วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"จุฬาฯ Expo 2017" โชว์นวัตกรรม "คิดทำเพื่อสังคม"

โดย ยายรหัส

“จุฬาฯ 100 ปี นวัตกรรม คิดทำเพื่อสังคม”

แนวคิดหลักงานจุฬาฯวิชาการ ประจำปี 2560 ภายใต้ชื่อ “จุฬาฯ Expo 2017” ที่กำลังจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 มี.ค.นี้ ภายในรั้วจามจุรี

ในงานมีกิจกรรมหลากหลายน่าสนใจ ที่เหล่าคณาจารย์และนิสิตจุฬาฯ เตรียมขนมาโชว์อย่างอลังการแบบไม่มีอมภูมิ

“ยายรหัส” ได้พูดคุยกับเหล่านิสิตที่เตรียมงานครั้งนี้ ยังทึ่งกับกิจกรรมต่างๆในงาน

ชนม์ฯ ปีติ พรรุ่งโรจน์ “ชาแน่ว” ปี 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ ประธานจัดงาน จุฬาฯ Expo 2017 ฝ่ายนิสิต ให้รายละเอียดถึงงานครั้งนี้ว่า “งานจุฬาฯ วิชาการจะจัดทุก 3 ปีครั้ง โดยแนวคิดหลักๆ เน้นให้น้องวัยมัธยมได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้คณะต่างๆ เพื่อวางเป้าหมายถึงการเรียนและการประกอบอาชีพในอนาคต แต่ปีนี้เป็นปีครบรอบ 100 ปี จุฬาฯจึงได้พัฒนาการจัดงานที่ไม่ใช่เป็น Open House แต่ เป็นการแสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมที่มีการบูรณาการระหว่างศาสตร์ต่างๆ ที่จุฬาฯ ได้สร้างสรรค์เพื่อสังคมในช่วงระยะ 100 ปีที่ผ่านมา ผสมผสานกับแนวคิดที่จุฬาฯ ได้บ่มเพาะบัณฑิตให้มีทั้งวิชาการ มีสุขภาพจิตและกายที่ดี มีความรักษ์โลก รวมถึงมีความเป็นพี่น้องที่เท่าเทียมกันในสังคม จึงได้จัด รูปแบบ งานเป็น City of Innovation ที่แบ่งเป็น 3 เมืองหลัก คือ Smart City, Health City และ Human City ซึ่งจะจัดบริเวณหน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระปิยมหาราชและสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า แต่ละเมืองจะมีโซนย่อยๆที่น่าสนใจ และกลุ่มเป้าหมายครั้งนี้ เราเปิดกว้างทั้งศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน นักเรียนนักศึกษา เครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงกลุ่มบุคคลที่สนใจในนวัตกรรมที่อาจจะนำไปต่อยอดเพื่อประโยชน์ด้านต่างๆ”

ขณะที่ นโม ดิสกุล “นโม” ปี 2 คณะนิเทศศาสตร์ ซึ่งรับหน้าที่เป็นทูตประจำส่วนกลาง ขยายความเพิ่มว่า “แต่ละเมืองที่ว่าเป็นการนำศาสตร์ต่างๆ มาบูรณาการสร้างนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมเพื่อการดำรงอยู่อย่างยั่งยืน สะท้อนถึง Forward, For All, For good นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจบริเวณต่างๆ เช่น ที่หอประชุมจุฬาฯ จะเป็นเวที CU Talk เป็นการเสวนาภายใต้แนวคิด Inform, Inspire และ Innovative ที่อาคารจามจุรี 10 ก็จะเป็น International Forum นำเสนอถึงประเด็นความเท่าเทียมทางเพศ การพัฒนาที่ยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม ส่วนที่ศาลาพระเกี้ยวมีนิทรรศการที่ฉายภาพถึง 100 ปีที่ผ่านมา จุฬาฯทำอะไรเพื่อสังคม และศตวรรษที่ 2 จุฬาฯจะทำอะไรต่อไป รวมถึงการนำเสนอ นวัตกรรมตามพระราชปณิธานของในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่สำคัญอย่างยิ่งคือใน วันที่ 15 มี.ค. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “จุฬาฯ Expo 2017” ณ ศาลาพระเกี้ยว”

