วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'อูเบอร์' เริ่มตอบโต้กรมขนส่งฯ คนขับวอนทำให้ถูกต้องไม่อยากหวาดระแวง (ชมคลิป)

'อูเบอร์' เปิดสายด่วนให้คนขับปรึกษาเรื่องกฎหมาย พร้อมจ่ายค่าปรับให้ผู้ขับขี่ เริ่มกำหนดบางพื้นที่ไม่สามารถเรียกใช้บริการได้ คนขับวอนทำให้ถูกต้องไม่อยากขับแบบหวาดระแวง ด้านกรมขนส่งฯ เผย ภาครัฐกำลังพัฒนาแอปพลิเคชั่นคล้ายกัน...

จากกรณีที่กรมการขนส่งทางบก ร่วมมือเจ้าหน้าที่ทหาร, ตำรวจท่องเที่ยว, ตำรวจ 191 สนธิกำลังล่อซื้อจับกุมผู้ขับขี่ 'อูเบอร์' ในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา และสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ถึง 18 รายภายในระยะเวลา 4 ชั่วโมง เนื่องจากการกระทำดังกล่าวมีความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ข้อหาใช้รถไม่ตรงตามประเภท มีโทษปรับสูงสุดเป็นจำนวนเงิน 2,000 บาท พร้อมอบรมข้อกฎหมายเป็นเวลา 3 ชั่วโมง รวมถึงบันทึกประวัติผู้ขับขี่ไว้ในฐานข้อมูล หากพบการกระทำผิดซ้ำจะถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่

กระทั่งวันที่ 7 มี.ค. มีกระแสข่าวเกิดขึ้นในสังคมออนไลน์ว่า กรมการขนส่งทางบกอาจมีการเสนอรัฐบาลนำ ม.44 มายุติการให้บริการอูเบอร์ ส่งผลให้ชาวเน็ตจำนวนมากร่วมแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา และทำภาพล้อเลียนถึงกรณีดังกล่าว

ช่วงบ่ายวันที่ 8 มี.ค. ทีมข่าวสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ ได้ทดลองใช้บริการอูเบอร์ทั้งหมด 3 ราย เพื่อสอบถามความคิดเห็นคนขับว่า เหตุใดถึงยังขับอยู่แม้รู้ว่ามีเจ้าหน้าที่ล่อซื้อ โดยรายแรกอ้างว่า เห็นอูเบอร์เปิดในไทยมาแล้ว 2-3 ปี ไม่เคยมีปัญหา ตนจึงออกรถใหม่มาขับอูเบอร์โดยเฉพาะเพื่อเป็นการสร้างรายได้หลังเกษียน แต่ก็ยอมรับว่าค่อนข้างกลัวการถูกล่อซื้อ แม้ว่าศูนย์ช่วยเหลืออูเบอร์จะยินดีจ่ายค่าปรับให้ แต่ประวัติที่ถูกกรมการขนส่งบันทึกไม่สามารถลบล้างได้ จึงอยากให้อูเบอร์ไปคุยกับทางภาครัฐให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยตนยินดีที่จะเสียภาษีหรือทำใบขับขี่สาธารณะให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ต่อมา ทีมข่าวได้สอบถามคนขับอูเบอร์รายที่ 2 ด้วยคำถามเดียวกันว่า เพราะเหตุใดจึงกล้าขับอยู่ทั้งที่มีการล่อซื้อ โดยคนขับได้อ้างว่า ไม่เคยได้ยินข่าวการล่อซื้อจับกุมมาก่อน เนื่องจากขับรถทั้งวันเมื่อกลับถึงบ้านก็พักผ่อน ที่ผ่านมาทราบเพียงว่า ห้ามเข้าไปรับ-ส่งที่สนามบินเท่านั้น หากถูกล่อซื้อและถูกพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ก็ยอมรับว่ากลัวอยู่เหมือนกัน แต่คงไม่มีทางเลือกอื่นเพราะลงทุนซื้อรถมาเพื่อประกอบอาชีพนี้แล้ว ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงอยากให้บริษัทอูเบอร์ไปตกลงกับภาครัฐ เพราะคนขับก็ไม่อยากขับอย่างหวาดระแวง

