วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บ้าน–วัดร่วมด้วยช่วยกัน

จากการตรวจสอบพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ ประจำวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นเรื่องวัดพระธรรมกาย “ไทยรัฐ” พาดหัวว่า “กดดัน มส. สั่งธัมมชโย สละสมณเพศ” ส่วนฉบับอื่นๆพาดหัวว่ายึดพัดธัมมชโย ถ้าเจอตัวให้จับสึก และฮึ่มจับสึกธัมมชโย แม้แต่รัฐมนตรีผู้ดูแลหน่วยงานพระพุทธศาสนาก็บอกว่ายังไม่ได้จับสึก เพราะหาตัวไม่เจอ ต้องนำตัวมาก่อน

กระแสข่าวเป็นไปในทางเดียวกัน แต่หวังว่าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะได้ตั้งสติยึดกฎหมายและพระธรรมวินัยเป็นหลักไม่เคลิบเคลิ้มไปตามกระแสเรียกร้องของกองเชียร์ เสี่ยงต่อการเข้ารกเข้าพง เพราะเหตุที่จะจับสึกพระได้ทันที มีเพียงทำผิดปาราชิก 4 ข้อ ได้แก่ ลักทรัพย์ ฆ่าคนตาย เสพเมถุน และอวดอุตริมนุสธรรม ผู้ละเมิดขาดจากพระทันที

การละเมิดปาราชิก 3 ข้อแรก วินิจฉัยได้ง่าย ผู้ที่พบเห็นพระลักทรัพย์ต่อหน้าอาจแจ้งคณะสงฆ์จับสึกได้ แต่ข้อที่ 4 คืออวดอุตริมนุสธรรม ตัดสินยากหน่อย การตั้งตัวเป็นผู้วิเศษเข้าข่ายหรือไม่? แต่ยังมีกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 (2538) ให้จับพระสึกได้แม้จะไม่ถึงขั้นปาราชิก แต่ละเมิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ เช่น ดื่มสุราเป็นประจำ เจ้าอาวาสห้ามไม่เชื่อฟัง

แต่การตัดสินว่าพระภิกษุละเมิดพระธรรมวินัยถึงขั้นต้องจับสึกหรือไม่ เป็นอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองคณะสงฆ์ ไม่ใช่อำนาจของรัฐมนตรี หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือดีเอสไอ ถ้าฝ่ายบ้านเมืองตัดสินเองและจับสึกเอง อาจนำไปสู่ความขัดแย้ง ก่อความแตกแยกระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับคณะสงฆ์ และกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ

พระธัมมชโยเป็น “ผู้ต้องหา” คดีอาญา ข้อหาฟอกเงินและรับของโจร ยังไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และศาลยังไม่ได้ตัดสิน จึงยังไม่ใช่ผู้กระทำความผิด ตามหลักการในรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่ใช่ผู้กระทำผิด จนกว่าจะมีคำพิพากษาศาลถึงที่สุดว่าผู้นั้นกระทำผิด นี่คือหลักนิติธรรมที่ทุกฝ่ายเรียกร้อง

หากจะกล่าวหาว่าละเมิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ ตามกฎมหาเถรสมาคม ก็ยังไม่มีผู้กล่าวหา และถ้าจะกล่าวหาว่าบิดเบือนคำสอนพระพุทธศาสนาก็ต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกวัด เพราะมีการส่งเสริมการขายเครื่องรางของขลัง ที่อาจเรียกว่าไสยศาสตร์พาณิชย์กันอย่างดาษดื่น แบบนี้ถือว่าเป็นการสอนที่บิดเบือน หรือผิดเพี้ยนไปจากพระพุทธศาสนาหรือไม่?

ข้อหากล่าวหาทำผิดทางอาญา เป็นอำนาจของฝ่ายอาณาจักร ส่วนข้อกล่าวหาทำผิดพระธรรมวินัย เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะสงฆ์ ถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องอาราธนามหาเถรสมาคม ให้ออกมาปฏิบัติหน้าที่ที่ระบุไว้ อันได้แก่ การปกครองคณะสงฆ์ให้เรียบร้อยดีงาม และการรักษาพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา อันเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน.

8 มี.ค. 2560 16:30 ไทยรัฐ