วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เดินหน้าปั้น..คนไทย 4.0 "สมาร์ท" จากภายใน

หลังจากที่ประเทศไทยจมอยู่กับกับดัก “ความเหลื่อมล้ำของความมั่งคั่ง” และ “ความไม่สมดุลในการพัฒนา” มาหลายทศวรรษ ล่าสุด รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ที่ถือเป็นโมเดลทางเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ เรียกว่า “ไทยแลนด์ 4.0” เน้นการพัฒนาสู่ “ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ด้วยการสร้าง “ความเข้มแข็งจากภายใน”

สาธารณสุข สุขภาพ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ (Health, Wellness&Bio-Med) เป็นหนึ่งในกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการผลักดันให้เกิดความได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน ซึ่งภารกิจหลักคงเป็นหน้าที่ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ที่จะต้องสร้าง แบรนด์ “คนไทย 4.0” เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาของประเทศให้ได้ในอนาคต

นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย บอกว่า ก่อนที่จะไปถึงคนไทย 4.0 ในส่วนของกรมอนามัยได้มีการเตรียมคนกรมอนามัยให้เป็นคนไทย 4.0 ก่อน โดยเน้นให้มีความสามารถในการสื่อสาร การให้ข้อมูลและความรู้สุขภาพ ทำงานได้หลากหลาย มีความคิดสร้างสรรค์ มีความสามารถด้านเทคโนโลยีและผลิตนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการ พร้อมรับมือกับปัญหาใหม่ๆของคนและสังคมไทย เพื่อที่จะไปสู่เป้าหมาย ในปี พ.ศ.2579 ที่จะทำให้ “คนไทยทุกกลุ่มวัย รอบรู้สุขภาพ อายุยืนยาวพร้อมสุขภาพยอดเยี่ยม” ให้ได้

อธิบดีกรมอนามัย บอกอีกว่า หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญที่จะผลักดันกรมอนามัย 4.0 เพื่อมุ่งสู่วิสัยทัศน์กรมอนามัย ปี 2579 คือ การพัฒนากรมอนามัยเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literate Organization) ซึ่งหมายถึงการรอบรู้ด้านสุขภาพเป็นเรื่องของทุกคนในองค์กร การจัดระบบ กระบวนการ และบริการให้ความสำคัญกับเรื่องข้อมูลและการสื่อสาร และเอื้อให้บุคลากรทุกคนมีความสามารถในการสื่อสาร การให้ข้อมูลและ ความรู้สุขภาพ จนทำให้ผู้รับบริการ ภาคีเครือข่าย ทั้งในและนอกระบบสุขภาพเกิดการเข้าถึง เข้าใจ นำข้อมูลไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ ไม่ว่าผู้คนเหล่านั้นจะเป็นใครและมีลักษณะประชากรหรือข้อจำกัดอย่างไร

“กรมอนามัยได้วางแผนการดำเนินงาน 20 ปี โดยแบ่งออกเป็น 4 ช่วง ช่วงละ 5 ปี เป้าหมายสำคัญในอีก 20 ปีข้างหน้า จะครอบคลุมประชากรตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยชรา”

คุณหมอวชิระ อธิบายว่า เป้าหมายที่หนึ่ง Smart kids คือ เด็กไทยต้องมีความสมาร์ท ตรงนี้เริ่มจากการยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพของพ่อ แม่ ด้วย Digital Health มีคู่มือพ่อแม่ในการดูแลตนเองและลูกทุกมิติ, คู่มือเฝ้าระวังพัฒนาการเด็กโดย พ่อแม่ ผู้ปกครอง และกระตุ้นให้ประชาชนอยากเข้าถึงและเข้าใจข้อมูลความรู้เพื่อเพิ่มความรอบรู้และความครอบคลุม (Create demand) ตามเส้นทางชีวิตและสุขภาพ

เป้าหมายที่สอง ผู้มีอายุยืนยาวพร้อมสุขภาพยอดเยี่ยม เป็นหลักชัยให้สังคม หรือ Smart longest living and healthiest Citizen ซึ่งกุญแจสำคัญ คือ การส่งเสริมการสื่อสารและความรอบรู้ด้านสุขภาพ ทั้งแบบสมัยใหม่ เช่น แอพพลิเคชั่นต่างๆ ดิจิทัล เฮลท์ และแบบเดิม อาทิ คู่มือดูแลผู้สูงอายุ “ไม่ล้ม ไม่ลืม ไม่ซึมเศร้า กินข้าวอร่อย” นอกจากนี้ยังต้องสร้างพื้นที่ต้นแบบการบูรณาการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ (ศพอส) จำนวน 879 แห่ง ด้วยรูปแบบการเรียนรู้ที่หลากหลายทั้งชมรม โรงเรียน วิทยาลัย ผู้มีอายุยืนยาว ด้วยเครื่องมือและเทคโนโลยีผสมเก่าใหม่

เป้าหมายที่สาม สร้างโมเดลการเปลี่ยนแปลงวิธีทำงาน การส่งเสริม ป้องกัน และปกป้องประชาชนด้านสุขภาพแบบใหม่และทันสมัย นำไปสู่การเปลี่ยนกระบวนคิดของคนที่อยู่ในระบบทั้งหมด โดยมีกิจกรรมสำคัญคือ สร้างเครื่องมือและประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพของประชากรไทย ลงมือสำรวจระดับชาติ (National survey) ทุก 3 ปี เริ่มปี 2560, ปรับการบริการแบบเดิมๆในปัจจุบัน ให้เป็นความรอบรู้ในเรื่องสุขภาพและบริการที่มีคุณภาพ ในทุกกิจกรรม, พัฒนาระบบ Electronic Health & Mobile Health ที่จะถูกนำไปใช้งานอย่างกว้างขวาง, เพิ่มแนวทางใหม่ในกระบวนการผลิตสื่อด้านสุขภาพและหาช่องทางเผยแพร่ข้อมูลที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนไทยในปัจจุบันและอนาคต และสนับสนุนการศึกษาวิจัยและจัดให้มีศูนย์ความเป็นเลิศความรอบรู้สุขภาพและการสื่อสารสุขภาพ

และ เป้าหมายที่สี่ คือ โรงพยาบาลที่เป็น Green & Clean Hospital ใช้ประเด็นปัญหาขยะติดเชื้อเป็นหัวหอกนำการเปลี่ยนแปลง โดยต้องพัฒนาระบบฐานข้อมูลการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ, ปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวงว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ.2545 และประกาศกระทรวงที่เกี่ยวข้อง, พัฒนาระบบดิจิทัลเรื่องของการควบคุมและจัดการขยะติดเชื้อ และสำคัญที่สุด คือ พัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อรองรับการใช้ระบบข้างต้น

“ผลลัพธ์ในช่วง 5 ปีแรกจะส่งผลต่อช่วงที่สอง คือ ปีที่ 6-10 ขยายผล Health Literate School เต็มทุกพื้นที่ ส่งผลให้วัยเรียนเจริญเติบโต แข็งแรง เป็นคนดี มีวินัย เก่ง มีทักษะสุขภาพ สูงดีสมส่วน ซึ่งจะส่งผลต่อช่วงที่ 3 ปีที่ 11-15 คือ มี ความรอบรู้เรื่องการจัดการในชุมชนเต็มพื้นที่ ส่งผลให้วัยรุ่นไทยมีทักษะชีวิตและทักษะด้านสุขภาพ ที่มีคุณภาพ
พอเพียง มีภูมิคุ้มกัน มีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ และสุดท้ายในปีที่ 16-20 คนไทยวัยทำงานมีความรอบรู้ด้านสุขภาพสามารถจัดการสุขภาพภายใต้บริบทของตนเองได้ ซึ่งจะนำสังคมไทยไปสู่การเป็นสังคมของความรอบรู้ในเรื่องเฉพาะ” คุณหมอวชิระ บอกเพื่อสร้างโมเดลคนไทย 4.0 ให้เป็นคนที่มีความสมาร์ท อายุยืนและมีสุขภาพที่ยอดเยี่ยม...อย่างแท้จริง.