วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชาญชัย ย้อนปมทักษิณเลี่ยงภาษี 1.6 หมื่นล้าน ย้ำ ต้องรักษากฎหมาย

"ชาญชัย" ย้อนปมเลี่ยงภาษี 1.6 หมื่นล้าน ย้ำคำพิพากษาสองศาล ต้องรักษากฎหมาย จี้ นายกฯ ย้ายอธิบดีสรรพากร ชี้ช่อง ปปง.ยึดทรัพย์

วันที่ 9 มี.ค. นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการที่เคยเรียกร้องให้กระทรวงการคลังและกรมสรรพากร เรียกเก็บเงินภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปของนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรนายทักษิณ ชินวัตร จำนวน 1.6 หมื่นล้านบาท ว่า เหตุพิพาทนี้เกิดจากกรณีการซื้อขายหุ้นในราคาพาร์หุ้นละ 1 บาท แล้วนำมาขายต่อให้เทมาเส็กในราคาหุ้นละ 49.25 บาท รวม 164,600,000 หุ้น เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2549 ถือเป็นวันที่เริ่มนับว่ามีเงินได้เกิดขึ้น ต้องเสียภาษีส่วนต่างราคาหุ้นคนละ 7,941,950,000 บาท รวมเป็นเงิน 15,882,000,000 บาท ทั้งนี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาเมื่อ 26 ก.พ. 2553 ในคดีแดงที่ อม.1/2553 ที่อัยการสูงสุดฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร ผู้ต้องหาที่ 1-3 ศาลวินิจฉัยให้ต้องเสียภาษีตามมาตรา 61 คือกรมสรรพากรสามารถจัดเก็บภาษีได้ทันที และเป็นคนละกรณีกับการร่ำรวยผิดปกติ เนื่องจากนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทาแสดงตัวว่า เป็นเจ้าของผู้ถือหุ้นที่ขายหุ้นให้ ก็ต้องไปเสียภาษี จึงเป็นคนละเรื่องกับที่นายทักษิณอ้างว่า ได้จ่ายจากการยึดทรัพย์ไปแล้วคนละเรื่องกัน

นายชาญชัย กล่าวต่อว่า หลังจากนั้น น.ส.ปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร อดีตภรรยานายทักษิณ ได้ร้องถามว่าต้องเสียภาษีอีกหรือไม่ นางเบญจา หลุยเจริญ ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากรได้ทำหนังสือตอบกลับว่า ไม่ต้องเสียภาษีให้รัฐ นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา จึงนำหนังสือราชการนี้ไปอ้างว่า ไม่ต้องเสียภาษีให้รัฐ ศาลอาญาได้มีคำตัดสินเมื่อ 28 ก.ค.2559 ว่า นางเบญจา และอดีต ผอ.สำนักกฎหมาย รวมถึงเจ้าหน้าที่อีก 2 ราย คือ จำเลยที่ 1-4 มีความผิดร่วมกันปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายต่อกรมสรรพากร 2 คำพิพากษานี้เป็นเรื่องการเงินที่ทำธุรกรรมอำพรางเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีให้รัฐ จากการซื้อขายหุ้นถูกมาขายแพง ไม่ใช่เรื่องการเมืองอย่างที่มีคนบิดเบือน ดังนั้นกรมสรรพากรต้องเก็บภาษีส่วนนี้ให้แก่รัฐก่อน 31 มี.ค.2560 ก่อนคดีหมดอายุความ เพื่อรักษากฎหมายตามคำพิพากษาของสองศาล

"ถ้ากรมสรรพากรยังนิ่งเฉย ทราบว่ากระทรวงการคลังได้ทำหนังสือแจ้งเตือนไปแล้ว 3 ครั้ง เช่นเดียวกับ สตง.ที่เตือนไป 3 ครั้ง ให้เรียกเก็บภาษีจำนวนนี้ ถ้าพ้นวันที่ 31 มี.ค. จากการหารือของอนุกรรมาธิการปราบโกง สปท. ทาง ป.ป.ช.จะแจ้งเรื่องนี้ต่อ ปปง. ขอยึดอายัดทรัพย์ในกรณีนี้ เพราะถือว่าเข้าข่ายความผิดกฎหมายฟอกเงินแล้ว เพราะเป็นนิติกรรมอำพราง รวมถึงอธิบดีกรมสรรพากรจะต้องถูกดำเนินคดี มาตรา 157 และ 154 ของประมวลกฎหมายอาญา และต้องรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย และข้อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ใช้คำสั่งทางปกครองย้ายอธิบดีกรมสรรพากร และผู้ที่เกี่ยวข้องที่ไม่ทำหน้าที่ โดยหาคนที่ดีมีความสามารถมาทำแทน และไม่ใช่เรื่องการกลั่นแกล้งใดๆ แต่เป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาศาล หากนายกฯ ไม่ทำ ก็จะโดนมาตรา 157 เสียเอง ไม่ทำก็ไม่ได้ ถ้าปล่อยให้อายุความขาดก็โดนกันทั้งพวง" นายชาญชัย กล่าว.

"ชาญชัย" ย้อนปมเลี่ยงภาษี 1.6 หมื่นล้าน ย้ำคำพิพากษาสองศาล ต้องรักษากฎหมาย จี้ นายกฯ ย้ายอธิบดีสรรพากร ชี้ช่อง ปปง.ยึดทรัพย์ 9 มี.ค. 2560 14:29 ไทยรัฐ