วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'อันซีน งามจนอยากมีสามตา ลุยดินแดนชมพูทวีป 'อินเดีย'

ปี๊บๆ ปี๊บๆ...เสียงแตรที่ดังตลอดทาง เป็นสัญญาณบอกว่า พวกเราเดินทางมาถึงแล้ว

"สาธารณรัฐอินเดีย" ประเทศที่มีประชากรสูงถึง 1,300 ล้านคน มากเป็นลำดับต้นๆ ในทวีปเอเชีย จึงไม่แปลกที่เราจะได้เห็นภาพของความวุ่นวาย เบียดเสียด โดยเฉพาะบนท้องถนน การขับรถปาด แซง บีบแตรเร่งๆๆ และขอทาง เพื่อให้รถของฉันได้ขึ้นมาเป็นลำดับแรกๆ 

ครั้งนี้ เราเดินทางมาเมืองอัครา เมืองที่มี 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก นั่นก็คือ ทัชมาฮาล แต่คนอินเดีย จะออกเสียงเป็น "ต เต่า" เมื่อมาถึงแล้ว ก็ต้องไปรอคิวซื้อตั๋วกันก่อนนะคะ คนละ 530 รูปี ตั๋วใบนี้ ต้องเก็บไว้นะ เพราะสามารถนำไปเป็นส่วนลดเข้าที่อื่นต่อได้ในราคาถูก


การเข้าสถานที่ท่องเที่ยวในอินเดีย จะเข้มงวดมาก มีการตรวจสอบอย่างละเอียด และแยกแถวชาย-หญิง และแล้วเราก็ได้เข้าไปด้านใน โอ้วโหวว ยิ่งใหญ่อลังการจริงๆ ค่ะ

"ทัชมาฮาล" สิ่งมหัศจรรย์ที่ช่างงดงามชิ้นหนึ่งของโลก หินอ่อนสีขาว ตัดกับสีฟ้าครามของท้องฟ้า เป็นอะไรที่ลงตัว ที่นี่เป็นอนุสรณ์แห่งความรัก ที่สมเด็จพระจักรพรรดิชาห์ชะฮันแห่งราชวงศ์โมกุล สร้างขึ้นเพื่อเก็บหีบศพ "มุมทัชมาฮาล" ราชินีที่รัก โดยใช้เวลาก่อสร้าง รวมประดับตกแต่งนานถึง 22 ปี 


จากนั้น เราออกเดินทางกันต่อไปที่ พระราชวังอัคราฟอร์ด ที่มีป้อมปราการสีแดงตั้งตระหง่านสวยงาม อยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา สถานที่สวยงามแห่งนี้ เป็นที่คุมขังกษัตริย์ชาห์ชะฮัน โดยบุตรชายของพระองค์เอง ตามคำบอกเล่า พระองค์ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต เฝ้ามองทัชมาฮาล สถานที่ที่ร่างไร้วิญญาณของมเหสีของพระองค์ประทับอยู่ 


สิ่งก่อสร้างหลายแห่งในอินเดีย ถูกสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ เพื่อแสดงความยิ่งใหญ่ของผู้สร้าง และสถาปัตยกรรมเหล่านี้ ยังกลายเป็นตำนานที่ช่วยเล่าเรื่องราวในอดีตให้ลูกหลาน และผู้มาเยือน

จบการเดินทางย้อนรอยตำนานแห่งความรัก เราเดินทางกลับเข้าเมืองนิวเดลี เพื่อพักผ่อน และเตรียมตัวที่จะออกเดินทางไปเมืองอุตสาหกรรมและเมืองท่าของอินเดีย ในวันรุ่งขึ้น 

การเดินทางไป มุมไบ หรือ บอมเบย์ ในอดีต เราเดินทางด้วยแอร์อินเดีย สายการบินในประเทศ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงจุดหมายปลายทางแล้วค่ะ


ภาพแรกที่เราได้เห็น อาจจะแตกต่างจากเมืองนิวเดลี และเมืองอัครา อย่างชัดเจน อาคารบ้านเรือนที่นี่ ก่อสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค เสน่ห์ของความเป็นตะวันตก ที่ยังคงหลงเหลือให้ได้สัมผัสตลอดเส้นทาง เพราะดินแดนแห่งนี้ ในอดีตเคยตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษ

และสถานที่ที่ทำให้ทุกคนได้ย้อนอดีต สัมผัสเสน่ห์สถาปัตยกรรมตะวันตก ที่ผสมผสานกับงานศิลปะอินเดียได้เป็นอย่างดี คงจะเป็นที่นี่ สถานีรถไฟวิคตอเรียเทอมินาส หรือชื่ออินเดียเรียกว่า "ฉัตรปตี ศิวาจีเทอมินาส" ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก จากองค์การยูเนสโก ด้วยนะคะ ไม่ห่างกัน เป็นที่ตั้งของอาคารที่ทำการรัฐบาล สวยงามไม่แพ้กันค่ะ


หลายคน อาจจะรู้จักมุมไบ จากภาพยนตร์เรื่อง Slumdog Millionaire ที่สะท้อนสภาพสังคมที่ยากจน แต่ในความเป็นจริง มุมไบ ไม่ได้เป็นแบบนั้นไปซะทั้งหมด 

เราไม่ลืมที่จะแวะไปที่นี่ "Washing Laundry" แหล่งซักผ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก หากสังเกต ผ้าที่แต่ละบ้านซักตาก จะเหมือนๆ กัน เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่ารับมาจากแหล่งเดียวกัน เช่น โรงแรม และโรงพยาบาล 


คราวนี้ ได้เวลาของนักช็อปกันแล้ว ไปเดินชิล ช็อปกันที่ ตลาดโคโลบา ถนนสองข้างทางในย่านนี้ หลากหลายไปด้วยสินค้านานาชนิด ผ้าไหม เสื้อผ้า เครื่องประดับ รองเท้า และอีกมากมาย ให้ได้เลือกสรรกัน ขอบอกว่า ราคาสินค้าที่นี่ ต่อรองได้ไม่มาก เพราะเขาไม่ได้ตั้งราคาเผื่อไว้ต่อรองมาก สังเกตได้จากคำปฏิเสธของพ่อค้าแม่ค้า ที่ต่อยังไงก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมให้แล้ว


เดินไปเรื่อยๆ จนสุดถนน เราจะพบกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ที่ไม่ควรพลาดก็คือ ประตูสู่อินเดีย gateway of india ริมฝั่งทะเลอาระเบียน มีความสูงประมาณ 80 ฟุต ที่นี่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองมุมไบ 



ลมเย็นๆ แสงแดดอ่อนๆ กระทบผืนทะเล และมีฉากหลังเป็นประตู ที่เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงาม และเรือนานาชนิด ที่ลอยลำอยู่เรียงราย ที่นี่จึงเป็นสถานท่ีท่องเที่ยวที่ทุกคน รวมถึงคนอินเดียต้องมาแชะภาพ เก็บไว้ว่าครั้งหนึ่ง เราได้มาเยือนนครมุมไบ เมืองที่ใหญ่ที่สุด และเจริญที่สุดในชมพูทวีป 



ภาพ : อังกฤษ พัชรอาภา

ปี๊บๆ ปี๊บๆ...เสียงแตรที่ดังตลอดทาง เป็นสัญญาณบอกว่า พวกเราเดินทางมาถึงแล้ว 9 มี.ค. 2560 16:35