วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีเอสไอ ชี้‘ธัมมชโย’แอบหนี ลอดรูกำแพง ตั้งแต่ช่วงแรก คาดยังกบดานในพื้นที่

(ภาพประกอบ)

ดีเอสไอเพิ่งเผย ‘ธัมมชโย’ มุดกำแพงหนีตั้งแต่ไก่โห่จัดทีมล่าเชื่อยังกบดานภ.1

ดีเอสไอยังคงอำนาจ ม.44 ให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ อ้างเหตุผลความปลอดภัย มีมือที่สามเตรียมผสมโรง สั่งจัด ชุดไล่ล่า “ธัมมชโย” ทั้งของดีเอสไอและตำรวจแล้ว คาดเจ้าตัวยังอยู่ในพื้นที่ บช.ภ.1 ละแวกวัดนอกเขตควบคุม ต้องขอหมายค้นเข้าอีกหลายจุด พิลึก! อธิบดีดีเอสไอเพิ่งออกมาบอก “ธัมมชโย” ทุบกำแพงวัดหนีตั้งแต่ช่วงแรกๆของการปิดล้อมวัด ขณะที่ทหารโบ้ย ดีเอสไอต้องตอบสังคมให้ได้ หลังถูกวิจารณ์ปฏิบัติการครั้งนี้เป็น “มวยล้ม ต้มคนดู”

หลังการประกาศยุติปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เพื่อตามจับพระธัมมชโย ผู้ต้องหาคดีรับของโจรและร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ภายใต้อำนาจ ม.44 ให้พื้นที่วัดเป็นเขตควบคุมพิเศษท่ามกลางกระแสข่าว พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมยื่นเรื่องขอยกเลิก ม.44 หลังเข้าตรวจค้นรอบสองไม่พบวี่แววพระธัมมชโย ทำให้ต้องแปรสภาพเป็นผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับมีอายุความ 15 ปี ขณะที่พระชั้นผู้ใหญ่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการให้สละสมณเพศตามกฎของสงฆ์

คณะศิษย์ตักบาตร-รื้อสิ่งกีดขวาง

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 11 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้า บริเวณรอบๆวัดพระธรรมกาย มีเหล่าศิษยานุศิษย์จำนวนมากเดินทางมาตักบาตรที่บริเวณวงเวียนหน้าวิหารพระมงคลเทพมุนี ประตู 7 ถนนบางขันธ์-หนองเสือ ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังจากที่เจ้าหน้าที่อนุญาตให้เดินทางผ่านเข้า-ออกได้ตามปกติ ขณะที่บริเวณประตู 5-6 ถนนเลียบคลองแอน มีพระและคณะศิษย์จำนวนมากช่วยกันรื้อถอนเต็นท์และตาข่ายกรองที่กีดขวางบนถนนเลียบคลองแอนออก เพื่อให้สาธุชนสามารถเดินทางผ่านเข้า-ออกบริเวณประตู 5-6 ได้สะดวก

คงกำลัง ตชด.ป้องเหตุร้ายในวัด

ส่วนบรรยากาศการเฝ้าระวังตามจุดต่างๆโดยรอบวัดพระธรรมกายนั้น ยังคงมีทหาร ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน ประจำด่านความมั่นคงตามจุดต่างๆกันตามปกติ แต่ไม่มีการตรวจสอบเข้มงวดเหมือนทุกวันที่ผ่านมา โดยรถยนต์ที่สัญจรไปมาสามารถผ่านได้อย่างสะดวกไม่ต้องหยุดรถให้ตรวจสอบ อีกทั้งภายในวัดพระธรรมกาย ยังมีตำรวจจาก กก.ตชด.ที่ 11 จ.จันทบุรี 1 กองร้อยยังคงเฝ้าระวังเหตุร้ายจากมือที่สามที่อาจเข้ามาก่อความวุ่นวายภายในวัดพระธรรมกาย ตาม ม.44 ที่ยังคงคำสั่งให้วัดเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ สำหรับพื้นที่หน้าอาคารบุญรักษา อยู่นอกกำแพงวัดพระธรรมกาย ใกล้ประตู 15 ที่มีการขุดร่องน้ำ 5 ร่อง ขวางถนนทางเข้าและขุดคูน้ำรอบอาคารบุญรักษานั้น ยังไม่มีการนำดินมาถมคลองตามข้อตกลงแต่อย่างใด ชาวบ้านบริเวณนั้นได้เผยกับผู้สื่อข่าวว่าระดับน้ำที่ท่วมบ้านและสวน ขณะนี้ระดับน้ำค่อยๆลดลงมาแล้ว ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ระบายน้ำออก

