วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดีเดย์-จบใน 5 วัน จัดไว้แล้ว ที่คุมขังธัมมชโย

ดีเอสไอจ่อลุยค้นตึกบุญรักษา รมว.ยธ.หวั่นจะเกิดนองเลือด! ถอด-สมณศักดิ์ ‘พระทัตตชีโว’

กลิ่นวันดีเดย์เริ่มโชย หลังโฆษกดีเอสไอ ประกาศกร้าวเรื่องนี้ต้องจบภายใน 5 วัน จัดสถานที่สอบ “ธัมมชโย” ไว้แล้ว สอดคล้องกับ “บิ๊กตู่” เรียก “บิ๊กเจี๊ยบ”ไปพูดที่ตึกไทยคู่ฟ้านานครึ่งชั่วโมง ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่พระราชโองการโปรดเกล้าฯ ถอดสมณศักดิ์ “พระราชภาวนาจารย์ หรือทัตตชีโว” รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายแล้ว พบหลายฐานความผิด รวมทั้งนำเงินวัดไปเล่นหุ้น ขณะที่ “พระปลัดเสกสรรค์” แกนนำคณะศิษย์ตลาดกลางคลองหลวง เข้ามอบตัวใน 3 ข้อหา ก่อนศาลจังหวัดธัญบุรีให้ใช้เงินสดประกันตัว 2 แสนบาท มีเงื่อนไขห้ามเข้าวัด ส่วน “ป้าเช็ง น้ำหมักหยอดตา” กับ “พระสนิท วุฑฒิวังโส” เตรียมเข้ามอบตัวที่ บก.ตชด.ภ.1 และ บก.ป. ตามลำดับ

ยังเดินหน้าต่อกับปฏิบัติการกดดันปิดล้อมวัดพระธรรมกาย เพื่อตามจับพระธัมมชโย ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ภายใต้อำนาจ ม.44 ให้พื้นที่วัดเป็นเขตควบคุมพิเศษ ระหว่างนั้นเกิดการกระทบกระทั่งหลายครั้ง มีผู้เสียชีวิตเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้แล้ว 2 ราย ทำให้ฝ่ายบังคับใช้กฎหมายและคณะสงฆ์ต้องงัดมาตรการต่างๆมาบังคับใช้ อาทิ เรียกพระและฆราวาสมารับทราบข้อกล่าวหา การออกคำสั่งทางปกครองของสงฆ์ให้ยุติการชุมนุม แต่ยังไร้ผล กระทั่งราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งโปรดเกล้าฯให้ถอดสมณศักดิ์พระธัมมชโย ท่ามกลางความวิตกกังวลของหลายฝ่ายว่าเหตุการณ์จะลุกลามบานปลาย มีประเด็นการเมืองเข้ามาแทรกแซง

ทหารแจกใบปลิวทำความเข้าใจ

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 8 มี.ค. บรรยากาศบริเวณตลาดกลางคลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีศิษย์วัดพระธรรมกายเดินทางมาตักบาตรเหมือนเช่นทุกวัน ขณะที่มาตรการรักษาความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอยังคงตรวจใบสุทธิและบัตรประชาชน ถ่ายรูปบันทึกไว้เป็นข้อมูล พร้อมตรวจสิ่งของเพื่อแยกประเภทอาหารสด อาหารแห้งออกจากกัน ส่วนบริเวณโดยรอบตลาดยังคงมีตำรวจ ทหารตรึงกำลังดูแล ป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปด้านใน นอกจากนี้ ทหารยังนำใบปลิวมาแจกให้กับประชาชนรอบๆบริเวณ เนื้อหาชี้แจงประเด็นการใช้ ม.44 ในพื้นที่โดยรอบวัดพระธรรมกาย ระบุด้วยว่าหากผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งจะมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถือเป็นการประชาสัมพันธ์เน้นย้ำให้ประชาชนทราบ พร้อมนำแผ่นโปสเตอร์ มีภาพกล้องวงจรปิดและข้อความระบุว่า พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ควบคุมซึ่งมีความผิดตามประกาศ ดังนั้นจึงขอบันทึกภาพผู้ให้การสนับสนุนและผู้ที่เข้ามาร่วมกิจกรรมข้างใน เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการบังคับใช้กฎหมาย

