วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลิ่นอายโชยมาไกลๆ

นโยบายต้องปรับได้ตามสถานการณ์และฤดูกาล

ล่าสุด “นายกฯลุงตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ได้สั่งงดออกกำลังกายในวันพุธประจำสัปดาห์ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นและสภาพอากาศร้อนในช่วงบ่าย

เดี๋ยวมีคนวูบตายคาสนามขึ้นมา จากเรื่องดีๆจะกลายเป็นข่าวร้าย

แต่ที่แน่ๆ ในสถานการณ์ข่าวดีก็ต้องตีปี๊บกันดังๆตามอาการแบบที่ “เสธ.ไก่อู” พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงเลยว่า “นายกฯลุงตู่” รู้สึกปลื้มการทำงานของภาครัฐที่รักษาระดับการจ้างงานและคุมอัตราเงินเฟ้อได้ดี

อันเป็นที่มาของผลสำรวจของเว็บไซต์บลูมเบิร์ก ล่าสุดได้จัดอันดับให้เมืองไทย “ครองแชมป์” ประเทศที่ “มีความทุกข์ยากน้อยที่สุดในโลก” เป็นอันดับ 1 จากทั้งหมด 74 ประเทศทั่วโลก

หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ เมืองไทยมีความสุขที่สุดในโลก

ซึ่งถือเป็นการการันตีโดยสื่อระดับโลก ที่ช่วยเคลียร์สถานการณ์ภายใต้ “อำนาจพิเศษ” ของประเทศไทย โดยรัฐบาลทหาร คสช.ไม่ได้เลวร้ายอย่างภาพของเผด็จการแบบที่ประจานกัน

เป็นข้อยืนยันบรรยากาศประชาธิปไตยแบบไทยๆมีอะไรมากกว่าที่ต่างชาติเข้าใจ

แน่นอนเป็นอะไรที่ช่วยเสริมน้ำหนักการพูดจาของ “นายกฯลุงตู่” ในการเคลียร์เงื่อนไขแรงเสียดทานกับนานาชาติว่าด้วยเรื่องอำนาจพิเศษได้เต็มปากเต็มคำขึ้น

เรื่องของเรื่อง มันยังสอดคล้องกับการที่ “ด็อกเตอร์ซุป” นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการอังค์ถัด ในฐานะกุนซือคณะกรรมการ ป.ย.ป. ระบุในที่ประชุมเองว่า

ดัชนีชี้วัดของไทยในระดับนานาชาติดีขึ้น ทั้งเรื่องของธรรมาภิบาล นวัตกรรม ฯลฯ

โดยสถานการณ์ภายนอกประเทศดูจะลดโทนความซีเรียสลงไป

ทำให้รัฐบาลทหาร คสช.มีสมาธิกับการบริหารสถานการณ์ภายในประเทศ โดยเฉพาะแนวรบธรรมกายที่ตึงเครียด รอดีเดย์ “งานเลี้ยงเลิกรา”

ไฟต์บังคับต้องปิดเกม ไม่มีทางเลือกอื่นใด

และมาถึงจุดนี้ ดูเหมือน “นายกฯลุงตู่” จะพยายามข้ามช็อตป่วนๆของธรรมกายไปแล้ว ด้วยการหันมาเน้นภารกิจสำคัญที่ทำสัญญาประชาคมไว้ในการขอฉันทามติใช้อำนาจพิเศษ

กับกระบวนการสร้างความปรองดองที่ล่าสุดถึงคิวของ “โจทย์สำคัญ” ขั้วขัดแย้งหลักอย่างพรรคเพื่อไทยนำโดย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค และ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายภูมิธรรม เวชยชัย นำทีมเข้าร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวทางปรองดองกับคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่กระทรวงกลาโหม

โฟกัสก็อยู่ที่ “เจ๊หน่อย” ซึ่งเล่นบท “ตัวเชื่อมประสาน”

งานนี้จะเป็นตัวชี้วัดแม่ทัพเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าได้ระดับหนึ่ง

แต่เรื่องของเรื่อง มันก็มีปมมาแล้วจากคิวก่อนหน้าของพรรคภูมิใจไทยที่นำทีมโดย “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ที่เข้าชงพิมพ์เขียวปรองดองให้ทหาร

และตามฟอร์มมีประเด็นของการเสนอนิรโทษกรรม

ทำให้กระแสต่อเนื่องลามเป็นเรื่องที่ “เสี่ยหนู” เป็นคนพา “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. ไปพบอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ที่ต่างประเทศ เพื่อเคลียร์ปัญหาค้างคาใจ

บอสใหญ่ภูมิใจไทยเลยโดนโยงประจานเป็นนอมินี “ดีล” ลับกับ “นายใหญ่”

สรุปได้ว่า รายการปรองดองยังวนไม่พ้น “นิรโทษกรรม”

แต่ที่น่าจับตา ล่าสุดโดยคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ ลงนามโดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.

มีชื่อของนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ เป็นประธานกรรมการฯ และกรรมการประกอบด้วยตัวแทนพรรคการเมือง อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายนิกร จำนง แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ครบหน้าตัวแทนป้อมค่ายการเมืองใหญ่

โดยภารกิจสร้างความรู้ ความเข้าใจ กระตุ้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน รองรับกระบวนการปฏิรูปการเมืองและการใช้รัฐธรรมนูญใหม่

ตามรูปการณ์ พอจะได้กลิ่นอายเลือกตั้งโชยมาไกลๆ.

ทีมข่าวการเมือง