สัญญาณโทรศัพท์ใช้ได้ตามปกติ

ขณะที่บริเวณตลาดกลางคลองหลวง ตรงข้ามทางเข้าประตู 5 และ 6 พระลูกวัดวัดพระธรรมกายและคณะศิษยานุศิษย์ร่วมกันเก็บของทำความสะอาด เพื่อฟื้นฟูสภาพตลาดหลังชุมนุมในพื้นที่นานประมาณ 23 วันก่อนประสานเจ้าของตลาดให้มาเก็บเต็นท์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศเพิ่มเติมด้วยว่า ในวันนี้มีประชาชนจำนวนมากหลั่งไหลเดินทางเข้าวัดอย่างไม่ขาดสาย สามารถใช้เส้นทางเข้า-ออกวัดได้ทุกประตู โดยมีตำรวจยืนรักษาความปลอดภัยบริเวณประตูเข้า-ออก ส่วนสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่โดยรอบวัดสามารถใช้งานได้ตามปกติตั้งแต่ช่วงเช้า มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่าช่วงเย็น วันเดียวกันที่บริเวณประตู 15 มีรถเครนมายกตู้คอนเทนเนอร์ ที่ปากทางเข้าด้านนอกออก จากการสอบถามทราบว่า ผู้บังคับบัญชาของดีเอสไอ ประสานสั่งการให้เร่งยกตู้คอนเทนเนอร์และสิ่งกีดขวางทั้งหมดออกจากพื้นที่ทุกประตู

ดีเอสไอคง ม.44 คุมวัด

ที่ บก.ตชด.ภ.1 เวลา 10.00 น. พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยหลังการประชุมสรุปสถานการณ์ในช่วงเช้าว่า หลังการยุติการตรวจค้นวัดพระธรรมกายเพื่อตามจับพระธัมมชโยแล้ว ดีเอสไอยังคง ม.44 ควบคุมพื้นที่วัด เพื่อป้องกันเหตุร้ายจากมือที่ 3 หลังจากนี้จะมอบหมายให้ ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จังหวัดปทุมธานี รับหน้าที่ดูแลพื้นที่วัด ส่วนการตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตามจุดต่างๆโดยรอบวัด จะปรับลดกำลังให้เหมาะสมตามสถานการณ์ หลังจากนี้จะเป็นเรื่องของการข่าวในการติดตามจับกุมพระธัมมชโย จึงคลายข้อสงสัยว่าพระธัมมชโยสามารถเคลื่อนย้ายหลบหนีไม่ได้อาพาธอย่างที่ทางวัดกล่าวอ้างมาก่อนหน้านี้ ส่วนอายุความตามหมายจับคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นยังเหลืออายุความอีกประมาณ 15 ปี ส่วนที่กองอำนวยการร่วม ที่บก.ตชด.ภ.1 จะไม่มีการประชุมร่วมและการแถลงข่าวสรุปประจำวันอีกต่อไป

ดีเอสไอ–ตร.จัดชุดไล่ล่า

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เผยว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนของดีเอสไอและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดชุดสืบสวนหาตัวพระธัมมชโยแล้ว มีผู้แจ้งเบาะแสมาที่ดีเอสไอถึงสถานที่ในเครือข่ายวัดพระธรรมกายในประเทศไทย ที่คาดว่าพระธัมมชโยจะไปหลบซ่อนตัวอยู่หลายแห่ง หนึ่งในนั้นเป็นสถานที่ที่เคยมีผู้แจ้งเบาะแสมานานและอยู่นอกพื้นที่ควบคุมตามประกาศ ม.44 ดีเอสไออยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอให้ศาลอนุมัติหมายค้นโดยเร็วที่สุด

