วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทางเลือกบนทางรอด อนาคตข้าวไทยยุค 4.0

ก้าวเข้าสู่ปี 2560 กับยุทธศาสตร์ การพัฒนาภาคการเกษตรไทยที่เข้มข้นขึ้น เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร ของไทยสู่สากล

จากในปี 2559 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มุ่งเน้นให้เป็นปีแห่งการ “ลดต้นทุน” และ “เพิ่มโอกาส” ในการแข่งขัน เพื่อแก้ไข ปัญหาภาคเกษตรที่สะสมของประเทศ โดยผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ได้นำมาสู่การต่อยอดพัฒนา เดินหน้าไปสู่นโยบายยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร

กล่าวได้ว่า...นี่คือหนึ่งในแผน “ปฏิรูปภาคการเกษตร” อย่างยั่งยืน 20 ปี

ในภาพใหญ่เพื่อให้การดำเนินงานของทุกภาคส่วนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงได้มีการกำหนดเป้าหมายการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรให้ชัดเจนมากขึ้น ประกอบด้วย...

การกำหนดมาตรฐาน การตรวจสอบรับรองมาตรฐาน การกำกับควบคุมมาตรฐานบังคับใช้กฎหมาย การส่งเสริมมาตรฐานและงานสนับสนุนการขับเคลื่อนมาตรฐาน

แน่นอนว่าที่ผ่านๆมานั้น ปัญหาสำคัญก็คือการสร้างการรับรู้ ความเข้าใจกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะตัวเกษตรกรใน 2 มาตรฐาน ด้วยกันคือ มาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัย (GAP) กับ มาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ (Organic)

เพื่อให้ได้รับการรับรองเครื่องหมาย Q และ Organic Thailand

หน้าที่นี้ทำโดยสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับรองระบบงาน (Accreditation body : AB) มาตรฐานสินค้าเกษตรของประเทศ...เป็นผู้ให้การรับรองหน่วยรับรอง (Certification Body : CB) และหน่วยตรวจประเมิน (Inspection Body : IB)

อนันต์ สุวรรณรัตน์ อธิบดีกรมการข้าว บอกว่า ตามที่กรมการข้าว ดำเนินการขับเคลื่อนตานโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มุ่งเน้น ให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการยกระดับสินค้าเกษตรสู่ความยั่งยืน

โดยเชื่อมโยงงานด้านข้าวตามนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ ภายใต้นาแปลงใหญ่ แผนการผลิตและการตลาดข้าวครบวงจร

“เพื่อให้การรับรองระบบการผลิตสินค้าเกษตร สร้างความมั่นใจ...ความน่าเชื่อถือให้กับผู้บริโภค...ประชาชน อีกทั้งเป็นการยกระดับการผลิต...ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความอยู่ดีกินดี”

นับหนึ่งเริ่มต้นจาก ธนาคารเมล็ดพันธุ์ข้าว Zoning by Agri-Map กรมจะต้องพัฒนาปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพผลผลิต เพื่อยกระดับสู่มาตรฐานด้วยการพัฒนา...ส่งเสริมเกษตรปลอดภัย (GAP) และเกษตรอินทรีย์ (Organic)

ควบคู่ไปกับการส่งเสริมระบบตรวจสอบ...รับรองมาตรฐานข้าว ทั้งข้าวเปลือก GAP, ข้าวอินทรีย์, เมล็ดพันธุ์ข้าว, โรงสี GMP และผลิตภัณฑ์ข้าวคุณภาพ Q

ตั้งพิกัดไปที่พื้นที่ “นาแปลงใหญ่”...เน้นถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) 882 ศูนย์ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรจากต้นน้ำไปถึงปลายน้ำ...มีการควบคุมราคา ปัจจัยการผลิต ส่งเสริมให้ใช้เมล็ดพันธุ์ดีมีคุณภาพ การบริหารจัดการน้ำ...ใช้เครื่องจักรกลอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มผลผลิตต่อไร่...ลดต้นทุน

ที่สำคัญคือต้องไม่ลืมกลไกการตลาด พัฒนาการผลิตข้าวให้ได้คุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด

อธิบดีกรมการข้าวย้ำว่า เพื่อเพิ่มความเข้มข้นงานยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎหมายด้านการเกษตรและระบบการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตรขึ้น โดยมีนายธนิตย์ อเนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกรรมการรับผิดชอบโดยตรง

“คณะกรรมการชุดนี้จะมีอำนาจหน้าที่พิจารณากำหนดแนวทางการบังคับใช้กฎหมายด้านการเกษตร...ระบบตรวจสอบมาตรฐานสินค้าเกษตรด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง รวมทั้งปัจจัยการผลิตทางการเกษตรให้มีประสิทธิภาพ มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมพิเศษแบบเบ็ดเสร็จส่วนกลางขึ้น ณ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ มีกรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมการข้าว ทำงานร่วมกัน”

ฝากประชาสัมพันธ์ให้รู้กันด้วยว่า..ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้นำเข้า หรือผู้มีสินค้าเกษตรไว้ในครอบครองและปัจจัยการผลิต ต้องได้รับการตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

“ในขั้นปฏิบัติทุกกรมที่เกี่ยวข้องจะตั้งชุดปฏิบัติการพิเศษขึ้นมา สนธิกำลังจากสารวัตรเกษตร สารวัตรปศุสัตว์ สารวัตรประมง สารวัตรข้าว หรือเจ้าพนักงานตำรวจในพื้นที่ ตามอำนาจหน้าที่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง...เพื่อทำการตรวจสอบ ประสานงาน ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด”

กฎหมายที่เกี่ยวกับสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิต หลักๆก็เช่น พระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ.2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

สำหรับระบบการตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตร เพื่อการยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าข้าว กองตรวจสอบรับรองมาตรฐานข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าว อนันต์ บอกว่า กรมการข้าวจะทำหน้าที่ตรวจสอบ ...รับรองมาตรฐานข้าวตามมาตรฐานสินค้าเกษตร (มกษ.) ของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ที่ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐาน ISO/IEC 17065:2012

“มั่นใจได้เลยว่า...ผลิตภัณฑ์ข้าวที่ผ่านการรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตรปลอดภัยและมาตรฐานสินค้าเกษตรอินทรีย์ ที่ติดเครื่องหมาย Q และ Organic Thailand มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างแน่นอน”

ในปี 2560 กรมการข้าวตั้งเป้าหมายเพื่อให้ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรปลอดภัย (GAP) และกำหนดเป้าหมายเพิ่มการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (Organic) ที่ดำเนินการในนาแปลงใหญ่ เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร สร้างการรับรู้ไทยแลนด์ 4.0...ยุคที่การตลาดเปิดกว้าง การค้าขายออนไลน์มีมากขึ้น

ผนวกกับพลังสำคัญ “โครงการสานพลังประชารัฐเพื่อปัจจัยการผลิตทางการเกษตร” ขับเคลื่อนสนับสนุนให้เกษตรกรได้ใช้ปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพได้มาตรฐานในราคาที่เป็นธรรม สร้างเครือข่าย ผู้ผลิต ปัจจัยการผลิตคุณภาพ...ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ยิ่งเป็นแรงบวก

ถึงตรงนี้คงต้องย้ำเสียงดังๆว่า การยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตรนั้น...เป็นหนทางที่จะนำไปสู่การผลิตและจำหน่ายด้วยคุณภาพ ผู้บริโภคได้บริโภคผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ปลอดภัย คุ้มค่าคุ้มราคา ท้ายที่สุดแล้ว...ประโยชน์สูงสุดจะกลับคืนไปสู่ “เกษตรผู้ผลิต”

“กรมการข้าวมั่นใจว่า แนวทางนี้จะเป็นทางเลือกสำคัญ....นำไปสู่ทางรอดชาวไทยและผู้ประกอบการอุตสาหกรรมข้าวไทยได้อย่างแน่นอน”

เกษตรกรไทยยุคใหม่...หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินเหมือนเดิม ที่ต่างจากเดิมคือความกินดีอยู่ดีที่จะค่อยๆเกิดขึ้นอย่างมั่นคงยั่งยืน.

8 มี.ค. 2560 16:33 ไทยรัฐ