วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เฮ! ไทยคว้าแชมป์โลก ประเทศทุกข์ยากน้อยสุด

โดย ซูม

ผมยังมีข่าวเล็กๆจากต่างประเทศมาฝากท่านผู้อ่านอีกข่าวหนึ่งครับ วันนี้เป็นข่าวที่อ่านแล้วก็อดที่จะยิ้มอย่างหน้าบานเสียมิได้

ขออนุญาตนำมาบันทึกไว้ในคอลัมน์ เพื่อให้ปรากฏเป็นหลักฐานไว้ เผื่อว่าจะมีลูกๆหลานๆมาอ่านพบในวันข้างหน้า จะได้รู้ว่าประเทศไทยในรุ่นปู่รุ่นย่า (คือ พ.ศ.นี้) ก็มีอะไรดีๆติดอันดับ 1 ของโลกเหมือนกัน

เป็นข่าวการประกาศอันดับ ดัชนีความทุกข์ยาก ประจำปี 2017 ของสำนักข่าว บลูมเบิร์ก ซึ่งเป็นสำนักดังที่มีทั้งสำนักข่าวทั่วไปและช่องโทรทัศน์ข่าวเศรษฐกิจอยู่ที่สหรัฐอเมริกาโน่นล่ะครับ

บลูมเบิร์กเขาจัดทำ ดัชนีความทุกข์ยาก หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Misery Index มาหลายปีแล้ว และสำหรับปีนี้เพิ่งประกาศเมื่อวันที่ 6 มีนาคมที่ผ่านมา

ผลปรากฏว่าประเทศที่มีดัชนีความทุกข์ยากสูงที่สุดในโลก ถือเป็นสุดยอดของความทุกข์ยาก หรือทุกข์ยากอย่างสาหัสสากรรจ์ ได้แก่ ประเทศ เวเนซุเอลา เจ้าของฉายา “ดินแดนแห่งนางงาม” นั่นเอง

ได้ดัชนีนำโด่งสูงลิบถึง 499.7 ชนิดไม่มีใครเทียบได้

ส่วนรองแชมป์ทุกข์ยาก คือทุกข์เป็นอันดับ 2 ได้แก่ แอฟริกาใต้ (ดัชนี 32.2) อันดับ 3 อาร์เจนตินา (ดัชนี 30.9) อันดับ 4 กรีซ (23.2) อันดับ 5 ตุรกี (ดัชนี 19.8) ฯลฯ ตามลำดับ

สำหรับ ดัชนีทุกข์ยากต่ำสุดในโลก ได้แก่ ประเทศไทยหรือไทยแลนด์ของเรานั่นละครับ มีดัชนีอยู่ที่ 2.6 เท่านั้น

ตามมาด้วย สิงคโปร์ ทุกข์ยากน้อยอันดับที่ 2 ของโลก ดัชนีอยู่ที่ 3.1 และสวิตเซอร์แลนด์ ทุกข์น้อยอันดับที่ 3 (ดัชนี 3.6) ในขณะที่ทุกข์น้อยอันดับ 4 ของโลก ก็คือ ญี่ปุ่น (ดัชนี 3.6)

บลูมเบิร์กเขาสำรวจมา 65 ประเทศ เรามีความทุกข์ยากเป็นอันดับ ที่ 65 พอดิบพอดี ดังนั้นเมื่อกลับหัวกลับหางเสียให้เรียบร้อย เราก็จะกลายเป็นอันดับ 1 ของประเทศที่มีความสุขที่สุดของโลกว่างั้นเถอะ

ดัชนีที่ว่านี้ (Misery Index) คิดค้นขึ้นโดยนักเศรษฐศาสตร์รุ่นเดอะ ดร.อาร์เธอร์ โอคุน (1928-1980) อดีตประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ลินดอน จอห์นสัน และอดีตอาจารย์สอนเศรษฐศาสตร์หลายมหาวิทยาลัย รวมทั้งที่มหาวิทยาลัยเยลด้วย