คาด “ธัมมชโย” ทุบกำแพงวัดหนี

“ส่วนบริเวณวัดพระธรรมกาย ยังไม่มีการยกเลิกประกาศพื้นที่ควบคุมตาม ม.44 แต่ลดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลและการตั้งด่านตรวจ อนุญาตให้ศิษยานุศิษย์และพระเข้าไปภายในวัดได้ แต่ไม่ให้ทำกิจกรรมใดๆที่เป็นการระดมมวลชน เชื่อพระธัมมชโยอาจหลบหนีไปช่วงวันที่ 16-18 ก.พ. หลังพบการทุบกำแพงวัด โดยมีคนให้ความช่วยเหลือ ยืนยันเจ้าหน้าที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลบหนีของพระธัมมชโย ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่เต็มที่ตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่ได้บกพร่อง สามารถชี้แจงกับรัฐบาลได้” พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าว

การข่าวชี้ยังอยู่ในพื้นที่ บช.ภ.1

ต่อมาเวลา 15.40 น. พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 เปิดเผยภายหลังการประชุมที่บก.ตชด.ภ.1 ว่า ยืนยันการตรวจค้นภายในวัดพระธรรมกายไม่พบพระธัมมชโย แต่เชื่อว่ายังคงหลบหนีอยู่ในประเทศ ประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ตรวจสอบบุคคลเข้าและออกนอกประเทศโดยละเอียด ส่วนจะเดินทางหนีผ่านเส้นทางธรรมชาติหรือไม่นั้น ไม่ทราบ เมื่อมีผู้ต้องหาหนีคดีเจ้าหน้าที่ก็ต้องตามจับกันไป จากการข่าวของเจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานพบความสอดคล้องกันในบางส่วน มีเบาะแสเส้นทางการหลบหนีของพระธัมมชโย พบยังอยู่ในพื้นที่ บช.ภ.1

ลดกำลัง ตร.เหลือ 8 กองร้อย

“เชื่อว่าที่พระธัมมชโยหลบหนีไปได้ ต้องมีผู้สนับสนุนและมีผู้ให้ที่พักพิง ขณะนี้ตำรวจ บช.ภ. 1 ตั้งชุดสืบสวนแยกออกมาอีก 1 ชุด เพื่อติดตามจับตัวพระธัมมชโยเพียงอย่างเดียว ส่วนกำลังตำรวจที่มาปฏิบัติหน้าที่วัดพระธรรมกายขณะนี้ ได้สั่งลดกำลังจาก 16 กองร้อยเหลือ 8 กองร้อย การดำเนินคดีกับกลุ่มลูกศิษย์ที่โพสต์ปลุกปั่นทางโลกโซเชียล ขณะนี้สำนวนอยู่ที่ บก.ป. 5 คดี ที่ สภ.คลองห้า 14 คดี และที่ สภ.คลองหลวง 25 คดี ทั้งหมดอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน” พล.ต.ท.ชาญเทพ กล่าว

“สุวพันธุ์” ลั่นต้องจับให้ได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) รายงานการเข้าตรวจ ค้นจุดต้องสงสัยสำคัญ ประกอบด้วย อาคารดาวดึงส์ ซึ่งเป็นกุฏิพระธัมมชโยเพื่อตรวจหาร่องรอยว่ามีการใช้งานหรือไม่ แต่ไม่พบร่องรอย ทั้งยังค้นอาคารปุโรหิตา อาคารมหาพรหม โรงปั้นพระ อาคารมหาวิหารคุณยายจัน อาคารพุทธศิลป์ อาคารร้อยปีคุณยายจัน อาคารบุญรักษา และยังตรวจถังน้ำมัน ร่องคูที่ขุดไว้ใกล้ๆ ด้วย จากนี้ถือเป็นหน้าที่ของดีเอสไอต้องสืบสวนหาเบาะแสว่าพระธัมมชโยอยู่ที่ใด ต้องติดตามให้พบควบคุมตัวมาให้ได้ การที่ดีเอสไอเข้าตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยแล้วไม่พบตัว ไม่ได้หมายความว่าจะต้องยุติการทำงาน

