วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปิดเกม “ธรรมกาย”

ใกล้ถึงจุดอวสานเข้ามาทุกทีทั้ง “ธัมมชโย-ธรรมกาย” ด้วยมาตรการละมุนละม่อม ที่ประสานระหว่างรัฐ-ศาสนจักร เมื่อความจริงที่ปรากฏได้ประจานให้สังคมเห็นแล้วว่าปล่อยไว้ไม่ได้

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้อ่านตามเกมตามหน้าไพ่หรือจับเอาหลักวิทยาศาสตร์มาประเมินสถานการณ์แล้วอีกชั่วอึดใจหรืออีกไม่นาน

“อวสาน-ธัมมชโย”...กำลังใกล้ถึงจุดจบ

ที่ว่าอย่างนี้ก็เพราะทุกอย่างที่ฝ่ายอาณาจักรดำเนินการด้วยความละมุนละม่อมเจ้าหน้าที่ปราศจากอาวุธใช้การเจรจาเป็นหลัก

แม้จะยังประจันหน้ากันอยู่แต่ก็เปลี่ยนจากรับเป็นรุกคืบไปเรื่อยๆ

อีกทั้งยังใช้มาตรการทางกฎหมายดำเนินคดีกับบรรดาแกนนำสำคัญโดยเฉพาะฝ่ายสงฆ์ที่เป็นมันสมองในการวางแผนต่อสู้

นั่นเท่ากับเป็นการทลายขุมข่ายฝ่ายบุ๋นซึ่งเป็นกุญแจสำคัญ

รู้กันดีว่าการที่ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าค้นพื้นที่เป้าหมายก็เป็นเครื่องบ่งบอกว่า “ธัมมชโย” ยังอยู่ ณ จุดนั้น

จึงป้องกัน “กล่องดวงใจ” ทุกวิถีทาง

สิ่งที่มองข้ามไม่ได้การดำเนินการต่างๆ จะต้องให้ฝ่ายศาสนจักรซึ่งเป็นอีกส่วนหนึ่งในความรับผิดชอบโดยตรงเข้ามาประสานเพื่อให้ทุกอย่างคลี่คลาย

การถอดถอนสมณศักดิ์ “ธัมมชโย” ก็เท่ากับลดความสำคัญลงโดยปริยาย

ตามมาด้วยการถอดถอนสมณศักดิ์ “ทัตตชีโว” ก็เป็นอีกกุญแจหนึ่งที่จะทำให้ “ลัทธิธรรมกาย” คลายความศักดิ์สิทธิ์โดยอัตโนมัติ

เพราะ “ทัตตชีโว” นั้นถือเป็นตัวแทนที่มีบทบาทสำคัญที่สุด รับผิดชอบเงินทองทุกอย่างในอาณาจักรแห่งนี้

บรรดาผู้รับเหมา บรรดาผู้ที่ได้รับงานต่างๆ จากวัดพระธรรมกายไปถามดูได้ว่าต่างเกรงกลัวมากกว่า “ธัมมชโย” เสียอีก

ถ้าตัดท่อนํ้าเลี้ยง ตัดบทบาทของ “ทัตตชีโว” ได้งานก็ง่ายเข้า

หาก มส. แสดงบทบาทเพื่อพิทักษ์ศาสนาพุทธใช้กฎเหล็กดำเนินการกับพระที่กระทำผิดธรรมวินัย ผิดกฎหมายบ้านเมือง ปลุกปั่นยุยงตามกระทงความผิด

ที่ พศ. และดีเอสไอได้แจ้งให้ที่ประชุม มส.รับทราบไปนั้น

การตัดสินด้วยการสั่ง “ปาราชิก” จึงเป็นมาตรการสุดท้าย

และที่มองข้ามไม่ได้ก็คือ คณะสงฆ์ซึ่งจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง

ไล่ลงมาลำดับชั้นการปกครอง

เจ้าคณะใหญ่หนกลาง

เจ้าคณะภาค 1

เจ้าคณะจังหวัด

เจ้าคณะอำเภอ

เจ้าคณะตำบล

ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่การปกครองสงฆ์ รับผิดชอบวัดวาอารามต่างๆในกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการในเขตภาค 1

บางส่วนได้ดำเนินการตามหน้าที่ไปแล้ว

แต่อีกบางส่วนก็จะต้องทำหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น หากไม่ทำหน้าที่ก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำด้วย

ที่ผ่านมาแม้จะถูกมองว่าให้การปกป้อง “ธัมมชโย” เกื้อหนุน “ธรรมกาย” มาตลอด แต่มาถึงขั้นนี้สังคมประเทศได้รับรู้แล้วว่าได้เกิดอะไรขึ้น

มันเท่ากับเป็นการประจาน “ลัทธิธรรมกาย” อย่างล่อนจ้อน จนรู้ตื้นลึกหนาบางแล้วพวกเหล่านี้ได้กระทำอะไรที่สร้างความเสื่อมแก่พุทธศาสนา ถ้าไม่เปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ทำหน้าที่

ถือว่าเป็นการ “ละเว้น” จุดจบสุดท้ายเป็นอย่างไรก็น่าจะรู้กันดี!!!


“ลิขิต จงสกุล”

11 มี.ค. 2560 10:15 ไทยรัฐ