วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รำลึก เจ๊ยุสไตล์ ถามตรงถามแรง เกียรติภูมิแห่งสื่อมวลชน

หากประเทศสหรัฐอเมริกา มีนักข่าวหญิงแกร่ง นามว่า บาร์บาร์รา วอลเตอร์ (Barbara walters) หญิงสาวผู้หาญกล้า ถึงขนาดบุกไปถึงรัง ของ ฟิเดล คาสโตร อดีตผู้นำคิวบา และมูอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตจอมเผด็จการแห่งลิเบีย อริราชศัตรูลำดับต้นๆ ของ รัฐบาล United states of america เพื่อติดต่อขอสัมภาษณ์ ให้อเมริกันชน ได้ฟังความอีกด้าน โดยไม่หวาดเกรงถึงภยันอันตรายใดๆ

สยามประเทศของเรา ก็มี นักข่าวหญิง ที่กร้าวแกร่งไม่แพ้กัน ผู้ซึ่งกล้ายิงคำถามหนักๆ ใส่ รัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี แม้กระทั่งผู้นำคณะปฏิวัติ โดยไม่หวั่นเกรง มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

หญิงแกร่งแห่งวงการสื่อสารมวลชนของประเทศไทย และเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับ บรรดาน้องๆ นักข่าวในทำเนียบรัฐบาลเสมอมา

เธอผู้นั้น มีนามว่า นางยุวดี ธัญญสิริ หรือ เจ๊ยุ ซึ่ง ณ วันนี้ ได้เก็บเครื่องบันทึกเสียง ปากกา และสมุด ที่ใช้ทำหน้าที่ “เป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน” มาเป็นเวลายาวนาน เพื่อ นอนหลับพักผ่อนชั่วนิจนิรันดร์

เหตุใด เจ๊ยุ จึงเป็นตำนานที่ สื่อมวลชนไทย จะต้องเล่าขานสืบต่อกันไปไม่รู้จบ ....การทำหน้าที่ เป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน ที่บางครั้งว่ากันว่า ทำให้แหล่งข่าวระดับสูงบางคน ถึงกับเกิดอาการ “ปรี๊ด” เก็บอาการไว้ไม่อยู่ แต่ที่สุดแล้ว ก็ไม่มีใครเลยที่จะติดใจสงสัย ในการทำหน้าที่แบบตรงไปตรงมาของ เจ๊ยุ

นั่นเป็นเพราะ แหล่งข่าวระดับสูงทุกคน รู้ดีว่า เจ๊ยุ ไม่เคยมีวาระซ่อนเร้น และเป็นคนที่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาเสมอ โดนถามแรงๆ บางครั้ง อาจเกิดอาการ งอนกันบ้าง ตามประสา ลิ้นกับฟัน แต่พอหายงอน ก็จะกลับมารักกันเหมือนเดิม

ในวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะขอพาแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ทุกท่าน ได้รับรู้ ถึงที่สุดความเป็น นักสื่อสารมวลชนอันยิ่งใหญ่ของ เจ๊ยุ ผ่านแหล่งข่าวทั้งที่เคย โดนถามแรงๆ ตรงๆ ชนิดไม่เกรงอกเกรงใจ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน และนักข่าว ที่เคยผ่านการพร่ำสอนของ เจ๊ยุ จนบัดนี้ เติบใหญ่แกร่งกล้า มี โลโก้ ลับ ลวง พราง ติดตัว

เริ่มกันที่ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และยอดขุนพลคู่กาย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรี

คนจริง ถามเชิงลึก ประชาชนได้ประโยชน์

“ชื่อเสียงกิตติศัพท์ ของพี่ยุ เป็นที่เลื่องลืออยู่แล้ว ทำให้สมัยที่ได้ทำหน้าที่รัฐมนตรีใหม่ๆ ได้เจอกับ พี่ยุ เป็นครั้งแรก บอกตามตรงเลยว่า รู้สึกหวั่นๆ อยู่บ้าง เพราะช่วงนั้นต้องถือว่า ยังเป็นน้องใหม่ของวงการ” นายสุวัจน์ รื้อลิ้นชักความทรงจำ ถึงหญิงแกร่งแห่งวงการสื่อสารมวลชนไทย

