วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ยังมีหวังหรือแค่ดันทุรัง

ยังมีหวังหรือแค่ดันทุรัง

โดย ดีเจพี่อ้อย
11 มี.ค. 2560 05:01 น.
  • Share:

อาทิตย์ที่แล้ว วันสตรีสากล มีคนชวนให้ไปคุยเรื่องของผู้หญิงกับการรับมือความเปลี่ยนแปลง ให้องค์กรที่มีพนักงานเป็นหญิงมากกว่าชายเกือบ 2 เท่า จะว่าไปก็น่าภูมิใจอีกแบบ เรามีวันสตรีสากล แต่ไม่มีวันบุรุษสากล เพราะคนที่เป็นผู้หญิง เคยถูกกดดัน เอาเปรียบจนต้องลุกขึ้นมาเรียกร้อง ลองหาประวัติวันสตรีสากลดูได้ค่ะ จนวันนี้ผู้หญิงทำอะไรต่อมิอะไรได้อย่างมากมาย แต่ถ้าเป็นได้ เราก็ยังอยากเรียกร้องกันอยู่เป็นระยะๆ 555

อย่าคาดหวังความเหมือนเดิม ในวันที่โลกเปลี่ยนไปทุกวัน แต่การเปลี่ยนแปลงที่เร็วไปนั้น ก็ยากต่อการทำใจอยู่ดี ในที่สุด สิ่งที่เราเจอ ไม่มีเรื่องไหนใหญ่เกินไป เรามีแค่เรื่องใหม่ที่ยังทำใจยอมรับไม่ไหว พอเวลาผ่านไป เรื่องที่เคยคิดว่าใหญ่ก็จะกลายเป็นเรื่องหนึ่งที่มันผ่านไป แบบที่ยังไม่ต้องลุกขึ้นมาแก้ปัญหาอะไร แค่รอให้ไหวเท่านั้นเอง “รอ” นี่แหละค่ะ ทรมานที่สุด โดยเฉพาะการรอที่ไม่รู้ว่าต้องรอกันไปถึงเมื่อไหร่ วันหนึ่งจะหายเจ็บไหม เราต้องเศร้าไปถึงเมื่อไหร่ ไม่มีใครตอบได้ นอกจากบอกไว้ว่า เวลารักษาได้ทุกแผล ไม่จำเป็นต้องลืม แค่เจ็บปวดน้อยลงเมื่อคิดถึงเรื่องเดิมๆ ก็รอดแล้ว

มีสายหนึ่ง โทรฯ มาขอเพลงที่ Green Wave น้องขอเพลง รอคำตอบ แล้วบอกว่า น้องรอมา 3 ปีแล้วนะคะพี่ แล้วจะรอคำตอบของเขาต่อไป ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม น้องเสียงใสมีพลังในการรอมากจริงๆ จนสัมผัสได้ ถามไปว่า ยังไหวใช่ไหม? น้องยืนยันเสียงดังฟังชัดว่า ไหวแน่นอนค่ะ งั้นรอเลยน้อง อยากรอ กับ ต้องรอ ขอให้เลือกอย่างแรก อย่างน้อยก็ได้ทำอย่างที่เราอยาก ดีกว่าต้องลำบาก ด้วยคำว่า ต้องรอ ไม่มีใครบอกว่า “ต้อง” นะคะ ขอให้การรอเกิดขึ้นเพื่อตามใจตัวเอง ไม่ว่าผลที่ต้องรอเป็นยังไง จะได้ไม่เจ็บเท่าไร เพราะสุดท้ายเราเอาใจตัวเอง ทั้งที่ในใจยังเชื่อเสมอว่า ถ้าตอนนี้เขารักเรามาก บอกรักคงไม่ยากอะไร แต่ที่ทำให้เราต้องรอ เพราะเขายังไม่ได้รักเรามากพอหรือเปล่า หรือคำตอบนั้นมันอยู่ตรงหน้า แต่เรายังไม่กล้ายอมรับความจริง สิ่งที่เราอยากรอเลยเหมือนน้ำหยดเล็กๆ หยอดหล่อลื่นหัวใจต่อไป ฉันรอไหว ฉันรอได้ อย่างน้อยก็ไม่เจ็บเท่า ฉันไม่ต้องรออีกต่อไป บางทีความชัดเจนอาจเจ็บปวดเกินไป คลุมเครือไว้ ให้ความหวังทำงานได้บ้างก็ยังดี

