วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แฉคุกคามเพศ รถสาธารณะ

จี้ช่วยรณรงค์ชี้กทม.เสี่ยง!ละเมิดข่มขืนแถมอนาจาร

“ปู” ชวนร่วมลดเหลื่อมล้ำทางเพศเนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม เผยสถิติน่าอึ้ง...ผู้หญิง กทม. 1.6% เคยถูกทำอนาจารหรือข่มขืนบนรถสาธารณะ ขณะที่ 17% เจอพวกกามวิปริตจิตวิตถาร โชว์อวัยวะเพศ-สำเร็จความใคร่ให้ดู เผยผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง มีความเสี่ยงต่อปัญหาความรุนแรงทางเพศ จี้รณรงค์เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง

เนื่องในวันสตรีสากล 8 มี.ค. เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง จัดกิจกรรมรณรงค์ประจำปี 2560 ที่บริเวณเกาะพญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ภายใต้แคมเปญ “เมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง” โดยชูประเด็นหยุดการคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะในเวทีเสนา น.ส.วราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สมาคมเพศวิถีศึกษา เปิดเผยว่า เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์การคุกคามทางเพศบนระบบขนส่งสาธารณะจากผู้หญิงที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 1,500 คนระหว่างเดือน ก.ย.-ต.ค. 2559 พบว่าส่วนใหญ่ใช้บริการรถโดยสารประจำทางมากที่สุด รองลงมาเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ รถไฟฟ้าและรถสองแถวหรือรถตู้ เมื่อถามถึงสถานการณ์การเดินทางที่ผู้หญิงรู้สึกไม่ปลอดภัย เสี่ยงถูกคุกคามทางเพศ คำตอบที่พบมากที่สุด คือ เดินเข้าซอยคนเดียว 26% เดินทางตอนเช้ามืดหรือตอนกลางคืน 25% นั่งรถแท็กซี่ 16% นั่งรถเมล์ รถไฟฟ้า รถตู้ รถสองแถว เรือ รถไฟ 13.5%

น.ส.วราภรณ์กล่าวด้วยว่า มากกว่า 1 ใน 3 หรือ 36% ระบุเคยถูกคุกคามทางเพศขณะเดินทางหรือใช้บริการขนส่งสาธารณะ ที่พบมากสุด คือพูดแซว พูดลามก 26% รองลงมาการผิวปากใส่ 18% ลวนลามด้วยสายตา 18% แตะเนื้อต้องตัวหรือใช้อวัยวะถูไถ 17% โชว์อวัยวะเพศหรือสำเร็จความใคร่ให้ดู 7% สะกดรอยตาม 7% และโชว์คลิปโป๊หรือแอบถ่าย 6% ที่น่าตกใจคือ 1.6% ระบุว่าเคยถูกทำอนาจารหรือข่มขืน ทั้งนี้ กลุ่มตัวอย่าง 38% ตอบโต้ด้วยการนิ่ง หรือชักสีหน้าไม่พอใจ หรือพยายามหลีกหนี ส่วน 21% ตอบโต้ด้วยการโวยวาย พูดเสียงดัง ตะโกนด่า ขณะที่ 16% เลือกที่จะเฉยเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ มีเพียง 14% ที่เลือกแจ้งเหตุไปยังหน่วยบริการที่รับผิดชอบ และ 12% ที่แจ้งตำรวจ ผลสำรวจสะท้อนว่า หากหน่วยงานที่รับผิดชอบยังไม่มีระบบป้องกันหรือติดตามเอาผิดผู้กระทำการ คุกคามทางเพศอย่างจริงจัง ผู้กระทำก็จะย่ามใจ เกิดการกระทำซ้ำเป็นวงจร และทวีความรุนแรงขึ้น จึงขอให้สังคมไม่นิ่งเฉย ช่วยกันร่วมเฝ้าระวังและเป็นหูเป็นตา

ด้าน น.ส.รุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายนโยบายองค์การแอ็กชั่นเอด ประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันผู้หญิงที่อาศัยอยู่ในเขตเมือง มีความเสี่ยงต่อปัญหาความรุนแรงทางเพศ สะท้อนจากข้อมูลปี 2552-2556 มีจำนวนคดีข่มขืนสูงถึง 30,000 คดีต่อปี ที่น่าห่วงคือมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพียง 4,000 คดี หรือเพียง 13% ของจำนวนคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมดเท่านั้น ขณะที่ล่าสุดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ประกาศว่า กทม. มีจุดเสี่ยงต่อความไม่ปลอดภัยสูงถึง 217 แห่ง จึงหวังว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยสร้างความตระหนักถึงสิทธิของผู้ใช้บริการขนส่งสาธารณะที่จะเดินทางได้อย่างปลอดภัย ไร้อันตรายทุกรูปแบบ ซึ่งแคมเปญเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงมีการรณรงค์ในระดับนานาชาติ ปีนี้เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงจึงเริ่มรณรงค์ที่กรุงเทพฯและปริมณฑล มีรถเมล์ ขสมก. เป็นต้นแบบของขนส่งสาธารณะที่ช่วยป้องกันและลดภัยจากการคุกคามทางเพศ โดยในปี 2558 ขสมก.ได้ประกาศใช้นโยบายและแนวปฏิบัติเรื่องการป้องปรามการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน เป็นรัฐวิสาหกิจแห่งแรกของประเทศไทยที่มีนโยบายชัดเจน และปัจจุบันยังได้ขยายมาตรการดูแลสวัสดิภาพความปลอดภัยของผู้โดยสารด้วย

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า วันสตรีสากล “เริ่มต้นด้วยการให้เกียรติ” เวลา 10 ปีที่ผ่านมา ไทยพยายามผลักดันให้ผู้หญิงมีส่วนร่วมขับเคลื่อนประเทศเคียงข้างผู้ชายมากขึ้น จุดแข็งของประเทศไทย คือผู้หญิงได้รับและเข้าถึงการศึกษาและการสาธารณสุขได้เท่าเทียมผู้ชาย แต่ยังต้องเน้นการพัฒนาในอีก 2 ด้านสำคัญ คือการมีส่วนร่วมในภาคเศรษฐกิจและแรงงาน และสัดส่วนในภาคการเมือง ตนขอเป็นอีกคนในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน #BeBoldforChange ขอเชิญชวนทุกภาคส่วนเดินหน้าแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเพศระหว่างหญิงและชาย โดยเฉพาะการใช้กำลังรุนแรงกับสตรี ขอให้วันสตรีสากลนี้เป็นจุดเริ่มต้นของเราทุกคนในการให้เกียรติซึ่งกันและกัน เชิญชวนแฟนเพจและประชาชนทุกคน เริ่มต้นคนละเล็กละน้อยด้วยการรับและให้โอกาสผู้หญิงรอบตัวท่านได้แสดงความสามารถ เพื่อให้บ้านเราเปลี่ยนแปลงไปเป็นสังคมที่เสมอภาค