แต่หลังจากที่ได้พูดคุยกันแล้ว ก็รู้สึกได้ว่า พี่ยุ เป็นคนน่ารักของทุกคน และด้วยความที่ พี่ยุ อยู่กับรัฐบาลมาแล้วหลายยุคหลายสมัย จึงทำให้เห็นปัญหามากกว่าคนอื่นๆ ดังนั้น จึงไม่แปลก ที่คำถามต่างๆ ของ พี่ยุ จึงเป็นคำถามลึก ที่มาจากประสบการณ์การทำข่าว และ เป็นหน้าที่ของสื่อมวลชนอย่างแท้จริง

โกรธบ้างไหม? โดนถามแบบตรงไปตรงมา

“ผมไม่เคยรู้สึกโกรธเลย เวลาถูกตั้งคำถาม ผมก็จะตอบให้เท่าที่สามารถตอบได้ และหลังจากที่ตอบคำถามแล้ว พี่ยุมักจะมานั่งคุยกันนอกรอบ เพื่อให้ข้อแนะนำต่างๆ ด้วยเสียอีก” อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวอย่างจริงใจ

สุดประทับใจ “พี่ให้หลวงพ่อคูณไว้ให้คุ้มครองน้องนะ”

แต่ที่ ผมรู้สึกประทับใจอย่างยิ่งก็คือ วันเกิดเมื่อปีที่แล้ว พี่ยุ มาหาที่บ้านพร้อมกับสื่อมวลชนหลายท่าน หลังจากนั้น ได้มอบ พระหลวงพ่อคูณไว้ให้ พร้อมกับ กล่าวอวยพรว่า “วันเกิดของน้อง พี่ให้หลวงพ่อคูณไว้ให้คุ้มครองน้องนะ’” อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

“ตอนนี้ ผมอยู่ต่างประเทศ ได้รับข่าวว่า พี่ยุ ป่วยเมื่อสองสามวันก่อน และต่อมาก็ได้รับข่าวที่น่าเศร้าเสียใจ ว่า ประเทศไทยได้สูญเสียสื่อมวลชนที่ทำหน้าที่เพื่อส่วนรวม และหวังดีต่อบ้านเมืองอย่างเสมอมา ถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการสื่อมวลชน ผมขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของพี่ยุด้วยครับ”

“เจ๊ยุ ผู้ยึดมั่นอุดมการณ์ ไม่ยอมสยบต่ออำนาจใดๆ...” จากใจบุตรสาว บรรหาร ศิลปอาชา

ขณะที่ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา บุตรสาวของ นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 21 กล่าวถึงเรื่องราวสารพัดสารพันที่ เจ๊ยุ และครอบครัวศิลปอาชา เคยมีร่วมกันว่า ในสมัยที่ตนดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นสมัยแรก นั้น คุณพ่อ กำลังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่พอดี ดังนั้น จึงได้ยินกิตติศัพท์ของ เจ๊ยุ อยู่เสมอ

“เราจะได้ยินชื่อเสียงของเจ๊ยุ ที่ทุกคนต่างร่ำลือกันว่า ท่านเป็นนักข่าวประจำทำเนียบมาอย่างยาวนาน และเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรอันยิ่งใหญ่ให้แก่พี่น้องนักข่าวทั้งหลาย ซึ่ง เจ๊ยุ จะเป็นนักข่าวที่ถามตรงประเด็น ถามแบบตรงไปตรงมา โดยไม่สนใจว่า แหล่งข่าวคนนั้นๆ จะยิ่งใหญ่มาจากไหน