“พระเสกสรรค์” รับทราบข้อหา

ต่อมาเวลา 09.00 น. พระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม พระลูกวัดวัดพระธรรมกาย แกนนำศิษยานุศิษย์ที่ตลาดกลางคลองหลวง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. กระทำการยุยงปลุกปั่นฯและความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวม 3 ข้อหา มีกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายประมาณ 30-40 คน เดินมาส่ง แต่ตำรวจควบคุมฝูงชนประมาณ 2 กองร้อย ที่ตรึงกำลังอยู่ที่ฟุตปาทอนุญาตให้พระปลัดเสกสรรค์เข้าได้เพียงลำพัง ทำให้เหล่าศิษย์ต้องรออยู่ด้านนอก ก่อน พ.ต.ท.เศรษฐกร วีระวงศ์ รอง ผกก.ป.สภ.คลองหลวง เดินนำพระเสกสรรค์เข้าไปในโรงพัก

พาตัวหลบศิษย์-สื่อไปฝากขัง

คล้อยหลังไม่นาน พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 เดินทางมาที่ สภ.คลองหลวง เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจกับพระปลัดเสกสรรค์นานประมาณ 10 นาที ก่อน พล.ต.ท.ชาญเทพจะเดินทางออกไปที่ บก.ตชด.ภ.1 เพื่อประชุมกับคณะทำงาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลาประมาณ 09.40 น. ตำรวจได้นำตัวพระปลัดเสกสรรค์ออกทางประตูด้านหลังของ สภ.คลองหลวง เพื่อหลีกเลี่ยงสื่อมวลชนและกลุ่มศิษยานุศิษย์ที่รออยู่ด้านหน้าโรงพัก ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดธัญบุรี พร้อมทำหนังสือคัดค้านการประกันตัว

เชิญ 6 กองเชียร์ไปทำความเข้าใจ

ด้าน พ.ต.ท.เศรษฐกรณ์ ชัยวีระวงศ์ รอง ผกก.ป.สภ.คลองหลวง เชิญตัวลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย 6 คน ที่ชูป้ายให้กำลังใจพระปลัดเสกสรรค์ ระหว่างเดินทางไปที่ สภ.คลองหลวง ไปที่ บก.ตชด.ภ. 1 เพราะพฤติกรรมเข้าข่ายยุยงปลุกปั่น เนื่องจากพื้นที่ สภ.คลองหลวงเป็นพื้นที่ควบคุม ตาม ม.44 เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจ ก่อนทำประวัติปล่อยตัว

โบ้ย พศ.พิจารณาถอดสมณศักดิ์

ที่ บก.ตชด.ภ.1 พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า ขณะนี้ที่บริเวณ สภ.คลองหลวง ได้มีการเพิ่มกำลังตำรวจควบคุมฝูงชน 2 กองร้อย เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน หลังมีมวลชนวัดพระธรรมกายเดินทางมาให้กำลังใจพระปลัดเสกสรรค์ กันให้ทั้งหมดคอยอยู่บริเวณด้านนอก ส่วนรายละเอียดเรื่องการสอบปากคำพระปลัดเสกสรรค์นั้น ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวหา ทั้งนี้สถานการณ์ในช่วงเช้าเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ส่วนประเด็นจะมีถอดสมณศักดิ์พระปลัดเสกสรรค์หรือไม่นั้น เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะดำเนินการอย่างไร

รอดีเอสไอไฟเขียวค้น “บุญรักษา”

“แม้พระปลัดเสกสรรค์เข้ารับทราบข้อกล่าวหา เพื่อต่อสู้ตามกฎหมายแล้ว ขั้นตอนต้องเดินไปข้างหน้าว่ามีข้อกล่าวหาอะไรบ้าง ส่วนในเรื่องของกฎหมายหากพนักงานสอบสวนไม่ให้ประกันตัวก็ต้องนำตัวส่งดำเนินคดี และควบคุมตัวจับสึกจากความเป็นพระทันที ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ตำรวจและทหาร พร้อมดำเนินการตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามหากพบบุคคลใดมีพฤติกรรมยุยงปลุกปั่นต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย ในวันนี้จะมีความชัดเจนในเรื่องการเข้าตรวจค้นพื้นที่อาคารบุญรักษาหรือไม่นั้น ต้องรอการประสานจากดีเอสไอ” พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าว

