วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หยุดรักๆเลิกๆ แล้วจริงจังสักทีได้ไหม?

หยุดรักๆเลิกๆ แล้วจริงจังสักทีได้ไหม?

โดย เมอร์ลิน
12 มี.ค. 2560 05:01 น.
  • Share:

มีคนถามด้วยความอยากรู้ว่า ในขณะที่นักแสดงบ้านเรามักถูกจับคู่ให้เป็นคู่จิ้นบ้างล่ะ และบางคู่เป็นแฟนกันจริงๆ จึงอยากรู้ว่า แล้วกรณีของนักแสดงต่างประเทศอย่างนักแสดงฮอลลีวูดเล่า มีการพบรักกันอย่างไร? และครองรักกันยาวนานหรือตกอยู่ในสภาพรักๆ เลิกๆ กันบ้างไหม?

โอ้ย......ถามอย่างนี้ก็สาธยายได้ง่ายมาก เพราะว่ากันตามตรงแล้ว นักแสดงไม่ว่าจะเป็นชาติไหน ประเทศอะไร? มักเกิด “รักในกองถ่าย” กันได้ทั้งนั้น เนื่องจากความใกล้ชิดในขณะทำงานนั่นแหละ ซึ่งจะว่าไปนะ อาชีพไหนๆก็แพ้ “ความใกล้ชิด” จนก่อให้เกิดเป็นความรักมาหลายคู่แล้ว ซึ่งอาชีพอื่นก็มี ไม่ต้องพูดถึงเฉพาะวงการบันเทิงหรอก

หนุ่มสาวหรือแม้แต่บุคคลข้ามเพศเมื่อเห็นกันบ่อย ได้ทำงานร่วมกันและได้พูดคุยเรียนรู้จนรู้จักแม้แค่ผิวเผิน แต่บุคลิกและนิสัยบางอย่างของแต่ละฝ่ายไปสะกิดใจตลอดจนดึงดูดใจให้ทั้งคู่เกิดอาการปิ๊งปั๊งกันได้

ยิ่งชาวต่างชาติไม่ถือสาหาความเรื่องว่า อดีตของคนที่ตัวเอง “มีใจ” นั้น เคยผ่านใครมาบ้าง? หรือมีแฟนเก่ามาแล้วกี่คน? แถมบางคู่สนใจกันขณะที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีลูกแล้ว ยังเห็นบ่อยไป

เพราะถือเป็นเรื่องธรรมชาติอ่ะ ส่วนมากฝรั่งหรือชาวต่างชาติ เค้าไม่ค่อยคิดว่า คนที่ตัวเองชอบเคยมีอดีตมีประวัติรักใครมาก่อนไหม? เพราะว่ากันตามตรงทุกคนก็มีอดีตส่วนตัว ด้วยกันทั้งนั้น เหตุนี้จึงคิดถึงแต่เหตุการณ์ปัจจุบันมากกว่าจะไปคิดมากหรือย้ำคิดย้ำทำว่า “คนที่ตัวเองชอบ” เคยมีประวัติศาสตร์ด้านความรักมาหนักหน่วงขนาดไหน? หรือเป็นคนชอบปาร์ตี้รักสนุกอย่างไร? ไปทำไม?

อีกอย่างฝรั่งไม่ค่อยแคร์ด้วยว่า เค้าจะรักใคร ชอบใคร แล้วคนอื่นจะต้องชอบด้วยไหม? เพราะชีวิตของเค้าก็เป็นชีวิตของเค้านี่หว่า ไยต้องไปแคร์ให้มากทำไม? เปลืองสมองเปล่าๆ

จึงตอบได้เลยว่า คนดังในวงการบันเทิงบางคู่ เค้าก็ “มีรักในกองถ่าย” นะ ให้ยกตัวอย่าง เช่น คู่ที่โด่งดังระดับซุป’ตาร์ อย่าง แองเจลีน่า โจลี่ และแบรด พิตต์ ก็ส่งสายตาปิ๊งๆให้กันในภาพยนตร์ที่แสดงด้วยกันเรื่อง มิสเตอร์แอนด์มิสซิส สมิธ (นายและนางคู่พิฆาต) ถึงแม้แยกทางกันแล้ว และโจลี่เพิ่งพาลูกๆ ทั้งลูกจริงและบุตรบุญธรรม ยกโขยงเยือนกัมพูชา เนื่องจากโจลี่มีภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่เกี่ยวข้องกับประเทศนี้ หนำซ้ำ แมดด็อกซ์บุตรชายบุญธรรมคนโตก็เป็นชาวเขมรด้วย เธอจึงผูกพันกับดินแดนถิ่นนี้เป็นพิเศษ