และด้วยความที่ ณ ขณะนั้น ยังเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ จึงค่อนข้างเกร็ง เวลาที่ เจ๊ยุ จะมาซักถาม แต่ในท้ายที่สุด ด้วยความที่เป็นคนมิติเดียว ตอบอะไรตรงๆ คิดอย่างไร ก็ตอบอย่างนั้น จึงไม่กลัวคำถาม และไม่ตระหนกเวลาที่ เจ๊ยุ จะมาถาม” บุตรสาวคนโตของ นายบรรหาร ศิลปอาชา ย้อนเล่าไปถึงความรู้สึก เมื่อ 22 ปีก่อน

บรรหาร VS เจ๊ยุ เริ่มต้นขุ่นเคือง สุดท้ายรักกัน

“ที่ผ่านมา เจ๊ยุ จะไม่ได้มาสัมภาษณ์อะไรเรามากนัก แต่จะไปพูดคุยสัมภาษณ์กับนักการเมืองรุ่นใหญ่เสียมากกว่า โดยเฉพาะกับคุณพ่อ (บรรหาร ศิลปอาชา) ในช่วงที่เป็น นายกรัฐมนตรี จะเจอคำถาม ที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา อยู่บ่อยครั้ง ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง คุณพ่อกับเจ๊ยุ ในช่วงนั้น จึงเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยราบรื่นเท่าใดนัก เพราะด้วยความที่คุณพ่อ เป็นคนพูดไม่เก่ง แต่ เจ๊ยุ เป็นคนถามเก่ง ในช่วงนั้น ทั้งสองจึงอาจจะมีอารมณ์ที่ขุ่นเคืองใจกันอยู่บ้าง แต่ด้วยความที่คุณพ่อ ไม่ได้เก็บความขุ่นเคืองเอาไว้ตลอด ท่านละทิ้งความรู้สึกไม่ดี และเก็บเอาแต่ความสุข ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ จึงค่อยๆ เริ่มดีขึ้น ตามวันเวลา” บุตรสาวอดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 21 กล่าวถึงเรื่องราวของสองผู้ล่วงลับ

น.ส.กัญจนา บอกเล่าต่อไปอีกว่า หลายปีต่อมา ความขุ่นเคืองใจที่ทั้งคู่เคยมีต่อกัน ก็มลายหายไป กลับกลายเป็นความสัมพันธ์ระหว่างนักข่าวและนักการเมือง ที่มีแต่ความห่วงใยและความสนิทสนมกันมากขึ้น โดยในช่วงที่ทั้งคู่ยังมีชีวิต คุณพ่อและเจ๊ยุ จะโทรศัพท์หากัน เพื่อซักถามสารทุกข์สุกดิบกันอยู่เสมอ

“เจ๊ยุท่านจะทราบว่า คุณพ่อชอบรับประทานกุ้งแห้ง เลยมักจะนำกุ้งแห้งใส่ทัพเพอร์แวร์ส่งมาให้คุณพ่ออยู่เสมอ และถ้า เจ๊ยุ ไม่ได้เจอคุณพ่อ เจ๊ยุ ก็จะฝากความเป็นห่วงมากับนักข่าวที่สนิทกับคุณพ่อ และในช่วงชีวิตสุดท้ายของคุณพ่อ เจ๊ยุ ก็ยังมาร่วมงานศพของคุณพ่อด้วย” บุตรสาวของ นายบรรหาร กล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ

“เรายอมรับว่า เจ๊ยุ คือตำนานของวงการนักข่าว เธอไม่ยอมสยบต่ออำนาจใดๆ และมีอุดมการณ์แน่วแน่ที่จะนำความจริงออกสู่สาธารณชน ซึ่งนักข่าวและนักการเมืองนั้น เป็นอะไรที่แยกจากกันไม่ได้ ต่างคนต่างก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป แต่ทุกคนก็ต้องเคารพการทำหน้าที่ของกันและกัน

