหารเรือ พล.ร.ต.รัษฎางค์ ธีรเนตร รองเจ้ากรมกิจการทหารเรือ เป็นเจ้ากรมกิจการทหารเรือ ส่วนกองทัพอากาศ มีการปรับย้ายตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง ได้แก่ พล.อ.ท.จิรวัฒน์ มูลศาสตร์ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (ผบ.อย.) เป็นผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพอากาศ (อัตราพลเอก) และขยับ พล.อ.ต.ชัยยะ อุปริรัตน์ รอง ผบ.อย. ขึ้นเป็น ผบ.อย. พล.อ.ต.สุทธิพันธ์ ต่ายทอง รองเจ้ากรมกำลังพล ทอ. เป็นเจ้ากรมกำลังพลฯ พล.อ.ต.ศิริพล ศิริทรัพย์ เป็นเจ้ากรมส่งกำลังบำรุงทหารอากาศ พล.อ.ต.ไพศาล น้ำทับทิม เป็นปลัดบัญชีทหารอากาศ พล.อ.ต.พงษ์ศักดิ์ เกื้ออรุณ เป็นเจ้ากรมสรรพาวุธ ทอ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้