ไฮไลต์ในแต่ละเมืองจะมีทีเด็ดอะไร เหล่านิสิตวัยใสซึ่งทำหน้าที่ทูตประจำเมืองต่างๆ อาสามาขยายความ

เริ่มที่ ชวิน ธิติศักดิ์สกุล “ลีโอ้” ปี 5 คณะแพทยศาสตร์ ทูตประจำเมือง Health City บอกว่า “ภายในเมืองจะแบ่งเป็น 3 โซนย่อย ประกอบด้วย Physicality นำเสนอเกี่ยวกับโรคทางกาย เช่น เบาหวาน ที่มีนวัตกรรมถุงลอกเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน, เสื้อคลายเครียด, ภูมิปัญญาไทยกับยางานวิจัยต้านมะเร็ง รู้ไว้ไม่เสียนม, Mentality ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องทางจิตใจ เช่น นาฏยบำบัดเป็นการนำศาสตร์ทางนาฏศิลป์มาช่วยบำบัดและผ่อนคลายผู้ป่วย และ Environment เช่น การเรียนรู้ใส่ใจห่างไกลภัยสมองเสื่อม การควบคุมสุนัขจรจัดในประเทศไทย เป็นต้น”

ต่อด้วยทูตประจำเมือง Human City ประภัสสร สังข์ห่อ “เกิ้ล” ปี 3 คณะครุศาสตร์ ฉายภาพว่า “Human City มี 3 ส่วนย่อยที่จะนำพาให้ทุกคนได้เรียนรู้และสัมผัสกับนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Equality ความเท่าเทียม Diversity ความหลากหลาย และ Community การอยู่ร่วมกัน เน้นนวัตกรรมที่สร้างสรรค์และมีความจำเป็นต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์บนความเท่าเทียม หลากหลาย และการอยู่ร่วมกันบนโลก Globalisation ตัวอย่างเช่น Bangkok-Builder.com เป็นการสร้างเมืองในอุดมคติที่สะท้อนความต้องการของคนในสังคมที่มุ่งสู่การพัฒนาเมืองในอนาคตที่เราต้องการ ให้เห็นถึงความเท่าเทียม ขณะที่ต้องไม่ลืมความหลากหลายของผู้คน นอกจากนี้ ยังมีการวัดเจตคติรังเกียจกลุ่ม (Prejudice) และ Arts Yourself เป็นต้น”

ขณะที่ อชิรญา ศุภธีรเวทย์ “น้ำส้ม” ปี 1 คณะนิติศาสตร์ ทูตประจำเมือง Smart City เล่าว่า “ภายในแบ่งเป็น 3 เมืองย่อยคือSmart Life District, Future District และ Sustainable District เน้นนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยบูรณาการศาสตร์ที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมสร้างสรรค์ ตัวอย่างเช่น ตู้ Refun เป็นเครื่องรับซื้อขยะอัตโนมัติ ที่สร้างมูลค่าให้กับขยะ ขณะเดียวกันก็สร้างแรงจูงใจให้กับผู้คนได้ร่วมกันรักษ์โลกใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือนวัตกรรมที่แสดงถึงการใช้พลังงานที่ยั่งยืน”

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ฉายภาพผ่านตัวอักษรแค่เรียกน้ำย่อย แต่ในงานเป็นการแสดงของจริงซึ่ง “ยายรหัส” การันตีงานดีๆแบบนี้ไม่ควรพลาด

เพราะคุ้มค่าที่ได้มาเรียนรู้นวัตกรรมและไอเดียสร้างสรรค์ของคนไทยที่ไม่น้อยหน้าใครๆ แถมยังนำไปต่อยอดสร้างประโยชน์ให้แก่สังคมและประเทศชาติ.

ยายรหัส

11 มี.ค. 2560 14:27 ไทยรัฐ