วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รัฐบาลติดปีกตลาด-ร้านค้าประชารัฐ ต้นแบบเพื่อชุมชน หนุน ศก. ฐานราก

กทบ.ขับเคลื่อนร้านค้าและตลาดประชารัฐต้นแบบเพื่อชุมชน หวังติดปีกตลาดและร้านค้าชุมชนเติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน มุ่งสู่ความสำเร็จในยุค 4.0 มั่นใจช่วยทำให้เศรษฐกิจฐานรากมีเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นกว่า 125,000 ล้านบาทต่อปี สร้างงานให้ประชาชนในชุมชนกว่า 260,000 อัตรา

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.60 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การขับเคลื่อนร้านค้าและตลาดประชารัฐต้นแบบเพื่อชุมชน โดยมีนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายณรงค์ บุ่ยศิริรักษ์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ร่วมพิธี เพื่อติดปีกตลาดและร้านค้าชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน มุ่งสู่ความสำเร็จในยุค 4.0 เป็นการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ เพื่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในหมู่บ้าน/ชุมชน และเพื่อดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ที่หมู่บ้าน/ชุมชน เห็นว่าเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมศักยภาพในการประกอบอาชีพและความเป็นอยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชนให้ดี การขับเคลื่อนร้านค้าและตลาดประชารัฐต้นแบบเพื่อชุมชน ในวันที่ 8 มีนาคม 2560 ณ ห้องรอยยัล จูบิลี่ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี

นายสมคิด เปิดเผยว่า จากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบหลักการโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ และอนุมัติหลักการงบประมาณในการดำเนินโครงการ ในกรอบวงเงิน 35,000 ล้านบาท เพื่อเป็นการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐภายใต้โครงการดังกล่าว อันจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับฐานรากให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาลจึงสนับสนุนเงินทุนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จำนวน 79,566 กองทุน วงเงินไม่เกินกองทุนละ 500,000 บาท เพื่อการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในหมู่บ้าน/ชุมชน และเพื่อดำเนินกิจกรรมอื่นๆ ที่หมู่บ้าน/ชุมชน เห็นว่าเป็นประโยชน์ในการส่งเสริมศักยภาพในการประกอบอาชีพและความเป็นอยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชนให้ดีขึ้น โดยพิจารณาจากโครงการที่มีลักษณะเสริมสร้าง และสนับสนุนการสร้างอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ ไม่ซ้ำซ้อนกับโครงการอื่นของรัฐบาล และเป็นโครงการที่มีกิจกรรมต่อเนื่อง มีการหมุนเวียนรายได้และผลกำไร เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

นายสุวิทย์ กล่าวว่า กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เป็นหนึ่งในกลไกหลักที่ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ และสร้างโอกาสให้ประชาชนเติบโตก้าวหน้า ตามแนวคิด Local Economy ที่มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจโดยการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ช่วยเหลือเกษตรกร ในธุรกิจ SME และวิสาหกิจชุมชน เพื่อสร้างความสมดุลของภาคการผลิตและการค้า ใช้กระบวนการประชารัฐขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างความเข้มแข็ง จากการร่วมมือ ร่วมใจ และการสานพลังของทุกหมู่บ้านทั่วประเทศ

ขณะที่นายสนธิรัตน์  กล่าวว่า มิติในการพัฒนาตลาดและร้านค้าครั้งนี้ ไม่ใช่มิติในการพัฒนาเหมือนเดิม แต่เป็นมิติในการพัฒนาที่เติมเทคโนโลยีเข้าไป เติมการบริหารจัดการเข้าไป เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญในชุมชน สร้างอาชีพเพื่อเป็นทางเลือกนอกเหนือจากการเกษตรโดยไม่ต้องเข้าเมืองใหญ่ สร้างเวทีให้สินค้าชุมชนมีช่องทางการขายให้เติบโตก้าวหน้า ลดรายจ่ายให้ประชาชนจากการเข้าถึงสินค้าราคายุติธรรม และคืนกำไรจากการดำเนินการกลับสู่ชุมชน เพื่อนำไปพัฒนาท้องถิ่นและต่อยอดการสร้างโอกาสต่อไป

นายณรงค์  กล่าวว่า การดำเนินกิจกรรมร้านค้าประชารัฐ และตลาดประรัฐ ดังกล่าว จะทำให้เศรษฐกิจฐานรากมีเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นกว่า 125,000 ล้านบาทต่อปี สร้างงานให้ประชาชนในชุมชนกว่า 260,000 อัตรา อีกทั้งเป็นการสร้างกลไกรัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างตรงจุด โปร่งใสและวัดผลได้จริง ซึ่งทำให้เกิดการสร้างบรรทัดฐานทางสังคมที่มั่งคง พื้นฐานทางเศรษฐกิจที่มั่งคั่ง และรากฐานของระบอบประชาธิปไตยที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงต่อไป.

กทบ.ขับเคลื่อนร้านค้าและตลาดประชารัฐต้นแบบเพื่อชุมชน หวังติดปีกตลาดและร้านค้าชุมชนเติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน มุ่งสู่ความสำเร็จในยุค 4.0 มั่นใจช่วยทำให้เศรษฐกิจฐานรากมีเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นกว่า 125,000 ล้านบาทต่อปี 8 มี.ค. 2560 18:34 ไทยรัฐ