ไม่พบร่องรอยในกุฏิ “ธัมมชโย”

ด้านนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะโฆษกกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นจากอธิบดีดีเอสไอ เรื่องการตรวจค้นวัดพระธรรมกายเมื่อวันที่ 10 มี.ค.แล้ว เป็นการเข้าตรวจค้นจุดต้องสงสัยสำคัญคืออาคารดาวดึงส์ เป็นกุฏิพระธัมมชโย เพื่อตรวจสอบหาร่องรอยว่ามีการใช้งานหรือไม่ ผลปรากฏว่าไม่พบร่องรอยใดๆ หลังจากนี้จะเป็นหน้าที่ของดีเอสไอที่ต้องสืบสวนหาเบาะแสตามตัวพระธัมมชโยมาดำเนินคดี ทราบว่าดีเอสไอมีชุดสืบสวนเฉพาะกิจติดตามกรณีนี้อย่างจริงจัง ย้ำว่าแม้ดีเอสไอจะได้เข้าไปตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยุติการทำงาน ความรับผิดชอบของดีเอสไอตามคำสั่งที่ 5/2560 ยังคงอยู่และถือเป็นหน้าที่ที่ต้องทำต่อไป ดีเอสไอต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด ใครที่ทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดีไม่มีละเว้น

ตั้งกองอำนวยการร่วมดูแลวัด

นายธวัชชัยกล่าวต่ออีกว่า สังคมอาจสงสัยจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต และจะหยุดแค่นี้หรือไม่ ขอเรียนว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่หยุด การบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่วัดและโดยรอบยังจะดำเนินการอยู่ เบื้องต้นทราบว่ามีการตั้งกองอำนวยการร่วมขึ้นภายในวัด ประกอบด้วย ตำรวจภูธรภาค 1 สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ฝ่ายปกครองของจังหวัดและคณะสงฆ์ผู้ปกครอง เพื่อดูแลความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยภายในวัด ส่วนการชุมนุมที่ตลาดกลางคลองหลวงต้องยุติลง การปลุกระดมให้พระและลูกศิษย์มารวมตัวกันต้องไม่มี การดำเนินคดีผู้กระทำความผิดต้องทำต่อ การก่อกวนยั่วยุต่อเจ้าหน้าที่ต้องยุติ รวมทั้งการเคลื่อนไหวของพวกฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์

ย้ำดีเอสไอต้องจับตัวให้ได้

“ผมเห็นว่าเรื่องสำคัญที่ต้องทำให้ได้คือ การบังคับใช้กฎหมายกับพระธัมมชโยและวัดพระธรรมกายต้องทำในระยะยาว อีกเรื่องคือต้องระวังเหตุแทรกซ้อนที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง รัฐบาลต้องดำเนินการต่อทั้งสองเรื่องปัญหาพระธัมมชโย ดีเอสไอต้องดำเนินการติดตามจับกุมตัวให้ได้ ส่วนปัญหาวัดพระธรรมกายต้องร่วมมือกันหลายภาคส่วน จึงจะสามารถแก้ปัญหาที่สังคมส่วนใหญ่ตั้งข้อสงสัยได้สำเร็จ คณะสงฆ์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือแม้แต่วัดพระธรรมกายเอง ต้องร่วมมือแก้ไขปัญหาด้วย หากพิจารณาที่พระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี แถลงเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ระบุว่าพระสงฆ์ทั้งปวงต้องอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ พระสงฆ์ต้องเอื้อเฟื้อต่อกฎหมาย เมื่อมีปัญหาพระสงฆ์จะเข้ามาจัดการให้เกิดความเรียบร้อยดีงามเพื่อให้กฎหมายศักดิ์สิทธิ์ สิ่งใดผิดกฎหมายต้องแก้ไขให้ถูกต้อง ผมว่าทั้งหมดชอบด้วยเหตุและผล ทุกฝ่ายต้องช่วยกันปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริง กระทรวงยุติธรรมไม่ยุติการทำงานเรื่องนี้เพียงเท่านี้จะร่วมมือสนับสนุนทุกฝ่ายเพื่อจัดการปัญหานี้ให้จบ” นายธวัชชัยกล่าว

