วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ทางเลือก” สยบเกาหลีเหนือ จีนยังเป็น “คำตอบสุดท้าย”

ข่มขวัญ–แฟ้มภาพการซ้อมยิงระบบต่อต้านขีปนาวุธ THAAD ซึ่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ นำออกเผยแพร่ ก่อนนำไปติดตั้งในเกาหลีใต้และมีปัญหากับจีน ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (รูปเล็ก) ทบทวนทางเลือกจัดการกับเกาหลีเหนือ (รอยเตอร์/เอพี)

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถูกปรามาสว่าเป็นหนึ่งในผู้นำสหรัฐฯ ที่อ่อนด้อยประสบการณ์ด้าน “การต่างประเทศ” ที่สุด หลายฝ่ายหวั่นกลัวว่า “ความไม่รู้” อะไรอย่างลึกซึ้งนี้ จะทำให้เขาตัดสินใจบุ่มบ่ามไม่รอบคอบในเรื่องสำคัญๆที่จะมีผลกระทบร้ายแรงต่อทั้งโลก รวมทั้งเรื่อง “เกาหลีเหนือ”

ก่อนพ้นตำแหน่ง ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เคยเตือนทรัมป์ว่า เรื่องต่างประเทศที่เร่งด่วนและอันตรายที่สุดของเขาคือเรื่องเกาหลีเหนือนี่เอง เพราะรัฐบาลสหรัฐฯยุคไหนๆล้วนแก้ปัญหาไม่สำเร็จ

ทรัมป์ได้ประจักษ์ถึงคำเตือนนี้แล้ว หลังเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ 4 ลูก มีพิสัยไกลถึง 1,000 กม.ใส่ทะเลญี่ปุ่น เมื่อ 6 มี.ค. 3 ลูกตกห่างเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) ของญี่ปุ่นแค่ 300 กม. โดยเกาหลีเหนือขู่ว่าเพื่อตอบโต้ที่
สหรัฐฯ ร่วมซ้อมรบใหญ่ประจำปีกับเกาหลีใต้คู่อริ ภายใต้รหัส “โฟล อีเกิล” เพื่อเตรียมทำสงครามกับเกาหลีเหนือ

ก่อนหน้านั้นเมื่อ 13 ก.พ. นายคิม จอง-นัม พี่ชายต่างมารดาของนายคิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ก็ถูกลอบสังหารด้วยสารพิษ “วีเอ็กซ์” ซึ่งสหประชาชาติจัดเป็นอาวุธเคมีทำลายล้างสูง ที่สนามบินกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฝีมือเกาหลีเหนือ ทำให้เกิดความขัดแย้งกับมาเลเซียอย่างรุนแรง

หลังเกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธล่าสุด ทรัมป์อยู่เฉยๆ ไม่ได้ ต้องตอบโต้ด้วยการเร่งส่งชิ้นส่วนระบบป้องกันขีปนาวุธในชั้นบรรยากาศสูง “ธาด” (THAAD) เข้าไปติดตั้งในเกาหลีใต้ทันที ตามข้อตกลงที่ทำกันไว้

แต่ทรัมป์จะเดินเกมอย่างไรต่อไปยังน่าสงสัย? โดยเฉพาะถ้าโสมแดงยิงขีปนาวุธหรือทดลองระเบิดนิวเคลียร์อีก ซึ่งเป็นการท้าทายสหรัฐฯ และมติของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) อย่างโจ่งแจ้ง!

เจ้าหน้าที่วงในรัฐบาลสหรัฐฯ เผยว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังทบทวน “ทางเลือก” ทุกอย่างที่จะจัดการเกาหลีเหนือ และยังไม่ตัดทางเลือกใดๆทิ้ง คาดว่าจะสรุปผลได้ในสิ้นเดือนนี้ แต่อาจช้ากว่านั้นเล็กน้อย ระหว่างที่ทรัมป์รอแต่งตั้งรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงระดับสูงให้ครบเสียก่อน

“ทางเลือก” ที่ว่า รวมทั้งเพิ่มมาตรการ “คว่ำบาตร” ด้านการค้าและการทูตต่อโสมแดง แม้เท่าที่มีอยู่จะสาหัสอยู่แล้ว (แต่ไม่เคยได้ผล) เพื่อบีบให้เกาหลีเหนือหวนกลับสู่โต๊ะเจรจา 6 ฝ่ายอีกครั้ง หรือเร่งติดตั้งระบบ “THAAD” ทั้งในเกาหลีใต้และญี่ปุ่น หรือขึ้นบัญชีดำเกาหลีเหนือเป็นประเทศที่ “สนับสนุนการก่อการร้าย” หลังถอดจากบัญชีในปี 2551 ซึ่งถ้าทำเช่นนั้น จะทำให้เกาหลีเหนือถูกคว่ำบาตรทางการเงินหนักขึ้น

ทางเลือกอื่นๆที่แข็งกร้าวกว่านั้น รวมทั้งเพิ่มยุทธการ “โจมตีทางไซเบอร์” และใช้ “ปฏิบัติการลับ” ต่างๆ เพื่อบ่อนทำลายอำนาจผู้นำเกาหลีเหนือ หรือส่ง “ระเบิดนิวเคลียร์” เข้าสู่เกาหลีใต้ ไปจนถึงชิงโจมตีทางอากาศถล่มฐานขีปนาวุธและแหล่งพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ที่เรียกกันว่า “Pre-emtive air strikes”