กระทั่ง รายที่ 3 ทีมข่าวได้ทดลองเรียกใช้บริการภายในพื้นที่กรมการขนส่งทางบก ตรงข้ามตลาดนัดจตุจักร ปรากฎว่า ไม่สามารถเรียกใช้บริการได้ โดยแอปพลิเคชั่นแจ้งว่าไม่สามารถให้บริการได้ในพื้นที่ดังกล่าว จึงทดลองออกไปเรียกบริเวณด้านหน้าริมถนนพหลโยธิน แต่ก็ต้องใช้เวลารออยู่นาน 15 นาที เนื่องจากรายแรกได้ขับหนีออกไปต่อหน้าต่อตา โดยคนขับได้ขอยกเลิกการเดินทาง เพราะเข้าใจว่าเป็นเจ้าหน้าที่มาล่อซื้อ ขณะที่อีกรายก็ยกเลิกการเดินทางมารับแบบไม่ทราบเหตุผล จนกระทั่งคันที่ 3 ได้ขับเข้ามารับ

ทีมข่าวได้ถามคำถามถึงคนขับรายที่ 3 ด้วยคำถามเดียวกันกับ 2 คันก่อนหน้านี้ โดยคนขับทราบว่ามีการล่อซื้อล่อจับที่เชียงใหม่ แต่ไม่ทราบว่าในกรุงเทพฯ มีการล่อซื้อเช่นเดียวกับที่เชียงใหม่ ซึ่งตอนสมัครขับรอบแรกตนไม่ทราบว่าผิดกฎหมาย โดยผู้แนะนำอ้างว่า อูเบอร์มีการใช้งานกว่า 70 ประเทศทั่วโลก ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าชาวต่างชาติเรียกใช้บริการเกินครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับคนไทย แต่หากถูกจับและอูเบอร์ผิดกฎหมายจริงๆ ตนก็คงเลิกขับเพราะไม่อยากมีปัญหา และคงไปหาอย่างอื่นทำแทน

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้ทดลองโทรศัพท์ไปยังศูนย์ช่วยเหลือคนขับอูเบอร์ที่เพิ่งเปิดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (8 มี.ค.) เพื่อทดลองขอแนวทางความช่วยเหลือหากถูกเจ้าหน้าที่จับกุม ปรากฎว่าปลายสายบอก มีการล่อซื้อล่อจับบางพื้นที่ หากโดนใบสั่งสามารถถ่ายภาพสำเนาส่งไปทางแอปพลิเคชั่นคนขับได้ ซึ่งทางอูเบอร์จะได้ทำการจ่ายเงินชดเชยให้ ส่วนการที่คนขับจะถูกเพิกถอนใบขับขี่ตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้า คงไม่สามารถทำได้

ทางด้าน นายสุกรี จารุภูมิ ผู้อำนวยการกองตรวจการขนส่งทางบก เปิดเผยกับทีมข่าวสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ว่า การล่อซื้อจับกุมผู้ขับขี่อูเบอร์ ได้เปรียบเทียบปรับตามพรบ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 ในข้อหาใช้รถไม่ตรงตามประเภทที่ได้จดทะเบียนไว้ ตามมาตรา 21 ประกอบกับมาตรา 60 เปรียบเทียบปรับในอัตราโทษสูงสุด จำนวน 2,000 บาท พร้อมอบรมคนขับเป็นเวลา 3 ชั่วโมง พร้อมทั้งนำข้อมูลเข้าศูนย์ประวัติ หากพบหนที่ 2 นอกจากจะถูกปรับขั้นสูงสุดพร้อมอบรมแล้ว จะถูกพักใช้ใบอนุญาตทันที 30-90 วัน แต่หากพบกระทำผิดครั้งที่ 3 จะถูกพักใช้ใบอนุญาตเต็ม 180 วัน ซึ่งระหว่างที่ถูกพักใช้หากถูกตำรวจจับจะมีโทษปรับและจำคุก สำหรับการเพิกถอนใบอนุญาตนั้น ที่ผ่านมาจะใช้ในกลุ่มใบอนุญาตรถสาธารณะ สำหรับใบขับขี่ประเภทส่วนบุคคลอยู่ระหว่างเสนอให้ คสช.พิจารณา