สุดท้าย ดิฉันและครอบครัว ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ เจ๊ยุ หญิงเหล็กประจำทำเนียบรัฐบาล มา ณ ที่นี้ด้วย” น.ส.กัญจนา บุตรสาวของ อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 21 กล่าวจากหัวใจ

เจ้าของฉายา “มีดโกนอาบน้ำผึ้ง” ซูฮก เธอคือสื่อมวลชนผู้สุจริต

“ผมจำไม่ได้แล้ว...ว่าผมโดนถามแรง ๆ จากคุณยุเรื่องใดบ้าง แต่เข้าใจเนื่องจากมองว่าคือหน้าที่ของแต่ละฝ่าย และเข้าใจว่าคุณยุนั้นทำหน้าที่สื่อมวลชนที่สุจริตอย่างแท้จริง”

นี่คือคำจำกัดความของเธอ สำหรับ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี เจ้าของฉายามีดโกนอาบน้ำผึ้ง โดยนายหัวชวน กล่าวว่า คุณยุวดีเป็นสื่อมวลชนมืออาชีพ เรียน และทำงานด้านนี้มาตลอดชีวิต ในสายตาผมเธอเป็นคนสุจริต ตรงไปตรงมา มีความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง ถือเป็นมืออาชีพคนหนึ่ง ต้องยอมรับความรู้และประสบการณ์ของเธอ

อดีตนายกชวน กล่าวว่า ส่วนตัวเราเคารพนับถือซึ่งกันและกันภายใต้หน้าที่ของตนเอง แม้จะมีบ้างที่มีความเห็นไม่ตรงกัน ถามว่าเคยโกรธมั้ย...ผมจำไม่ได้ แต่โดยปกติแล้วผมก็ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องนี้อยู่แล้ว อะไรที่ทราบก็ตอบว่าทราบ แต่บางเรื่องไม่รู้ก็ต้องตอบว่าไม่รู้ จะตอบว่าเรารู้เรื่องก็ไม่ได้ ดังนั้น จึงไม่มีข้อผิดพลาดที่ให้มาตำหนิเราได้

“คุณยุทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ดี และมีความสุจริตใจ อาจจะมีความเห็นที่ต่างกัน ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งผมให้ความนับถือกับสื่อมวลชนมืออาชีพ และคุณยุก็ทำงานด้านสื่อมาตลอดชีวิต เป็นสื่อมวลชนที่มีความมุ่งมั่นต่ออาชีพตนเองอย่างดียิ่ง”

แหล่งข่าว VS สื่อ ถามตรง ถามแรง กระทบกระทั่ง เหน็บแนม เรื่องปกติ

“ผมเองเคยโดนนะ...บางครั้งถึงขั้นเหน็บแนมกันก็มี หรือบางที ผมก็ตอบกลับไปแรงบ้าง แต่เราไม่เคยโกรธเคืองกัน เพราะเรารู้ว่าเราต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการทำงาน อย่างตรงไปตรงมา ของ หญิงแกร่งแห่งทำเนียบรัฐบาลไทย เมื่อทีมข่าวฯ ขอให้ช่วยรื้อฟื้นความทรงจำ ถึงการทำงานของ เจ๊ยุ

ผมทำงานการเมือง อยู่ในทำเนียบรัฐบาลใน 3 ช่วง คือ ช่วงที่เป็นโฆษกรัฐบาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ช่วงที่เป็น นายกรัฐมนตรี ซึ่งทั้ง 3 ช่วง พี่ยุวดี หรือ เจ๊ยุ ก็นับว่าเป็นพี่ใหญ่ในทำเนียบฯ อยู่แล้ว ทำให้ได้เห็นการทำหน้าที่ ของ พี่ยุ มาโดยตลอด