คู่ไหนอีกล่ะที่รักกันในกองถ่าย อีกตัวอย่างนึงก็นี่เลย ไรอัน เรย์โนลด์ กับเบลค ไลฟ์ลี่ พบกันในหนังซุปเปอร์ฮีโร่ เรื่อง เดอะ กรีน แลนเทิร์น แม้ไม่ทำรายได้ฟู่ฟ่าอะไร แถมตอนนั้นก็ไม่ถึงกับเห็นหน้าแล้ว รักกันทันทีหรอกนะ แค่เป็นเพื่อนกันก่อน แต่พอเวลาผ่านไป เมื่อต่างฝ่าย ต่างไม่ได้ควงใครแล้ว ก็โคจรมาเจอกันใหม่ และสนิทบวกจีบกันจนแต่งงานมีลูกที่น่ารักด้วยกัน 2 คน

ยกตัวอย่างแค่นี้คงพอ ส่วนจะครองรักกันนานไหม? หรือรักๆเลิกๆ ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับคู่ใครคู่มันที่จะปรับตัวเข้าหากันได้มากน้อยเพียงใดแล้วล่ะ

ก่อนนี้ รู้สึกไหมว่าคนเรามีความอดทนสูงเนอะ ยิ่งคู่ที่รักกันมานานจะไม่ค่อยอยากเลิกกันเท่าไหร่ ถ้าไม่ถึงที่สุดจริงก็คบกันอยู่เป็นเพื่อนกันไป แต่เดี๋ยวนี้ คนเรามีความอดทนน้อยละมั้ง จึงได้ยินเรื่องแยกทางกันบ่อยกว่าเดิม ซึ่งก็ไม่แนะให้รักๆเลิกๆเช่นกัน ดังนั้นคู่ที่จะอยู่กันได้นาน ควรมีสิ่งเหล่านี้ ได้แก่......

1.นอกจากด้านนิสัยควรมี หัวที่ประนี-ประนอม ยอมกันแล้ว การไม่ยึดติดกับคำพูดแย่ๆ ที่อีกฝ่ายพูดใส่ ในขณะกำลังโกรธหรือโมโห ก็ควรทำใจ (ไม่ใช่ฟังแล้วใจยิ่งเดือดพลุ่งพล่านเข้าไปใหญ่)

ถือซะว่า เค้าพูดเพราะอารมณ์อยู่เหนือเหตุผล แต่พอเหตุผลกลับมา เค้าจะรู้สึกเองแหละว่า ไม่ควรพูดสิ่งที่ทำให้คุณไม่สบายใจเลย การอยู่กับคนที่รัก การมีปากเสียงกันเป็นเรื่องปกติ เพียงอย่านำมาคิดเตลิดบ่อยๆ หรือจริงจังกับมันมาก เพราะไม่งั้น ความอดทนที่มีน้อยจะยิ่งไม่เหลือเลย

2.พูดคุยกันบ้างเรื่องการเงินในบ้านสมมติมาอยู่ด้วยกัน ย่อมมีค่าใช้จ่ายร่วมกันให้ดูแลรับผิดชอบ ดังนั้นทุกฝ่ายอย่าได้นิ่งดูดาย รีบเสนอตัวเลยดีกว่าว่า ใครจะรับผิดชอบหรือลงขันกันจ่ายในด้านไหนบ้าง? เพื่อความชัดเจนตั้งแต่แรก อย่าอึมครึม โดยเฉพาะฝ่ายชายควรแสดงสปิริตกันหน่อย อย่าทำไม่แยแสความรับผิดชอบร่วมกันเชียว

3.ถ้ารู้ตัวว่าทำผิด ก็ควรขอโทษ กันหน่อย อย่าถือว่าพูดไม่ได้แต่ใจน่ะรู้ ไม่ได้นะ

เพราะคำขอโทษ ช่วยทำให้ชีวิตคู่กลับมาสดใสได้อีกครั้ง หากผิดก็ยอมรับผิดไปเถอะอย่าแอ็กนักเลย 4.ทำให้คนข้างๆรู้สึกว่าเค้ามีความสำคัญกับคุณเสมอ ด้วยนะ ถ้าไม่แสดงออกแล้วเค้าจะรู้ไหมฮ้า.

เมอร์ลิน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้