ใช้ข้อมูลหลักเพียง 2 ตัวเท่านั้นในสูตรการคำนวณ ได้แก่ อัตราการ ว่างงาน ของประเทศใดประเทศหนึ่ง กับ อัตราเงินเฟ้อ ของประเทศนั้นๆ

จึงอาจจะเป็นจุดอ่อนอยู่บ้าง หากจะนำมาเป็นเครื่องมือในการวัดความทุกข์ยากของผู้คนในแต่ละประเทศได้อย่างใกล้เคียง

ของเรานั้นเป็นประเทศที่มีความทุกข์ยากน้อยที่สุดในโลก ในทัศนะ ของบลูมเบิร์กมา 3 ปีติดต่อกันแล้ว เป็นเพราะอัตราการว่างงานที่ไม่สูงมาก และอัตราเงินเฟ้อซึ่งก็ไม่สูงมากเช่นกัน แม้ปีนี้จะขยับขึ้นมาหน่อย เมื่อเทียบกับปีกลายแต่ก็ยังทุกข์ยากน้อยที่สุดๆของโลกอยู่นั่นเอง

ส่วนของ เวเนซุเอลา เมืองนางงามก็เป็นแชมป์ทุกข์ยากสูงสุดมา 3 ปีซ้อนและปีนี้ยิ่งเลวร้ายที่สุด

บลูมเบิร์กบอกว่า จากปัญหาการเมืองอันวุ่นวายผสมผสานกับปัญหาเศรษฐกิจกรณีราคาน้ำมันดิบหล่นฮวบฮาบ แม้ช่วงหลังจะกระเตื้องขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยกับที่ลดลงไปได้ ทำให้เศรษฐกิจเวเนซุเอลาซึ่งส่งออกน้ำมันเป็นหลักทรุดฮวบลงทันที

ส่งผลให้ไม่มีเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค นำเข้าจนหิ้งต่างๆของร้านสะดวกซื้อว่างเปล่าขาดแคลนสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างสาหัส จนเกิดการปล้นสะดมและก่ออาชญากรรมต่างๆอย่างกว้างขวาง

รัฐบาลเวเนซุเอลาไม่กล้าทำรายงานเศรษฐกิจมาหลายปีแล้ว ไม่มีตัวเลขเงินเฟ้อใดๆทั้งสิ้น แต่ บลูมเบิร์ก ก็อาศัยดัชนีราคากาแฟจากร้านกาแฟ หรือคอฟฟี่ช็อปตัวอย่างเป็นเครื่องวัด ปรากฏว่าราคากาแฟเฉลี่ย 1 ถ้วยพุ่งสูงขึ้นถึง 1,419 เปอร์เซ็นต์ จากเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ทุกข์ยากขนาดไหนก็ลองนึกภาพตามเอาเองเถอะครับ

สำหรับสิงคโปร์ทันทีที่บลูมเบิร์กเผยแพร่ดัชนีปีนี้ออกมา ว่าเป็นประเทศทุกข์ยากน้อยสุด อันดับ 2 ของโลก สื่อมวลชนของเขาต่างเฮลั่น ชื่นชมยกใหญ่ว่าได้ที่ 2 มา 2 ปีแล้ว

คอลัมน์ “เหะหะพาที” ก็ขออนุญาตเอาอย่างสื่อสิงคโปร์บ้าง เพราะของเขาแค่รองแชมป์อันดับ 1 ยังเฮลั่น...ของเราเป็นถึงแชมป์จะไม่ให้ ส่งเสียงเฮได้อย่างไรล่ะ

แม้จะตระหนักดีว่าดัชนีความทุกข์ยากที่ว่านี้เขาวัดจากอัตราการว่างงานกับเงินเฟ้อเพียง 2 อย่างเท่านั้นเองก็ตาม.

“ซูม”

8 มี.ค. 2560 16:36 8 มี.ค. 2560 16:36 ไทยรัฐ