ไม่โกรธ ถามตรงไปตรงมา เพราะ สื่อ มีหน้าที่ตรวจสอบ

“คุณยุวดี นั้นเป็นคนเอาจริงเอาจังกับงาน ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถามแหล่งข่าวทั้งหลาย ก็จะรู้ดีว่า จะเป็นไปแบบตรงไปตรงมาเสมอ จนบางครั้งรู้สึกว่า อาจจะมีการกระทบกระทั่งกัน ส่วนตัวผมมองว่า เราต่างคนต่างทำหน้าที่ เพราะเข้าใจดีว่า “สื่อ” มีหน้าที่ตรวจสอบ เราต้องรู้จักให้เกียรติซึ่งกันและกัน และถือเป็นเรื่องปกติ เพราะนักการเมือง คือ บุคคลสาธารณะ ที่ต้องเจอ คำถามในลักษณะแบบนี้อยู่แล้ว”

หลังทำหน้าที่ ไม่มีติดใจ จบแล้วจบกัน แบบอย่างของ สื่อมวลชนน้ำดี

นายอภิสิทธิ์ กล่าวกับทีมข่าวฯ ต่อไปว่า เวลาที่พบปะกันนอกเหนือจากการสัมภาษณ์หรือซักถามในประเด็นต่างๆ คุณยุวดี จะแสดงอัธยาศัยต่อกันอย่างดี เรียกว่า ผมเด็กกว่าเยอะ คุณยุ ก็จะสอนเรา เรียกว่า เอ็นดูเราด้วยซ้ำไป

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า คุณยุวดี นับเป็นแบบอย่างของสื่อมวลชน ที่ตั้งใจและกล้าที่จะทำหน้าที่ อย่างตรงไปตรงมา และตราบจนถึงทุกวันนี้ ผมไม่ค่อยเห็นใครที่ทุ่มเทเพื่อวิชาชีพของตัวเองอย่างต่อเนื่องยาวนานแบบนี้ เพราะฉะนั้น การเสียชีวิตของ คุณยุวดี จึงนับว่าเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญของวงการสื่อมวลชน และของสังคมด้วย จึงอยากแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของคุณยุวดี ด้วยครับ

เป็นนักข่าว ไม่ใช่เทปบันทึกเสียง ต้องทำการบ้าน มีประเด็นมาถามแหล่งข่าว

ด้าน วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหารผู้คร่ำหวอดในวงการ กล่าวถึงความประทับใจที่มีต่อ นางยุวดี ธัญญสิริ อดีตผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล ว่า รู้จักกับผู้หญิงเก่งและแกร่งอย่าง เจ๊ยุ มานานกว่า 27 ปีแล้ว ตอนที่ก้าวเข้ามาเป็นนักศึกษาฝึกงานสายทหารครั้งแรก ก็ได้พบเจอกับ เจ๊ยุ โดยในตอนนั้น รู้สึกกลัวมาก เพราะดูบุคลิกท่าทาง เจ๊ยุ เป็นคนดุ จะบ่นจะสอนน้องๆ อยู่ตลอด

แต่พอได้พูดคุยก็รู้ว่าจริงๆ แล้วเจ๊ยุ เป็นคนใจดี เวลายิ้มน่ารักมาก และเจ๊ยุ ยังคอยสอน คอยเตือนน้องๆ นักข่าวอยู่เสมอในเรื่องของการแต่งตัวให้เรียบร้อย รวมทั้ง สิ่งที่ เจ๊ยุ สอนนักข่าวอยู่เป็นประจำ คือ

“เรื่องทำการบ้าน”

เพราะ นักข่าว จะต้องคิดมาจากบ้านว่า วันนี้มีประเด็นอะไรให้ติดตาม จะสัมภาษณ์แหล่งข่าวคนใด ถามเรื่องอะไร ไม่ใช่มาเพื่อที่จะยื่นเทปแล้ว คอยแกะเทป แค่นั้น