รก.เจ้าอาวาสต้องทำตามมติสงฆ์

พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า สำหรับขั้นตอน หลังจากตนทำหนังสือไปยังสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ขอให้พิจารณาใช้กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 ว่าด้วยการให้ภิกษุสละสมณเพศดำเนินการกับพระธัมมชโย ทางสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ต้องพิจารณาและแจ้งเรื่องดังกล่าวไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองตามลำดับ คือเจ้าคณะภาค 1 เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าคณะอำเภอคลองหลวง และเจ้าคณะตำบลคลองสี่ เพื่อแจ้งไปยังรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายจะต้องปฏิบัติตามที่เจ้าคณะผู้ปกครองขอความร่วมมือมา จะนิ่งเฉยไม่ได้ เพราะรักษาการเจ้าอาวาส ถือว่าเป็นพระสังฆาธิการ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ส่วนสถานการณ์ของวัดพระธรรมกายหลังดีเอสไอยุติการตรวจค้น มีบรรยากาศภาพรวมที่ดีขึ้น

มวยล้มต้มคนดู-ดีเอสไอต้องแจง

พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า หลังยุติการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย ดีเอสไอต้องสรุปรายงานผลการปฏิบัติเป็นลายลักษณ์อักษรหรือด้วยวาจา กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ตามคำสั่งที่ 5/2560 ว่า การปฏิบัติตลอด 23 วันที่ผ่านมาไม่พบผู้มีหมายจับ ต้องมีข้อเสนอให้หัวหน้า คสช.พิจารณาว่าจะดำเนินอย่างไรต่อไป จะยกเลิก ม.44 หรือปรับลดกำลัง ขณะนี้กำลังทหาร 15 กองร้อย จำนวน 1,350 นาย ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นมวยล้มต้มคนดูต้องให้ดีเอสไอเป็นผู้ตอบ เพราะเป็นหน่วยงานหลักในการปฏิบัติ ส่วนทหารอยู่ในพื้นที่รอบนอก ทหารไม่เห็นอะไร สำหรับการดำเนินการวัดพระธรรมกายต่อจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและมหาเถรสมาคม จะประชุมและพิจารณาว่าหลังจากนี้การดูแลทั้งผู้ปฏิบัติธรรมและพระที่ต้องอยู่ในวินัยของสงฆ์ กฎหมายสงฆ์ หลักธรรมคำสั่งสอนที่ควรจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมถูกต้องอย่างไร

สนช.ระงับแก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์

พล.อ.อ.อาคม กาญจนหิรัญ รองประธานคณะทำงานปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า หลังปรากฏเป็นข่าว สนช.เตรียมแก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์ ทำให้ พล.ต.อ.พิชิต ควรเดชะคุปต์ ประธานกรรมาธิการฯ มีความเห็นกรณีนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจกลายเป็นการสุมไฟความขัดแย้งให้มากขึ้น จึงสั่งให้ระงับการพิจารณาศึกษาไว้ก่อน ยืนยันเรื่องที่คณะทำงานศึกษาไม่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกายในประเด็นใดๆทั้งสิ้น

“หมอมโน” ชี้ทำดีที่สุดแล้ว

วันเดียวกัน นพ.มโน เลาหวณิช ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ กรณีดีเอสไอประกาศยุติตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ว่า ดีเอสไอทำดีที่สุดแล้ว ทำอะไรไปมากกว่านี้ไม่ได้ เพราะอาจเกิดการปะทะกันกับสาวกคลั่งศาสดา ที่พร้อมจะพลีชีพ ให้เกิดภาพว่าเจ้าหน้าที่ทำให้เลือดตกยางออก คิดว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องคงประเมินสถานการณ์ดีแล้วจึงตัดสินใจเช่นนี้ ตนจึงไม่ได้มองดีเอสไอเล่นมวยล้มต้มคนดู เพราะ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ถูกสั่งการปฏิบัติภารกิจบนเงื่อนไขห้ามเลือดตกยางออก ต้องทำงานภายใต้แรงกดดัน หากวันนี้ไม่มีดีเอสไอ อาจจะมีพระ ลูกศิษย์ และสาวกต้องบาดเจ็บมากแน่และปฏิบัติการคงมาไม่ถึงขั้นนี้

ยังกังขาเล็กน้อยในบางเรื่อง

“อย่างไรก็ตาม ในการปฏิบัติการตรวจค้นของดีเอสไอ ยังมีความกังขาสำหรับกรณีอาคารบุญรักษา เป็นของลูกสาวของนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ไม่ใช่ของมูลนิธิวัดพระธรรมกายแต่อย่างใด แต่ทำไมไม่เรียกตัวมาสอบ ทั้งที่พระและลูกศิษย์วัดวัดพระธรรมกายมาขุดร่องน้ำและทำบังเกอร์ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ควรจะต้องเรียกตัวเจ้าของอาคารมาสอบสวนด้วยเช่นเดียวกับกรณีป้าเช็ง ทั้งนี้ ยืนยันว่าตนเชื่อมั่นใน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะสามารถสั่งให้ดำเนินการกับพระธัมมชโยให้เสร็จสิ้นได้ภายในรัฐบาลนี้” นพ.มโนกล่าว

โพลชี้บทเรียนเห็นบุญเป็นสินค้า

กรุงเทพโพลเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเรื่องถอดบทเรียนพระธัมมชโย วิกฤตการณ์สั่นคลอนพระพุทธศาสนา สำรวจความเห็นจากผู้นับถือศาสนาพุทธ 1,075 คน จากทุกภูมิภาค พบบทเรียนที่ชาวพุทธได้รับจากกรณีนี้มากที่สุด ร้อยละ 25.9 เห็นว่าการนำความศรัทธาของชาวพุทธมาแปลงเป็นผลประโยชน์เข้าวัดในรูปของการทำบุญ รองลงมาร้อยละ 24.9 เห็นว่าชาวพุทธมีความเข้าใจในหลักธรรมทางพุทธศาสนาน้อยมากจึงง่ายที่จะคล้อยตามและหลงใหลศรัทธา ส่วนเรื่องผลกระทบต่อแนวคิดและหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาจากกรณีนี้ ร้อยละ 63.5 เห็นว่าเกิดความเข้าใจผิด เห็นบุญเป็นสินค้า จ่ายมากได้บุญเยอะ รองลงมา ร้อยละ 51.3 เห็นว่าใช้การตลาดเข้ามาบริหารวัดขัดต่อพระพุทธศาสนาที่เน้นความเรียบง่าย ส่วนความกังวลต่อความศรัทธาทางพระพุทธศาสนาในประเทศไทยจากเหตุการณ์ต่างๆที่เกี่ยวกับพุทธศาสนาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ร้อยละ 54.6 ระบุว่ากังวลค่อนข้างน้อยถึงน้อยที่สุด ขณะที่ร้อยละ 45.4 กังวลค่อนข้างมากถึงมากที่สุด สำหรับเรื่องที่อยากให้มีการปฏิรูปในวงการพุทธศาสนาให้เห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุด ร้อยละ 35.8 ระบุว่าให้ยึดและเผยแผ่พระธรรมคำสอนที่ถูกต้องของพระพุทธศาสนา รองลงมา ร้อยละ 27.7 ระบุว่าพระภิกษุควรประพฤติตามวินัยสงฆ์การอันใดไม่ใช่กิจของสงฆ์ไม่ควรยุ่ง และร้อยละ 10.2 ระบุว่าให้กลั่นกรองผู้เข้ามาบวชเรียนอย่างเคร่งครัด