วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ติง ก.ม.ความเท่าเทียมเพศขาดการรับรู้

ไร้พลังขับเคลื่อนเป็นวาระสำคัญ ส่วนใหญ่กลุ่มหลากหลายร้องเรียน

น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผู้จัดการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม เปิดเผยว่า พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.2558 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน ก.ย.2558 พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดมาตรการคุ้มครองและป้องกันมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ กำหนดให้มีคณะกรรมการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ (สทพ.) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รวมทั้งให้มีคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.) มี รศ.ดร.มาลี พฤกษ์พงศาวลี ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธาน ซึ่งเปิดช่องให้ผู้ถูกเลือกปฏิบัติหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมระหว่างเพศร้องเรียนผ่านกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ซึ่งตนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในกรรมการ วลพ. ขณะนี้เรื่องที่ร้องเรียนเข้ามายังถือว่ามีไม่มาก อาจเป็นเพราะการรับรู้ยังไม่ทั่วถึง ส่วนใหญ่ที่ร้องเรียนเข้ามาเป็นกลุ่มหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะการถูกบังคับเรื่องการแต่งกายที่ไม่ตรงกับเพศสภาพในสถาบันอุดมศึกษา การกีดกันในตำแหน่งงาน การถูกปฏิเสธเข้าไปใช้บริการในสถานบันเทิงบางแห่ง กรณีที่เป็นหญิงมีรายเดียวที่ร้องเรียนถึงการสมัครเข้าทำงานในองค์การมหาชนที่เกี่ยวกับการศึกษาในตำแหน่งเลขานุการที่ระบุรับเพศชาย ซึ่งเรื่องอาชีพนั้นกฎหมายบัญญัติไม่ให้มีการกีดกันด้วยเหตุแห่งเพศ นอกจากนี้ พ.ร.บ.กำหนดให้มีกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศด้วย

ด้าน น.ส.อุษา เลิศศรีสันทัด ผู้อำนวยการโครงการมูลนิธิผู้หญิง หนึ่งในกรรมการ วลพ. กล่าวว่า การขับเคลื่อน พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ โดยเฉพาะการสร้างความเข้าใจการรับรู้ของสังคมยังถือว่าไม่ดีพอ อาจเป็นเพราะ สค.มีภารกิจมาก ทำให้ ยังไม่มีการจัดระบบที่ดีพอ ที่สำคัญกลไกระดับชาติซึ่งอยู่ภายใต้ พม.ทำให้การผลักดันเรื่องต่างๆยังไม่มีพลังพอ อย่างเช่น กองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศก็ยังไม่เกิดการขับเคลื่อน ทั้งที่กองทุนนี้ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้มากโดยเฉพาะการกระจายการรับรู้สู่ฐานราก นอกเหนือจากการดูแลช่วยเหลือเยียวยาผู้ถูกกระทำ ที่สำคัญรัฐบาลยังไม่ได้จัดสรรงบประมาณมาให้อย่างเพียงพอ ขณะที่ประเทศอื่นกลไกระดับชาติจะมีพลังขับเคลื่อนมากกว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้ถูกหยิบยกให้เป็นวาระสำคัญของรัฐบาลมีแต่การพูดให้ความสำคัญ แต่ในทางปฏิบัติยังไม่เกิดเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง.

น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผู้จัดการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม เปิดเผยว่า พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค.2558 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือน ก.ย.2558... 11 มี.ค. 2560 04:31 ไทยรัฐ