โฆษกดีเอสไอลั่น 5 วันเรื่องนี้จบ

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักษ์ศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะโฆษก กล่าวว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง นำตัวพระปลัดเสกสรรค์ไปขออนุญาตศาลจังหวัดธัญบุรีฝากขังฐานความผิดฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.และอื่นๆรวม 3 ข้อหา พร้อมคัดค้านการประกันตัว กรณีลูกศิษย์วัดพระธรรมกายเดินทางไปให้กำลังใจเป็นจำนวนมากนั้น เจ้าหน้าที่ได้วางมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยแล้ว ส่วนการเตรียมเข้าตรวจค้นอาคารบุญรักษา วัดพระธรรมกายอีกหรือไม่ อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเป็นการตัดสินใจร่วมกัน คาดว่าภายในสัปดาห์นี้หรือ 5 วันนับจากนี้ ต้องมีบทสรุป จะมีการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะยืดเยื้อมานานแล้ว ทำให้วัดมีโอกาสบิดเบือนว่าการจับกุมตัวพระธัมมชโยเป็นการทำลายศาสนา ทำให้สังคมเข้าใจผิด

จัดที่สอบสวน “ธัมมชโย” ไว้แล้ว

“ส่วนกรณีวันที่ 10 มี.ค. รัฐบาลเตรียมให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าหารือร่วมกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เพื่อหาข้อยุติในเรื่องนี้ ส่วนจะมีการสึกพระธัมมชโยกลางอากาศหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ยอมรับในที่ประชุมได้เสนอแนวคิดนี้ไปยังผู้บังคับบัญชาด้วย ขณะเดียวกันดีเอสไอเตรียมพร้อมจัดสถานที่รองรับ หากมีการควบคุมตัวพระธัมมชโยไปสอบสวน แต่ไม่ขอเปิดเผยในรายละเอียด” พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าว

จ่อออกหมายเรียกเพิ่มอีก 70 คน

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า ที่ผ่านมาแผนปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ไม่ได้ล้มเหลว ทั้งเรื่องของตัวบุคคลและการบังคับใช้กฎหมาย กรณีนี้เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนและระมัดระวังดำเนินการตามแผนที่วางไว้ ทั้งนี้ สำหรับการออกคำสั่งเรียกให้พระระดับสูงวัดพระธรรมกาย 14 รูป รายงานตัวนั้น ขณะนี้มีพระ 6 รูป มารายงานตัวแล้ว ประกอบด้วย 1.พระครูถวัลย์ศักดิ์ ยติสโก 2.พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ 3.พระมหานพพร ปุญญชโย 4.พระแสนพล เทพเทพา หรือสิบเอกแสนพล เทพเทพา 5.พระภาสุระ ทนฺตมโน (ใจวงศ์) และ 6.พระครูสังฆรักษ์ อนุรักษ์ โสตฺถิโก หรือพระครูแอ ทั้งนี้ เตรียมเรียกบุคคลที่เข้าข่ายฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. เพิ่มอีก 70 คน จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 96 คน

