วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เชิญ “ประวิตร” ทำลาย 3.6 ล้านชิ้น ผนึกกำลังไล่เชือดสินค้าปลอม โรงเกลือ-พัทยาสู่ยุคป่าช้า!

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า วันที่ 10 มี.ค.นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม จะเป็นประธานในพิธีทำลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้ว 2,638 คดี ณ ลานอเนกประสงค์กองทัพภาคที่ 1 กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ถือเป็นการทำลายของกลางครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยมีของกลางที่เป็นสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาประเภทต่างๆ ประกอบด้วยเสื้อผ้า เครื่องหนัง รองเท้า นาฬิกา โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ แผ่นซีดี ดีวีดีและอื่นๆ ทั้งสิ้น 3.639 ล้านชิ้น คิดมูลค่าความเสียหาย 1,756 ล้านบาท

“หน่วยงานภาครัฐ ที่ทำหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาได้ร่วมมือกันสกัดการนำเข้า กวาดล้างแหล่งผลิตจำหน่ายสินค้าละเมิด ทำให้ปีที่ผ่านมา สามารถดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเป็นจำนวนมาก แต่ของกลางที่นำมาทำลายครั้งนี้เป็นของกลางที่คดีถึงที่สุดแล้ว และถือเป็นลอตใหญ่”

นายสนธิรัตน์กล่าวว่า กระทรวงฯจะเดินหน้าปราบปรามสินค้าละเมิดอย่างเต็มที่ เพราะกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ และสินค้าบางอย่างอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภค เพราะเป็นสินค้าปลอม และยังส่งผลต่อเนื่องทำให้นักลงทุนใหม่ๆ ไม่กล้าที่เข้ามาลงทุนในไทยเพราะขาดความเชื่อมั่น โดยอาจถูกลอกเลียนแบบเทคโนโลยี และยังเป็นการทำลายอุตสาหกรรมภายในประเทศ ส่งผลให้เศรษฐกิจไม่พัฒนา ขณะเดียวกัน รัฐยังต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากในการจับกุมและทำลายสินค้าเหล่านี้ด้วย

สำหรับแนวทางการปราบปรามสินค้าละเมิด กระทรวงฯ ได้ทำหนังสือถึง รมว.มหาดไทย เพื่อสั่งการให้หน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการปราบปรามสินค้าละเมิดในตลาดที่เป็นที่รู้จักว่าขายของปลอม ทั้งแหล่งผลิต แหล่งเก็บ และแหล่งจำหน่าย และขอให้บูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจับกุมอย่างต่อเนื่อง และให้เน้นการตรวจสอบในพื้นที่ ที่รู้กันว่าเป็นแหล่งขายของปลอม เช่น ตลาดโรงเกลือ หาดป่าตอง ศูนย์การค้าไอทีซิตี้พัทยา เป็นต้น ซึ่งล่าสุดทราบว่าภาวะการค้าสินค้าปลอมซบเซา นอกจากนี้ ยังได้ประสานงานกับกรมศุลกากรในการตรวจสอบและจับกุมการนำเข้าสินค้าละเมิดตามแนวชายแดนและการถ่ายลำ รวมถึงประสานกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อดำเนินการยึด อายัดทรัพย์สินของผู้กระทำผิดฐานละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและส่งเสริมการใช้ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฉบับใหม่ด้วย.