พร่ำสอน โดนแหล่งข่าว ด่า เรื่องธรรมดา เพราะนั่นคือหน้าที่ของ สื่อมวลชน

“พี่เคยโดนนายกฯ หรือ แหล่งข่าว ด่า อยู่บ่อยๆ เจ๊ยุ ก็จะสอนพี่ว่า เป็นนักข่าวเรื่องโดนด่า เป็นเรื่องธรรมดา เพราะเราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ถึงแม้จะถามไปแล้ว แหล่งข่าวไม่พอใจหรือโกรธ แต่มันเป็นคำถามที่เราจำเป็น ต้องหาคำตอบ ถามในสิ่งที่ประชาชนอยากรู้ เราก็ต้องถาม คนที่เป็นนักข่าวต้องไม่กลัวถูกด่า เพราะมันเป็นเรื่องธรรมดา” เจ้าของศัพท์ ลับ ลวง พราง เล่าถึงคำสอน

รับรู้ได้ เจ๊ยุ จิตใจสุดร้าวราน ในวันที่ต้องอำลาทำเนียบ

หญิงเหล็กผู้คร่ำหวอดวงการข่าวสายทหาร กล่าวกับทีมข่าวฯ ต่อไปว่า ...แม้ว่าจะเตรียมใจกันไว้แล้ว ตั้งแต่เข้าโรงพยาบาล แต่เมื่อวันนี้มาถึงก็รู้สึกเสียใจและใจหาย แต่สิ่งที่เศร้าที่สุดคือ มีอยู่ 2 เรื่อง ที่ยังไม่สามารถทำให้ เจ๊ยุ ได้ คือ 1.การเขียนหนังสือรวบรวมมุมมองของนายกรัฐมนตรี ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ที่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่มีเวลาว่างมากพอ ที่จะทำให้ 2.การที่ไม่สามารถช่วยเหลือ เจ๊ยุ ในวันที่ต้องออกจากทำเนียบรัฐบาล วันนั้น รับรู้ได้ถึงความรู้สึกเลยว่า...

เจ๊ยุ จิตใจร้าวรานมากมายแค่ไหน

“เจ๊ยุเป็นทั้งรุ่นพี่ เพราะจบวารสารศาสตร์ ธรรมศาสตร์ มาเหมือนกัน เป็นทั้ง ครู ที่คอยสั่งสอนทุกอย่าง และให้กำลังใจมาโดยตลอด เป็นทั้ง แม่ ช่วงฝึกงานอยู่ด้วยกันทุกวัน ไปส่งเจ๊ยุ ที่บ้านไปนั่งกินผัดไทย นี่เป็นความประทับใจที่มีต่อ เจ๊ยุ นักข่าวในตำนานคนแรกที่เป็นที่รู้จักของประชาชน...ไม่ว่าช่วงหลังใครจะมองเจ๊ยุ อย่างไร เจ๊ยุ ก็ได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุด และขอยืนยันว่าจะจดจำชื่อ เจ๊ยุ ไว้ในหัวใจตลอดไป” ผู้สื่อข่าวสายทหารชื่อดัง ทิ้งท้ายจากใจ

ด้วยจิตคารวะแบบอย่างแห่งสื่อมวลชนไทย

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เจ๊ยุ อดีตนักข่าวอาวุโส' เสียชีวิตอย่างสงบที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า

เปิดประวัติ 'เจ๊ยุ' ยุวดี ธัญญสิริ ผู้สื่อข่าวอาวุโส หญิงเหล็กประจำทำเนียบฯ

นางยุวดี ธัญญสิริ หรือ เจ๊ยุ ซึ่ง ณ วันนี้ ได้เก็บเครื่องบันทึกเสียง ปากกา และสมุด ที่ใช้ทำหน้าที่ “เป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน” มาเป็นเวลายาวนาน เพื่อนอนหลับพักผ่อนชั่วนิจนิรันดร์ 10 มี.ค. 2560 16:42 ไทยรัฐ