หวิดวุ่นกลางแดดเปรี้ยง

ที่ตลาดกลางคลองหลวง เวลา 10.30 น.พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมกำลังทหารและตำรวจ เดินทางเข้าตรวจสอบภายในตลาด เพื่อเจรจากับกลุ่มคณะลูกศิษย์ให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวออก เนื่องจากผิดข้อตกลงและขอคืนพื้นที่ต่อเติมเกินคืน พร้อมประสานขอทราบยอดจำนวนพระและสามเณรที่อยู่ในบริเวณตลาดกลางทั้งหมด ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ภายหลังพระและศิษยานุศิษย์ยอมปฏิบัติตามเงื่อนไข เหตุการณ์เป็นไปอย่างปกติ กระทั่งเวลา 12.30 น. พระภิกษุ และศิษย์วัดพระธรรมกาย ที่อยู่ภายในตลาดกลางได้ลุกฮือเตรียมออกมาบริเวณจุดคัดกรอง เพื่อให้ศิษย์ที่อยู่ด้านนอกเข้ามาด้านใน เกิดการประชันหน้ากับตำรวจ-ทหาร ที่อยู่หลังแนวแผงเหล็ก ก่อนเจ้าหน้าที่ใช้เครื่องขยายเสียงประกาศให้มวลชนเข้าใจว่าที่ต้องตรวจสอบบัตรประชาชน เพราะต้องป้องกันมือที่ 3 และบุคคลที่ไม่ใช่คนไทยเข้ามาก่อเหตุรุนแรง ไม่มีวัตถุประสงค์อื่นแฝง ทำให้พระกับคณะศิษย์รวมตัวกันนั่งลงกับพื้นสวดมนต์เผชิญหน้ากับฝ่ายเจ้าหน้าที่ ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุมีเพียงแผงเหล็กคั่นกลางเท่านั้น

วัดแถลงใช้กฎหมายแกล้งพระ

ต่อมาเวลา 15.00 น. ที่หน้าประตู 7 วัดพระธรรมกาย พระชาญณรงค์ อุตตโม พร้อมพระมหาทศพร ปุญญังกุโร หัวหน้ากองภาพลักษณ์ออนไลน์ วัดพระธรรมกาย อ่านแถลงการณ์ใจความว่า วันนี้ เป็นวันที่ 21 ของการที่วัดถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน รัฐใช้งบประมาณไปแล้วไม่ต่ำกว่า 60-100 ล้านบาท ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธจริงหรือ ทำไมใช้กฎหมายแกล้งฆ่าพระ การบวชคือการเกิดใหม่ในธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อายุพรรษาจะเริ่มนับตั้งแต่วันบวช ผู้มีอายุ 80 ปีแล้วเพิ่งบวชก็ต้องเคารพกราบไหว้พระหนุ่มอายุ 20 ปี ที่บวชก่อนแม้เพียงวันเดียว กฎหมายของไทยในปัจจุบันมีการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อพระ กล่าวคือพระเมื่อตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา หากพนักงานสอบสวนเห็นว่าต้องควบคุมตัวไว้หรือศาลไม่ให้ประกันตัวก็ต้องสึก ขาดจากความเป็นพระทันที ทั้งที่คดียังไม่ได้พิพากษา คิดแบบง่ายๆว่าถ้าไม่ผิดก็บวชใหม่ได้

ชี้ถูกแกล้งจับสึกได้ทุกเมื่อ

“เปรียบเทียบกับคดีของฆราวาสทั่วไป หากผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวแล้วมีกฎหมายระบุว่าให้ประหารชีวิตก่อนเลย โดยให้เหตุผลว่าถ้าคดีพิพากษาแล้วไม่ผิดก็ไปเกิดใหม่ได้ ทุกคนย่อมเห็นตรงกันว่าเป็นกฎหมายที่อยุติธรรมอย่างยิ่ง เคยมีพระภิกษุที่ถูกจับสึกเพราะพนักงานสอบสวนไม่ให้ประกันตัวหลายราย อาทิ เจ้าคุณอุดม อดีตรองเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทร์ ในคดีเครื่องราชฯ เป็นข่าวครึกโครม แต่สุดท้ายศาลฎีกาพิพากษาว่าท่านไม่มีความผิด ใครจะรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น และท่านก็ตายไปด้วยความช้ำใจต่อความอยุติธรรมที่ได้รับ ยิ่งกฎหมายเมืองไทยเป็นระบบกล่าวหา คือเจ้าหน้าที่ตั้งข้อหาไปก่อน แล้วให้จำเลยไปแก้ต่างคดีที่ศาล ยิ่งอันตรายมาก เพราะพระสามารถถูกแกล้งจับสึกได้ตลอดเวลา” พระชาญณรงค์กล่าว

เสนอวิธีพิจารณาคดีสงฆ์

พระชาญณรงค์ยังระบุด้วยว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องยกเลิกกฎหมายมักง่าย เป็นเครื่องมือทำลายพระพุทธศาสนา ฆ่าพระภิกษุจากพระธรรมวินัย จึงขอเสนอดังนี้ 1.ห้ามสึกพระโดยที่คดียังไม่ได้พิพากษาจนถึงที่สุด 2.ระบบพิจารณาคดีที่ใช้กับพระภิกษุควรเป็นระบบไต่สวน ให้อำนาจศาลแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติม นอกเหนือไปจากที่คู่ความเสนอต่อศาล เพื่อให้พระภิกษุได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาคดี 3.คดีของพระภิกษุให้ตั้งศาลสงฆ์ มีคณะพิจารณาไต่สวนเฉพาะ มีผู้แทนคณะสงฆ์เข้าร่วมพิจารณาด้วย ให้ยึดหลักพระวินัยร่วมกับกฎหมายทางโลก ถ้าหลักฐานไม่พอก็จบกันไป ถ้าหลักฐานพอก็ดำเนินคดีไปตามกระบวนการ 4.การพิจารณาไต่สวนให้ทำในวัดที่เหมาะสม ไม่เสียสมณสารูป 5.คดีใหญ่ที่เป็นที่สนใจให้เชิญองค์กรพุทธทั่วโลกร่วมสังเกตการณ์ด้วย เพราะพระทั้งโลกก็ใช้พระวินัยของพระพุทธเจ้าเหมือนกัน หยุดฆ่าพระจากสมณเพศ หยุดระบบกล่าวหาต่อพระ

ยึดมั่นหลักสงบ สันติ อหิงสา

พระมหาทศพร ปุญญังกุโร หัวหน้ากองภาพลักษณ์ออนไลน์ วัดพระธรรมกายกล่าวว่า กรณีดีเอสไอระบุว่าจะให้เรื่องนี้จบภายใน 5 วันนั้น เรายังถือการปฏิบัติธรรมอย่างสงบ สันติ อหิงสา วัดพระธรรมกายยืนยันปฏิบัติธรรมอยู่ในพื้นที่อย่างสงบ วัดเชื่อมั่นและยอมรับในระบบยุติธรรมของประเทศไทย ขอให้ท่านผู้มีอำนาจได้ให้ความยุติธรรมแก่วัดพระธรรมกายด้วย พระธัมมชโยเพียงแค่ถูกตั้งข้อกล่าวหาเท่านั้น ยังไม่มีความผิดเลยแม้แต่น้อย

แนะเลิก ม.44 เพื่อเห็นแก่ชาวบ้าน

“ที่ผ่านมามีพระถูกลาสิกขาก่อนแล้วค่อยพิจารณาคดี แต่ไม่พบความผิดอะไร เท่ากับเป็นการประหารชีวิตพระ ทั้งๆที่ไม่มีความผิดเลย ขอให้ท่านผู้มีอำนาจได้ยกเลิก ม. 44 เพื่อเห็นแก่ชาวพุทธและชาวบ้านที่อยู่บริเวณนี้ ถามว่าดีเอสไอติดต่อเรื่องการตรวจค้นอาคารบุญรักษาเข้ามาหรือไม่นั้น ขอชี้แจงว่าอาตมาไม่ทราบเลย และไม่พบพระสนิทวงศ์ วุฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกายเลย อีกทั้งวัดไม่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับผู้ชุมนุมที่ตลาดกลางคลองหลวง เป็นเรื่องของผู้ที่ศรัทธา”พระมหาทศพรกล่าว

ให้ประกัน “พระเสกสรรค์” แบบมีเงื่อนไข

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมจากศาลจังหวัดธัญบุรีว่า เมื่อเวลา 16.10 น. ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวพระปลัดเสกสรรค์ อัตตทโม ให้ใช้เงินสดประกันตัว 2 แสนบาท พร้อมมีเงื่อนไขห้ามพระปลัดเสกสรรค์เข้าพื้นที่ควบคุม วัดพระธรรมกายที่ประกาศใช้ ม.44 และห้ามให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเชิงยุงยงปลุกปั่น หลังจากได้ประกันตัวออกมา พระปลัดเสกสรรค์ได้นั่งรถเก๋งวอลโว่ สีทอง ทะเบียน ภศ 1531 กรุงเทพมหานคร ออกจากศาลทันที โดยพระปลัดเสกสรรค์ได้แต่ก้มหน้าคุยโทรศัพท์มือถือและไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว

ตำรวจรอดีเอสไอประสาน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พระปลัดเสกสรรค์ เข้ามาพบพนักงานสอบสวนแล้ว ถูกแจ้งข้อกล่าวหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 5/2560 ความผิดตาม ม.116 ฐานยุยงปลุกปั่น และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ส่วนการดำเนินงานของตำรวจต้องขึ้นอยู่กับดีเอไอเป็นผู้กำหนด ส่วนประเด็นมือที่ 3 มีการเฝ้าระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา เป็นไปตามแนวทางของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.สั่งกำชับมา สำหรับกำลังพลทราบว่ามีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ จนถึงขณะนี้พระธัมมชโยถูกแจ้งดำเนินคดีกว่า 340 คดี ออกหมายจับไปกว่า 20 หมายจับ

หมายจับ “พระสนิทวงศ์” 2 ข้อหา

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เดินทางไปขอศาลอาญาออกหมายจับพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย โดยศาลอนุมัติหมายจับ เลขที่ 634/2560 ลงวันที่ 8 มี.ค.60 ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน กระทำการให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหนังสือหรืออื่นใดในความมุ่งหมายแก่ รัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนก่อให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักร อยู่ระหว่างการตามตัวมาดำเนินคดี

ชี้พบความเคลื่อนไหวในวัด

ที่ บก.ตชด.ภ.1 ในช่วงเย็น พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ ฐานะโฆษกดีเอสไอ พร้อม พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ แถลงข่าวสรุปประจำวัน พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจแจ้งข้อหาพระปลัดเสกสรรค์ รวม 3 ข้อหา ประกอบด้วย ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ขัดคำสั่ง คสช. และข้อหายุยงปั่นป่วน ตาม ม. 116 นำตัวไปขออำนาจศาลจังหวัดธัญบุรีฝากขัง ก่อนศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว กำหนดเงื่อนไขห้ามเข้าพื้นที่ควบคุม และห้ามให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่เป็นการยุยงปลุกปั่น หากพบว่าพระปลัดเสกสรรค์กระทำผิดเงื่อนไขศาล เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนำตัวส่งศาลเพื่อเพิกถอนการประกันตัวได้ทันที สำหรับการประเมินสถานการณ์ในวันนี้เห็นปฏิกิริยาการเคลื่อนไหวบางอย่าง แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ส่วนที่มียานพาหนะเล็ดลอดเข้าไปในวัด สั่งการกำชับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติในเรื่องนี้อย่างเคร่งครัด

กระชับพื้นที่เพื่อความเรียบร้อย

พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าวต่ออีกว่า ส่วนพื้นที่บริเวณตลาดกลางคลองหลวง ถือเป็นพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ มีประชาชนเข้ามาในพื้นที่ตลอด เจ้าหน้าที่พยายามชี้แจงและอำนวยความสะดวกให้ รวมถึงเก็บข้อมูลบุคคล คัดกรองประชาชนออกนอกพื้นที่ได้เพียงอย่างเดียว หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่มีการขนเสบียงอาหารและน้ำมัน เข้าไปภายในวัด ที่บริเวณประตู 5 ทราบว่าน้ำมันที่พบเป็นน้ำมันเบนซิน เจ้าหน้าที่อนุญาตให้นำเข้าไปเพียงเล็กน้อย เพื่อใช้เติมยานพาหนะในการเดินทางภายในวัด หลังจากนี้ห้ามเด็ดขาด ส่วนทหารที่กระชับพื้นที่เข้าไปในวัดนั้น เนื่องจากได้รับแจ้งว่ามีการปล่อยน้ำเสียเข้าไปในพื้นที่ทำนา ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ทหารที่ประจำจุดดังกล่าวจึงเข้าไปดูความเรียบร้อย ซึ่งการปฏิบัติเป็นยุทธวิธีของทหารที่ใช้ทั่วไป รวมถึงการเข้าไปสังเกตการณ์ก่อนปฏิบัติการ ไม่ใช่เรื่องแปลก ส่วนการสำรวจทางอากาศจะใช้ทั้งเฮลิคอปเตอร์และโดรนควบคู่กันไป

“พระสนิทวงศ์” นัดมอบตัวที่ บก.ป.

ขณะที่ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ รองโฆษกดีเอสไอ เผยว่า เรื่องการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่มีเป้าหมายในการจับกุม ต้องคำนึงถึงการกระทบกระทั่งเป็นสำคัญ ส่วนข้อเรียกร้อง 5 ข้อของวัดยังไม่ทราบ การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่จะไม่มีข้อต่อรองใดๆกับผู้ต้องหา ส่วนกรณีมีคำสั่งเรียก น.ส.ศรวรรณ ศิริสุทรินทร์ หรือป้าเช็ง มาสอบปากคำกรณีปล่อยให้ใช้พื้นที่ตลาดป้าเช็งชุมนุม เจ้าตัวยืนยันว่าจะเดินทางเข้าพบที่บก.ตชด.ภ.1 ในเวลา 10.00 น. วันที่ 9 มี.ค. ตามหมายเรียก ส่วนพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผอ.สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ติดต่อประสานขอเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ที่ บก.ป. ในวันที่ 9 มี.ค. เวลา 09.00 น. คาดจะมีคณะศิษย์จำนวนหนึ่งเดินทางไปให้กำลังใจ

ยังพบการปลุกระดมจากวัด

ที่กระทรวงยุติธรรม นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม เผยว่า ดีเอสไออยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย ขณะนี้พบการปลุกระดมพระและศิษยานุศิษย์ เพื่อขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อยู่ ยืนยันรัฐบาลไม่มีความคิดที่จะทำลายวัดและยึดทรัพย์สินตามที่มีกระแสข่าว วัดพระธรรมกายก็ยังคงเป็นวัดอยู่ ส่วนเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตประเด็นการบริหารวัดเป็นหน้าที่ของคณะสงฆ์หรือเจ้าคณะผู้ปกครอง ขอให้หยุดขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

ถ้าบุกก็บุกได้แต่กลัวนองเลือด

นายสุวพันธุ์เผยด้วยว่า กรณีวัดพระธรรมกายเป็นเหมือนบทเรียนที่สำคัญสำหรับทุกฝ่าย ฉะนั้นการปฏิรูปพระพุทธศาสนานั้น จะต้องทำอย่างจริงจังและเร่งด่วน กระทรวงยุติธรรมอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง แต่พร้อมที่จะสนับสนุน โดยให้ดีเอสไอเร่งดำเนินการทางกฎหมายกับวัดพระธรรมกาย ไม่ได้เร่งรัดเรื่องกรอบเวลา เพราะต้องใช้มาตรการหลายอย่าง มีทั้งเรื่องที่เปิดเผยได้และเรื่องที่เปิดเผยไม่ได้ อยากให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโดยไม่มีการขัดขวาง หากเจ้าหน้าที่ต้องการบุกเข้าวัดจริงๆ เชื่อว่าทำได้ แต่เกรงว่าจะเกิดการนองเลือด จึงต้องเร่งทำความเข้าใจกับประชาชนไม่ให้มีพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎหมาย

เปล่าพูดเจอที่ไหนจับสึกที่นั่น

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงการประชุมร่วมระหว่างมหาเถรสมาคม (มส.) กับรัฐบาล ที่จะมีในวันที่ 10 มี.ค. ว่า ยังไม่ทราบวาระการประชุม มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม และตนเป็นตัวแทนรัฐบาลไปร่วมประชุม สำหรับพระธัมมชโยแม้จะมีการปลดสมณศักดิ์แล้ว แต่การสึกพระมีขั้นตอน จะมีพระผู้ปกครองเป็นผู้พิจารณา ส่วนข่าวที่ระบุตนพูดว่าเจอพระธัมมชโยที่ไหนจับสึกที่นั่น ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริง ไม่เคยพูดแบบนั้น เป็นกระบวนการสงฆ์ไม่ได้ง่ายอย่างที่เราคิด การดำเนินการของ พศ.อยู่ระหว่างรอหนังสือการปลดสมณศักดิ์ แล้วนำกราบบังคมทูลสมเด็จพระสังฆราชทรงทราบ จากนั้นต้องนำเข้าที่ประชุม มส.

บ่นหาคู่เจรจาด้วยไม่เจอ

นายออมสิน กล่าวต่ออีกว่า วันนี้พระธัมมชโยยังเป็นพระอยู่ การหลุดจากสมณเพศได้ต้องเกิดจากการลาสิกขาหรือทำผิดพระธรรมวินัยร้ายแรงทางสงฆ์ต้องพิจารณาและมีมติออกมา ส่วนการทำผิดกฎหมายจะเห็นได้ว่าทางโลกไม่เคยจับพระที่ห่มผ้าเหลืองเข้าห้องขัง ยืนยันยังใช้แนวทางการเจรจา แต่ขณะนี้หาตัวแทนเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายมาพูดคุยแก้ปัญหานี้ได้ยาก แม้จะมีการตั้งรองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาสมาปฏิบัติหน้าที่แทน ซึ่งวัดพระธรรมกายมีผู้ช่วยเจ้าอาวาสหลายคน ยังไม่เห็นใครออกมาพูดอะไร คงต้องหาผู้สามารถสั่งการได้มาพูดคุย

“บิ๊กตู่” เรียก “บิ๊กเจี๊ยบ” ถก 30 นาที

มีรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เรียก พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. เข้าหารือที่ห้องทำงานชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า โดยใช้เวลาหารือนานประมาณ 30 นาที หลังเสร็จสิ้นขณะ พล.อ.ประยุทธ์เดินออกจากตึกสันติไมตรี เพื่อกลับไปยังตึกไทยคู่ฟ้า ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงสาเหตุที่เรียก ผบ.ทบ.เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยอมตอบคำถามใดๆ ต่อมา พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แจ้งผ่านไลน์กลุ่มผู้สื่อข่าวทำเนียบฯระบุ นายกฯให้แจ้งว่าที่เรียก ผบ.ทบ.มาพบ เพื่อรายงานการปฏิบัติตามวงรอบ รวมทั้งภารกิจที่ ผบ.ทบ.รับผิดชอบ ไม่ได้มารายงานเรื่องวัดพระธรรมกาย เพราะเป็นหน้าที่ของดีเอสไอและตำรวจรับผิดชอบโดยตรง

ประกาศถอดสมณศักดิ์ “ทัตตชีโว”

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ในราชกิจจานุเบกษา หน้า 17 เล่ม 134 ตอน 9 ข เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องประกาศถอดถอนสมณศักดิ์ ใจความสรุปว่า ด้วยพระราชภาวนาจารย์ (พระทัตตชีโว หรือเผด็จ ทัตตชีโว) วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี เข้าข่ายการเป็นผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวเนื่องกับการให้ที่พักพิงแก่ผู้ต้องหาและนำเงินของวัดพระธรรมกายไปเล่นหุ้น เป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.157 และยังเป็นผู้ต้องหากระทําความผิด ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 5/2560 ลงวันที่ 15 ก.พ.60 พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกให้ผู้ต้องหามาพบและรายงานตัว แต่ไม่มาตามกําหนด พนักงานสอบสวนจึงได้ออกหมายเรียกอีก จนถึงปัจจุบันผู้ต้องหาก็ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด จึงไม่สมควรดํารงอยู่ในสมณศักดิ์ต่อไป นําความกราบบังคมทูล พระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมต่อไปแล้ว บัดนี้ได้มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ถอดถอนพระราชภาวนาจารย์ (พระทัตตชีโว หรือเผด็จ ทัตตชีโว) ออกจากสมณศักดิ์ ตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค.60 ประกาศ ณ วันที่ 8 มี.ค.60 ผู้รับสนองพระราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

กลิ่นวันดีเดย์เริ่มโชย หลังโฆษกดีเอสไอ ประกาศกร้าวเรื่องนี้ต้องจบภายใน 5 วัน จัดสถานที่สอบ “ธัมมชโย” ไว้แล้ว สอดคล้องกับ “บิ๊กตู่” เรียก “บิ๊กเจี๊ยบ”ไปพูดที่ตึกไทยคู่ฟ้านานครึ่งชั่วโมง 9 มี.ค. 2560 07:29 17 พ.ค. 2560 16:34 ไทยรัฐ


advertisement