แต่ทางเลือกข้อหลังนี้เป็นไปได้น้อย เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะจุดชนวนสงครามมหาวินาศในภูมิภาค เกาหลีเหนืออาจบ้าเลือดตอบโต้รุนแรง ระดมยิงห่าขีปนาวุธ จรวด ปืนใหญ่ ถล่มทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ทำให้มีผู้บาดเจ็บล้มตายมหาศาล รวมทั้งทหารอเมริกันในทั้งสองประเทศนี้ แม้ฝ่ายสหรัฐฯ จะชนะในที่สุด

แต่ทางเลือกนี้ก็ใช่ว่าจะถูกปิดตาย โดยเฉพาะถ้าเกาหลีเหนือสามารถย่อส่วนหัวรบนิวเคลียร์และเดินหน้าทดลองขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) ซึ่งติดหัวรบนิวเคลียร์ได้และมีพิสัยไกลยิงถึงดินแดนสหรัฐฯได้
สหรัฐฯ คงไม่ยอมให้มีวันนั้นแน่!

อย่างไรก็ตาม แม้ทรัมป์จะดูเป็นคนเอะอะ โผงผาง แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นนักเจรจาต่อรองชั้นยอด จึงอาจพยายามใช้วิธีเจรจาทางการทูตจนสุดกำลังเสียก่อน เช่น เสนอให้เกาหลีเหนือระงับหรือแช่แข็ง (Freeze) โครงการขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ แทนที่จะให้ปลดอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Disarmament) โดยสิ้นเชิง

แต่ก่อนถึงขั้นนั้น สหรัฐฯ อาจเพิ่มแรงกดดันในทุกด้าน ทั้งเพิ่มมาตรการคว่ำบาตร ระดมสรรพกำลังทางทหารไปโอบล้อม และใช้ปฏิบัติการลับต่างๆ เพื่อ “นวด” ให้เกาหลีเหนืองอมพระรามถึงที่สุดเสียก่อน จนต้องคิดใหม่ว่าถ้าไม่ยอมเจรจา เกาหลีเหนือต้องล่มสลายแน่นอน

แต่ก่อนยอมหวนเจรจา คาดว่าเกาหลีเหนือจะยื่นเงื่อนไขสำคัญเดิมๆ คือให้สหรัฐฯ ยอมรับว่าตนเป็น “รัฐนิวเคลียร์” ยุติความเป็นปรปักษ์และเจรจากันบนพื้นฐานที่เท่าเทียม ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ทรัมป์ต้องตัดสินใจ

ทางออกหนึ่งที่สหรัฐฯ พูดถึงเสมอเพราะเห็นว่าน่าจะดีที่สุด คือขอให้ “จีน” ลูกพี่ใหญ่และพันธมิตรเก่าแก่ของเกาหลีเหนือช่วยผ่าทางตัน ถ้าจีนยอมร่วมมือกดดันเกาหลีเหนือเต็มที่ อะไรๆจะง่ายขึ้นเยอะ!

เช่นให้จีนปิดธนาคารที่ทำธุรกรรมการเงินที่ผิดกฎหมายกับเกาหลีเหนือ กวาดล้างบริษัทบังหน้าต่างๆของเกาหลีเหนือที่ตั้งขึ้นเพื่อเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรของนานาชาติ ตัดการส่งออกน้ำมันให้เกาหลีเหนือ และขับไล่แรงงานเกาหลีเหนือออกจากจีนให้หมด ไม่ใช่แค่ยุติการนำเข้า “ถ่านหิน” จากเกาหลีเหนือตามที่รับปากไว้

แต่การจะหวังให้จีนช่วยถึงขั้นนั้นยังดูริบหรี่ เพราะจีนเองก็กลัวว่าถ้าบีบหนักเกินไปจนเส้นเลือดใหญ่ตีบตัน เกาหลีเหนือซึ่งมีพรมแดนติดกันจะล่มสลาย ผู้ลี้ภัยหลายล้านคนทะลักเข้าจีน ต้องแบกภาระหลังแอ่นแน่

นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับจีนก็ไม่สู้ดี แถมยังตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ทั้งจากความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ และกรณีที่สหรัฐฯ กำลังติดตั้งระบบ “THAAD” ในเกาหลีใต้ ซึ่งจีนต่อต้านอย่างหนัก เพราะเห็นว่าเป็นภัยคุกคามจีนแจ้งชัด เนื่องจากระบบเรดาร์ของ THAAD มีรัศมีไกล สามารถสอดแนมดินแดนจีนได้สะดวกโยธิน

การจะให้จีนช่วยจึงอาจจำเป็นต้องมีการ “ยื่นหมูยื่นแมว” ที่สมน้ำสมเนื้อ...ทรัมป์ต้องคิดหนักครับ!

บวร โทศรีแก้ว

11 มี.ค. 2560 10:22 11 มี.ค. 2560 10:24 ไทยรัฐ