นายสุกรี กล่าวว่า จากการล่อซื้อพบผู้ขับขี่รายหนึ่งนำรถกระบะ 4 ประตูมารับผู้โดยสาร ซึ่งไม่ตรงกับข้อมูลที่ผู้ขับขี่ลงทะเบียนไว้ในแอปพลิเคชั่นอูเบอร์ การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายล่อลวง แสดงให้เห็นว่ามาตรการควบคุมคนขับอูเบอร์ยังหละหลวม อีกทั้งรถยนต์บางคันมีฟิล์มกันแดดดำทุกบาน ซึ่งหากเกิดเหตุร้ายบุคคลภายนอกจะไม่สามารถมองเห็นภายในรถได้

ส่วนกรณีที่ผู้คนจำนวนมากบอกว่าแท็กซี่ทั่วไปบริการไม่ดี มักปฏิเสธผู้โดยสาร นายสุกรี บอกว่า ปัจจุบันแท็กซี่ในกรุงเทพฯ ที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกมีอยู่ประมาณ 110,000 ราย แต่มีวิ่งอยู่ในระบบจริงประมาณ 70,000 ราย โดยรถแท็กซี่แต่ละคันเฉลี่ยจะวิ่งวันละ 18 เที่ยว ซึ่งเรื่องร้องเรียนแท็กซี่ไม่รับผู้โดยสารที่คิดเป็นร้อยละ 80 ของเรื่องเรียนทั้งหมด พบว่าปีนึงมีอยู่ประมาณ 40,000 ราย หากคิดเป็นรายเดือนจะเฉลี่ยอยู่ที่ 3,000 กว่าราย และหากคิดเป็นรายวันจะพบว่าอยู่ประมาณ 160 ราย ซึ่งหากเปรียบเทียบจากรถที่มีทั้งหมดในระบบจะพบว่าเรื่องร้องเรียนอยู่ในขั้นน้อยมาก พูดง่ายๆ ไม่ถึง 1 เปอร์เซนต์ด้วยซ้ำ และขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังกวดขันคนขับกลุ่มเล็กๆ ที่มีพฤติกรรมเลือกรับนักท่องเที่ยวตามแหล่งต่างๆ ให้ออกจากระบบไปโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ผู้อำนวยการกองตรวจการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยงานภาครัฐโดยกรมการขนส่งฯ กำลังพัฒนาแอปพลิเคชั่นคล้ายอูเบอร์ เพื่อยกระดับการให้บริการรถแท็กซี่ โดยรถทุกคันจะต้องมีการติดตั้ง GPS และผู้ใช้สามารถประเมินความพึงพอใจผู้ขับขี่ได้.

'อูเบอร์' เปิดสายด่วนให้คนขับปรึกษาเรื่องกฎหมาย พร้อมจ่ายค่าปรับให้ผู้ขับขี่ เริ่มกำหนดบางพื้นที่ไม่สามารถเรียกใช้บริการได้ คนขับวอนทำให้ถูกต้องไม่อยากขับแบบหวาดระแวง ด้านกรมขนส่งฯ เผย ภาครัฐกำลังพัฒนาแอปพลิเคชั่นคล้ายกัน... 8 มี.ค. 2560 20:51