หลายครั้งที่ การมโน ดีต่อใจ แค่ให้ถามตัวเองไวๆ ว่า “เอ๊ะ!! กำลังมโนอยู่หรือเปล่านะเรา” เคยมีน้องผู้หญิงคนหนึ่ง โทรฯ เข้ามาใช้บริการ Club Friday น้องเริ่มคุยกับผู้ชายคนหนึ่งที่น้องชอบเขามาก คุยได้แค่ 6 เดือน ก็ขอไปอยู่ห้องเขา ป้าตาเหลือกเลยค่ะ เดี๋ยวๆๆ รีบไปไหนคะลูกกกกกก เขาชวนหนูเหรอ ? “เปล่าค่ะ แค่คุยกันว่า บ้านหนูไกลที่ทำงาน อยู่กับเขาใกล้ที่ทำงานเรามากกว่า เฉลี่ยค่าห้องกันไป เขาก็โอเคค่ะ” แล้วน้องเข้ามาอยู่ในฐานะอะไรคะ แฟนเหรอ ? น้องเงียบไปนิดนึง “เปล่าค่ะ เขาบอกว่ายังไม่พร้อมมีแฟน แต่หนูรับได้ ก็ค่อยๆ ทำความรู้จักกันไป พี่เข้าใจใช่ไหมคะ พอผู้ชายผู้หญิงอยู่ใกล้กันมากๆ หนูก็พลาดมีอะไรกับเขา” พี่เข้าใจ แต่ไม่เข้าใจน้อง อย่าเรียกพลาดเลย น้องเหมือนคิดไว้แล้วด้วยซ้ำว่า ต้องเจออะไรข้างหน้า แค่น้องกล้าเสี่ยง เขารู้ตั้งแต่น้องขอมานอนห้องเขาแล้ว เขารู้ว่าน้องคงไม่ถือสาอะไร แล้วในที่สุด เขาก็ไม่เคยบอกว่าน้องเป็นแฟนซะทีต่อให้มีอะไรกัน น้องก็ยังยืนยันว่า น้องรับได้ จนกว่าเขาพร้อมจะมีใคร น้องรอไหว... เอาจริงๆ น้องไม่เข้าใจว่า คำที่เขาบอกว่าไม่พร้อมจะมีใคร แปลง่ายๆ ว่าไม่อยากจะมีเรา น้องยังเถียงต่อว่า แต่เขาก็มีอะไรกับหนู !! เพราะดูเหมือนไม่ต้องรับผิดชอบอะไรไงคะ มีเธอก็ดี ให้ฟรีก็ไม่ปฏิเสธ ครั้งหนึ่งเคยได้ยินคุณครูลูกกอล์ฟพูดว่า “ถ้าเราทำตัวเป็นสวนสนุกที่ไม่เก็บค่าเข้า ใครจะไม่เอาล่ะคะ” ประโยคนี้มันชัดเจนมาก ไม่อยากให้ใคร ลดคุณค่าตัวเองด้วยการเป็นของให้เขาลองเล่น ถูกใจก็ว่ากันไป ไม่ถูกใจวางไว้ ต่อให้จะเป็นคนยุคใหม่แค่ไหน อย่าขาดการให้เกียรติตัวเอง พ่อแม่ถนอมลูกสาวแทบตาย โตขึ้นมาชิงบริจาคร่างกาย ไปขออยู่ห้องใครๆ ได้ง่ายขนาดนี้

น้องยังใช้เวลาในการให้ความหวังตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน อีกฝ่ายยังคงยืนยันว่า เขาไม่พร้อมมีใคร และคงยังไม่อยากได้น้องเป็นแฟน แม้ล่วงเกินร่างกายไปแล้ว ก็ยังบอกใครๆ เสียงดังฟังชัดว่า นี่คือเพื่อน
“แต่หนูก็แนะนำเขากับคนอื่นๆ ว่าเป็นแค่เพื่อนเหมือนกันนะคะ” ใช่ค่ะ จะแนะนำว่าเขาเป็นแฟนข้างเดียวได้ยังไง “แต่เขาก็เคยพาหนูไปเจอคุณแม่เขานะคะ ตอนแม่เขาป่วยน้องก็ยังไปช่วยดูแล” แล้วเขาแนะนำน้องกับแม่ว่ายังไง? “เขาบอกว่าเพื่อนค่ะ” น้องเสียงหงอยลงไปเห็นได้ชัด น้องคงอยากให้ใครสักคนบอกว่า เขารักน้องเหมือนที่น้องรักเขา พี่อยู่ข้างๆ แต่ไม่เข้าข้างนะคะ เรายังต้องใช้สติตามมากำกับหัวใจให้ทัน

น้องยังทำหน้าที่เพื่อนที่เกินเพื่อนต่อไป จนกระทั่งเพิ่งรู้สถานะตัวเองอย่างแท้จริงไม่นานมานี้ว่าสิ่งที่เป็นได้มากที่สุด คือ กิ๊กพรีเมียม ตอบสนองความสุขทางกาย ดูแลแม่ได้ด้วย แต่ไม่เคยเป็นคนที่เขาคิดจริงจังถึงขั้นเป็นแฟน เพราะเขามีแฟนที่คบกันมากว่า 9 ปี แค่เป็นรักทางไกล เจอกันเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์ ที่เขาเคยบอกว่าต้องไปต่างจังหวัด เพื่อไปทำงาน พาแม่ไปเยี่ยมญาติ จริงๆ คือเขาไปหาแฟน อยู่ๆ เขาก็สารภาพโดยดี หรือถึงเวลาต้องการเคลียร์พื้นที่ข้างตัวแล้วก็ไม่รู้ ...ช่างเห็นแก่ตัว ไม่แคร์หัวใจใคร แม้แต่แฟนตัวเอง ยังถามว่า แล้วน้องจะทำยังไงต่อ “หนูก็ยังรอๆ ดูค่ะว่า ยังไงดี เพราะบางทีก็เหมือนเขาแคร์เรามาก” อยากจับน้องเขย่าตัวแรงๆ แต่แสนจะเข้าใจ เวลารักใคร เขาหยอดหนึ่งเราซึ้งไปเป็นร้อย คิดว่าเขาให้ความหวัง ทั้งที่เรายังร่วมหลอกตัวเอง ปัญหาคนอื่นเราใช้หัว ปัญหาตัว เราใช้ใจ น้องยังใช้ใจเรื่อยไป วันหนึ่ง “หัว” คงทำให้คิดได้ว่า เขาเห็นคุณค่าเราน้อยแค่ไหน ซ้ำร้ายเรายังไม่เห็นคุณค่าตัวเอง มโนตัสสะ มโนตัสสะ ความจริง บางทีอาจจะโหดร้าย แต่ไม่ทำให้ใครตายถ้าเราไม่ยอม การหลับตาไม่มองอะไร แล้วเดินหน้าต่อไป วันหนึ่งเราอาจจะตาย เพราะไม่ยอมรับความจริงมาตั้งแต่ต้น

IG: DJAoy

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้