วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โดนจำคุก3ปี 'จุมพล' รุกป่า ปรับอีกเกือบ '9แสน'

ราชกิจจาลงประกาศ ถอดยศยึดเครื่องราช

ศาลพิพากษาจำคุก “จุมพล มั่นหมาย” อดีตบิ๊กตำรวจ คดีสร้างบ้านพักตากอากาศรุกป่าอุทยานทับลาน และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ลงโทษจำคุกรวม 6 ปี จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 3 ปี ไม่รอลง อาญา และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐเกือบ 9 แสนบาท ตำรวจคุมตัวขึ้นเครื่องบินไปฟังคำพิพากษาที่ศาล จังหวัดนครราชสีมา ก่อนนำกลับมาคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ส่วน พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รอง ผบช.ภ.5 จำเลยอีกคนที่ถูกยื่นฟ้องพร้อมกันให้การปฏิเสธขอต่อสู้คดี ศาลสั่งให้โจทก์แยกฟ้อง ใหม่ภายใน 7 วัน ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ถอดยศ พล.ต.อ.จุมพล ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. ที่มีคำสั่งไล่ออกจากราชการ พร้อมเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานด้วย

ตำรวจคุมตัวนายจุมพล มั่นหมาย อดีตนายตำรวจยศ พล.ต.อ. ผู้ต้องหาคดีบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานทับลานไปฟังคำพิพากษาของศาลเมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 10 มี.ค. ที่กองบินตำรวจดอนเมือง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบก.ป. พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.4 พร้อมกำลังตำรวจคอมมานโดกองปราบปราม ควบคุมตัวนายจุมพล มั่นหมาย อายุ 66 ปี อดีตข้าราชการพลเรือนในพระองค์ ตำแหน่งรองเลขาธิการสำนักพระราชวัง ฝ่ายความมั่นคงและกิจกรรมพิเศษ และอดีต รอง ผบ.ตร. ขึ้นเครื่องบินฟ็อกเกอร์กองบินตำรวจ ไปยัง จ.นครราชสีมา เพื่อส่งศาลพิจารณาไต่สวนคดีความผิดต่อหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ความผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ กรณีก่อสร้างบ้านพักตากอากาศ บนเนื้อที่กว่า 13 ไร่ บุกรุกพื้นที่ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ที่บ้านสุขสมบูรณ์ หมู่ 2 ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ถูกแจ้งความดำเนินคดีพร้อมพวกรวม 7 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจุมพลอยู่ในชุดนักโทษสีน้ำตาล ถูกใส่กุญแจมือและตีโซ่ตรวน มีสีหน้าอิดโรย โดยมีทีมแพทย์พยาบาลของ รพ.ตำรวจ เดินทางไปด้วย กระทั่งเวลา 10.00 น. ไปถึงศาลจังหวัดนครราชสีมา นำตัวเข้าห้องพิจารณาคดีที่ 3 ชั้น 2 เป็นการพิจารณาคดีผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ จากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง กทม. คดีนี้นายจุมพล ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาและไม่ขอสู้คดี พนักงานสอบสวน สภ.วังน้ำเขียว สอบปากคำพยานแวดล้อม 20 ปาก รวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวน 500 หน้าส่งให้อัยการจังหวัดนครราชสีมา พิจารณาส่งฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา

ต่อมาเวลา 14.30 น. ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอเรนซ์คดีสร้างบ้านพักตากอากาศบุกรุกพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติทับลาน เนื้อที่กว่า 13 ไร่ ในพื้นที่ ต.ไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ถูกเจ้าหน้าที่เข้าตรวจยึดเมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา วันนี้โจทก์ได้ยื่นฟ้องจำเลย 2 รายต่อศาล ประกอบด้วย พล.ต.ต.พงษ์เดช พรหมมิจิตร รอง ผบช.ภ.5 เป็นจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และขอต่อสู้คดี ส่วนนายจุมพล มั่นหมาย เป็นจำเลยที่ 2 ไม่ต้องการทนายความ พร้อมให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหาตามคำฟ้องของโจทก์ และไม่ขอต่อสู้คดี

ศาลมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ 1 และให้ดำเนินการฟ้องคดีเข้าไปใหม่ภายในระยะเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันนี้ (10 มี.ค.60) ส่วนจำเลยที่ 2 ศาลพิพากษาว่า มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ให้ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 4 ปี และมีความผิดในข้อหาแผ้วถางและบุกรุกทำลายป่า ให้ลงโทษจำคุกเป็นเวลา 2 ปี รวมลงโทษจำคุกเป็นเวลาทั้งหมด 6 ปี แต่เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ จึงมีเหตุให้บรรเทาโทษ เหลือลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปีโดยไม่รอลงอาญา พร้อมให้มีคำสั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากพื้นที่ที่บุกรุกป่าและชดใช้ค่าเสียหายให้กับทางราชการเป็นจำนวนเงิน 892,303 บาท หลังฟังคำพิพากษาเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายจุมพลกลับไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร

พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า วันนี้ศาลพิจารณาพิพากษานายจุมพล มั่นหมาย ไม่ใช่พลตำรวจเอกแล้ว แต่เป็นนายจุมพล ในความผิดบุกรุกป่าและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ศาลพิพากษาจำคุกรวม 6 ปี รับสารภาพลดกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 3 ปี ส่วนอาคารบ้านพักตากอากาศให้รื้อถอนออกไปและให้ชดใช้ค่ายเสียหายแก่รัฐเป็นจำนวนเงิน 892,303 บาท ส่วนผู้ต้องหารายอื่นๆที่เหลือก็ต้องแล้วแต่พนักงานอัยการเป็นผู้พิจารณา

ต่อมาเวลา 15.00 น. เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายจุมพล มั่นหมาย ขึ้นรถผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดนครราชสีมาออกจากศาลจังหวัดนครราชสีมาไปขึ้นเครื่องบินที่สนามบินกองบิน 1 เดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยมีกำลังตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมากว่า 30 นาย รักษาความเรียบร้อยตลอดเส้นทาง ส่วน พล.ต.ต.พงษ์เดช ให้ทนายความยื่นเรื่องขอประกันตัวออกไป สำหรับคดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งสิ้น 7 ราย วันนี้อัยการแยกการพิจารณาคดีส่งฟ้องศาลก่อน 2 ราย คือนายจุมพล และ พล.ต.ต.พงษ์เดช มีบรรดาญาติของผู้ต้องหาทั้งสองเดินทางมาให้กำลังใจ รวมถึงผู้สื่อข่าวจำนวนมากที่เข้าไปร่วมรับฟังการพิจารณาคดี

ด้านนายอำนาจ พวงชมพู อธิบดีผู้พิพากษา ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เผยว่า คดีของนายจุมพล เป็นคดีอยู่ในอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เนื่องจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 จ.สุรินทร์ ยังไม่เปิดทำการ ได้จ่ายสำนวนให้องค์คณะพิจารณาคดีอ่านฟ้องให้จำเลยฟัง จำเลยแถลงรับสารภาพตามฟ้อง คดีจึงไม่มีประเด็นที่ต้องไต่สวนหรือชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ศาลจึงพิพากษาได้เอง นอกจากนี้ ระหว่างทำคำพิพากษา ได้มีราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีให้ถอดยศ พล.ต.อ.จุมพล จึงใช้คำว่านายจุมพล ศาลได้ออกหมายบังคับคดีอาญาคือหมายจำคุกไปแล้ว และคำพิพากษายังบังคับให้ชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง จึงไม่ต้องฟ้องคดีทางแพ่งเป็นคดีใหม่อีก

วันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ให้ถอดยศตำรวจ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ถอด พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ออกจากยศตำรวจ ตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ.60 ซึ่งเป็นวันที่มีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ เนื่องจากกระทําความผิดวินัยฐานกระทําการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในการเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ชิดติดพระองค์ ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการไปในทางไม่ถูกต้อง แสวงหาประโยชน์ให้ตัวเอง ฝักใฝ่ในเรื่องการเมืองเป็นอันตรายต่อความมั่นคง ตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบข้อ 1 (4) ของระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ.2547 และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก มหาวชิรมงกุฎ ประถมาภรณ์ช้างเผือก ประถมาภรณ์มงกุฎไทย ทวีติยาภรณ์ ช้างเผือก ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย ตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย และเหรียญจักรพรรดิมาลา ที่บุคคลดังกล่าวได้รับพระราชทาน ตามข้อ 6 และข้อ 7 (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขอพระ ราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ พ.ศ.2548 ประกาศ ณ วันที่ 7 มี.ค.60 ผู้รับสนองพระราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี