วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รับรองมาตรฐานโลก คณะพาณิชย์ฯ มธ.

รศ.ดร.พิภพ อุดร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์ และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีได้รับการรับรองจาก Association to Advance Collegiate Schools of Business หรือ (AACSB)

องค์กรนี้เป็นค่ายใหญ่ของฝั่งอเมริกา ทำหน้าที่ในการรับรองมาตรฐานการศึกษาของสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจทั่วโลก

และยังได้การรับรองมาตรฐานจากยุโรปอีกรางวัลหนึ่ง คือ EQUIS (European Quality Improvement System) ซึ่งมีมหาวิทยาลัยระดับแถวหน้าของโลกเป็นสมาชิกไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์

คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจึงเป็นคณะเดียว มหาวิทยาลัยเดียวที่สอนตรี โท เอก ในประเทศไทย

มาตรฐานเดียวกันนี้ ในอาเซียนมี 4 มหาวิทยาลัย 3 แห่ง อยู่ในสิงคโปร์

รศ.ดร.พิภพบอกว่า การได้รับรองมาตรฐานจาก AACSB เป็นสิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาการของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ธรรมศาสตร์ ที่ก้าวทันสู่มาตรฐานระดับสากล และจะพยายามพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คณะของเราแข่งขันได้ในระดับนานาชาติ

ความสำเร็จครั้งนี้จะเกิดขึ้นได้ ด้วยการสนับสนุนจาก ศ.ดร.ศิริลักษณ์ โรจนกิจอำนวย อดีตคณบดีและผู้บริหารของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงบุคลากรของคณะพาณิชย์ฯทั้งหมด ตั้งแต่คณะทำงาน กรรมการบริหาร ผู้บริหารโครงการที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ รวมถึงศิษย์เก่า และนักศึกษาทุกคน

การให้ความสำคัญในเรื่องนี้ สอดรับกับทิศทางที่จะมุ่งไปสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยระดับโลก (World Class University)

รศ.ดร.พิภพบอกว่า ตั้งเป้าบัณฑิตที่จบ เทรนเขาออกไปเป็นประชาคมโลก หรือผู้ประกอบการระดับโลก ทำงานที่ไหนก็ได้ในโลก ประกอบธุรกิจที่ไหนก็ได้ในโลกเท่าที่เด็กจะไปถึงได้

หลักการคือ หนึ่งสอนทักษะมากกว่าความรู้, สองเน้นให้มีภาษาที่สาม การมีภาษาที่สามเป็นหัวใจสำคัญ

และอีกเรื่องคือต้องการให้มหาวิทยาลัยหรือคณะเป็นแหล่งผลิตบัณฑิตคุณภาพ เด็กจบแล้วต้องทำงานได้เร็ว การทำงานได้เร็วไม่ได้แปลว่า ต้องไปสอนระบบในที่ทำงาน แต่ทำให้เขาเข้าใจธุรกิจจริง

เพราะฉะนั้นตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป “เด็กปีหนึ่งเข้ามา เราจะพาไปดูงาน ที่ธุรกิจจริง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เด็กทุกคนจะต้องผ่านการฝึกงานเต็มเวลาหนึ่งเทอม ก่อนจบออกไปทำงาน เราจะมีพันธมิตรที่เป็นบริษัทต่างๆ เข้ามาช่วยในวิชาต่างๆ ตั้งเป้าไว้ว่าไม่น้อยกว่า 25% ของทั้งหลักสูตร”

รศ.ดร.พิภพอธิบายว่า สิ่งที่ทำคือเดินหน้าเซ็นเอ็มโอยู ตอนนี้ เจรจาไปแล้วประมาณกว่า 10 บริษัท ตั้งเป้าไว้ 80 พันธมิตร เพื่อให้ทัน 80 ปีของคณะพาณิชย์ฯ

บริษัทเหล่านี้เข้ามา หนึ่งจัดทีมช่วยสอน เด็กก็จะรู้ของจริงตลอดเวลา สองไปฝึกงานเต็มเวลา เราทำมาเกือบ 10 ปีแล้ว

แต่ปีนี้จะเป็นปีแรกที่ส่งนักศึกษาไปฝึกงานต่างประเทศ มีที่ฝึกงานต่างประเทศขั้นต่ำ 50 ที่ โดยเน้นในกลุ่ม CLMVT ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย เป็นตลาดใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น

รศ.ดร.พิภพบอกว่า ที่ผ่านมาในอดีตนักศึกษาของคณะออกไปฝึกงานแล้วเด็กเก่งกว่าสตาฟฟ์เด็กเก่งกว่าที่รับเข้ามาใหม่ เพราะหนึ่งเราให้ประมาณหกหน่วยกิต สองเด็กตั้งใจเต็มที่ ทุ่มเทเต็มเวลา การเจรจากับบริษัทที่รับเด็กฝึกงานว่า เวลารับเด็กอย่ารับคนสองคน ให้รับสามคนห้าคน ให้เด็กไปทำงานเป็นทีมต่อโปรเจกต์ของบริษัท

ฉะนั้นทุกปีบริษัทแพลนได้ว่าจะมีเด็กเข้ามากี่คน มีโปรเจกต์อะไร เด็กมีเวลาสี่ห้าเดือนทำโปรเจกต์เสร็จ บริษัทจะได้เด็กคุณภาพมาใช้ทุกปี แต่ถ้าให้เด็กไปถ่ายเอกสาร ชงกาแฟ เราเอาเด็กกลับและจะไม่ส่งไปบริษัทนั้นอีก หลักการนี้เรากับบริษัทเข้าใจตรงกัน เดินสายเจรจาเซ็นเอ็มโอยูกับซีอีโอเบอร์หนึ่งของบริษัทเท่านั้น

อีกโปรเจกต์ที่กระตุ้นเด็กให้ตื่นตัวเรื่องธุรกิจ เรียกว่า Luncheon with the CEO

“เราขอให้บริษัทที่ไปเซ็นสัญญาด้วย ส่งโจทย์มาหนึ่งโจทย์ ให้เด็ก ตอบเป็นคลิปไม่เกิน 3 นาที บริษัทเลือกคลิปโดนใจ เชิญไปกินข้าวกับซีอีโอแค่ปีละครั้ง เรามี 80 บริษัท ทำทั้งปีก็ไม่หมด เรื่องใหญ่คือเด็กได้แรงบันดาลใจทานข้าวกับเบอร์หนึ่งขององค์กร ได้เรียนรู้อะไรจากเขา”

โปรเจกต์ที่เราทำทั้งหมด หนึ่งเด็กได้ไปเรียนรู้งานเต็มเวลา การเรียนรู้ที่ทำให้เด็กเน้นหลักปฏิบัติมากที่สุด หลักการคือ เด็กต้องเรียนรู้จากของจริง หนึ่งก็ออกไปทำโปรเจกต์ข้างนอก สองมีเคส หมายถึง case study กรณีศึกษาของธุรกิจ
ซึ่งเป็นเรื่องราวทางธุรกิจ เป็นตัวอย่างของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เด็กต้องมานั่งตัดสินใจว่าถ้าเขาอยู่ในกรณีนี้ สถานการณ์นี้ เขาจะต้องทำยังไง เคสแบบนี้ต้องไปเอาเรื่องธุรกิจจริงต่างๆมาเขียน

โปรเจกต์สำคัญอีกอันคือ เราสอนเด็กทำธุรกิจ เรื่องใหญ่ที่สุด ต้องปลูกฝังว่าไม่ใช่คิดทำกำไร แต่ต้องทำให้ธุรกิจ ทำให้ชีวิตคนดีขึ้น สังคมดีขึ้น หนึ่งในวิชาที่เราบังคับจึงเป็นวิชาที่เด็กต้องเอาความรู้ทางธุรกิจออกไปช่วยธุรกิจชุมชนตามต่างจังหวัด ให้เขามีการจัดการที่ดีขึ้น

ปีที่ผ่านมา รศ.ดร.พิภพไปร่วมกับสมาคมเพื่อนชุมชนที่ระยอง ยกทีมเด็กไปช่วยเขาวิเคราะห์ ยกระดับผลิตภัณฑ์ที่ไม่เคยได้ อย. ก็ได้ อย. ของที่ขาดทุนก็เปลี่ยนเป็นกำไร

ยกตัวอย่าง ข้าวไรซ์เบอร์รี่แทนที่จะขายเป็นกิโลๆ เด็กก็เอามาแปรรูป เป็นสแน็กบาร์ (snack bar) ของว่างที่เป็นแท่ง ชื่อไรซ์มี แท่งละ 20 บาท ปรากฏว่าขายดี นายกรัฐมนตรีไปเจอที่ระยองก็เอามาออกงานที่คลองผดุงกรุงเกษม คนมารุมซื้อรับออเดอร์ไป 30,000 ชิ้น รับออเดอร์ตั้งแต่สิงหาคมจนถึงตอนนี้ยังส่งไม่หมด

“ปีนี้เราทำเสร็จ ทางระยองประเมินว่าชุมชนที่เราไปช่วยชีวิตดีขึ้นมาก ขอให้ช่วยต่ออีกปี เขาบอกว่าทำแล้วคุ้มค่า เรากำลังไปเซ็นเอ็มโอยู”

รศ.ดร.พิภพบอกว่า หลักใหญ่ที่สอนเด็กคือต้องให้เขามีเป้า มีกระบวนการทำงาน เมื่อเจอปัญหาที่ไม่เคยเจอ เขาก็ทำจนสำเร็จ เชื่อว่า เด็กทุกคนว่ามีศักยภาพ หน้าที่มหาวิทยาลัยคือผลักดันเขาให้เต็มที่ ทำให้เขาไปไกลที่สุดเท่าที่เขาไปได้ ถึงเวลาเด็กก็กลับมาบอกว่าขอบคุณ

“เราเน้นชุมชนขาหนึ่ง เน้นอินเตอร์ขาหนึ่ง อีกขาหนึ่งเน้นเรื่องนวัตกรรม เด็กต้องคิดโจทย์ที่เป็นนวัตกรรม เพื่อตอบปัญหาชีวิตและสังคมเสมอ”

ทุกๆปีเด็กจะคิดเรื่องนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์สังคมต่างๆนานา เราจัดเป็นงานใหญ่ ปีที่ผ่านมาไปพรีเซนต์ที่หอศิลป์ เด็กสนุกสนานกับการทำโปรเจกต์พวกนี้มาก ทำให้เขาได้คิดอะไรที่ล้ำไปกว่าคนอื่น

แม้แต่มหาวิทยาลัยในสวิตเซอร์แลนด์ ก็ติดต่อขอให้เป็นโค้ชในการร่วมจัดกับเขา ชื่อ SwissInnovation Challenge Thailand 2017 ในอาเซียนจัดมาแล้ว 4 ประเทศ ในประเทศไทยมีที่เดียวเป็นคนจัด

เราจะคัดจาก 100 ไอเดีย ให้เหลือ 25 ในกระบวนการคัดให้ส่งเข้ามาที่เว็บไซต์ SwissInnovation Challenge Thailand ใครผ่านรอบแรก เราจะมีโค้ชไปให้คำปรึกษาในการเดินหน้า คัดเป็นรอบๆ จนเหลือรอบสุดท้ายประมาณ 3 ทีม รางวัลสูงสุด 500,000 บาท 3 ทีมจะถูกส่งไปแข่งในระดับโลกที่สวิตเซอร์แลนด์

ตอนนี้ขยายเวลารับสมัครไปถึง 15 มีนาคม

รศ.ดร.พิภพบอกว่า เรื่องอินโนเวชั่น เรื่องสังคม เรื่องแพคติเคิล 3 เรื่องนี้ เรียกว่า Innovative Practical และ Connected เป็น 3 หัวใจของธรรมศาสตร์ บิสซิเนส สคูล

“เราไม่พูดเรื่องอินเตอร์ เพราะโดยธรรมชาติเราต้องอินเตอร์โดยอัตโนมัติ ทั้ง 3 หัวใจหลักต้องมีความเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล เพราะฉะนั้น innovative, practical, connected อัตโนมัติอยู่ ในระดับนานาชาติเสมอ อันนี่คือสิ่งที่เราทำ” รศ.ดร.พิภพทิ้งท้าย.

10 มี.ค. 2560 10:46 10 มี.ค. 2560 10:46 ไทยรัฐ