วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ แจงจำเป็น ใช้ ม.44 แก้ปัญหาติดขัด ปกป้องเจ้าหน้าที่

นายกฯ ย้ำ ถ้ายังขัดแย้งแก้ปัญหาไม่ได้ อย่าเอามาปนกัน ต้องใช้เวลา พร้อมปลุก ขรก.เป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงผ่านดิจิทัล บอกเหตุใส่แว่น อ่าน-ฟังมา 3 ปี ทำตาเจ็บ ปัดไม่ชินใช้ ม.44 อย่างที่ถูกกล่าวหา

วันที่ 8 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล สำหรับข้าราชการ และบุคลากรภาครัฐ พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ รัฐบาลดิจิทัล กุญแจสู่ประเทศไทย 4.0 และแถลงวิสัยทัศน์รัฐบาลดิจิทัลประเทศไทยตอนหนึ่งว่า เราต้องร่วมมือกันทำให้ประเทศก้าวหน้าไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ไม่เช่นนั้นก็จะหยุดอยู่กับที่ อยู่กับเรื่องเก่าๆ เดิมๆ ต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควรที่จะให้ทุกอย่างสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเราร่วมมือกันทำด้วยแผนงานที่รัดกุม ครอบคลุมเป้าหมายตามที่ประชาชนต้องการ ทุกอย่างก็จะรวดเร็วขึ้น โดยใช้ดิจิทัลให้เป็นประโยชน์ โดยที่หน่วยงานภาครัฐต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อทำงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลนี้ได้ประกาศไว้แล้วว่า จะเดินหน้าอีก 5 ปี ให้เป็นรัฐบาลดิจิทัล แต่ต้องเข้าใจว่า การทำอะไรต่างๆ ไม่สามารถทำได้ในระยะเวลาอันสั้น การแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความยั่งยืนต้องใช้เวลา ที่ผ่านมา ระหว่างปี 57-59 รัฐบาลได้เก็บทุกปัญหา จัดกลุ่ม วิธีการแก้ไขปัญหา กำหนดกลุ่มเป้าหมาย วางโรดแม็ปในการทำงานทุกด้าน พัฒนาสิ่งต่างๆ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ไม่เช่นนั้นจะมีคนออกมากล่าวหาว่า เรื่องนี้ยังไม่ทันเริ่ม เรื่องทุจริตก็ยังมี ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน ขอร้องว่าอย่าเอาปัญหามาปนกัน และถ้ายังขัดแย้งกันไปเรื่อยๆ มองไม่เห็นประโยชน์ที่รัฐบาลทำ เรื่องเหล่านี้ก็ยังแก้ไม่ได้ เพราะส่ิงที่ทำวันนี้ก็เพื่อประชาชน และความยากง่ายการทำงาน ต้องดูด้วยประชาชนแบ่งเป็นกี่กลุ่ม กี่ฝ่าย และต้องทำงานให้ตรงความต้องการประชาชน การที่บอกว่าจะให้เกิดผลสำเร็จภายใน 5 ปี เดี๋ยวก็โดนดูถูกอีกว่า ทำได้จริงหรือเปล่า วันนี้ถ้าความขัดแย้งยังสูงอยู่มีเรื่องต่างๆ เข้ามาประชาชนก็ไม่สนใจสิ่งที่รัฐบาลทำ ทุกอย่างก็ไปไม่ได้ ความไว้เนื้อเชื่อใจก็จะไม่เกิดขึ้น สิ่งสำคัญคือ การมีเสถียรภาพของบ้านเมือง ที่ต้องการเน้นคือการบูรณาการ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ความมีเสถียรภาพของบ้านเมือง ปี 60 ถือเป็นการปฏิรูปการทำงาน ฉะนั้นทุกอย่างต้องจบตั้งแต่ขั้นต้นมาแล้ว รัฐบาลไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการทำงานของส่วนราชการได้ เพราะรัฐบาลมีหน้าที่กำกับดูแล และนี่คือธรรมาภิบาลที่รัฐบาลต่อไปต้องมีด้วย

"วันนี้คนมักจะมองว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อไหร่จะสำเร็จ เมื่อไหร่มาตรา 44 จะใช้ได้ มันทำให้ผมปวดฟันปวดหัว มาตรา 44 จะใช้ได้อยู่ที่ผู้ปฏิบัติกับผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จะร่วมมือแก้ปัญหาอย่างไร บุคลากรภาครัฐต้องเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง วันนี้มาพูดเรื่องดิจิทัล แต่ไม่บังอาจบอกได้ว่ารู้มากกว่าพวกท่าน เพราะตนเป็นแค่คนในยุค Baby boomer (เบบี้บูมเมอร์) แค่ใช้แค่รู้พูดได้ก็เก่ง แต่ตนพยายามคิดและพูด และเข้าใจในสิ่งที่พูดไป ซึ่งวันนี้คนไทยมีความพร้อมทุกอย่าง ฉลาดทุกคน อยู่ที่ว่าจะฉลาดดีหรือไม่ดีเท่านั้น คนไทยไม่ได้ด้อยกว่าประเทศใหญ่ๆ มีหลายเรื่องที่เราชนะ อะไรที่เป็นปัญหาเราเก่งขึ้น" นายกฯ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ปี 60 คือปีแห่งการปฏิรูปทั้งระบบ ถือว่าอยู่ในระยะที่ 1 ของการปฏิรูปประเทศ ส่วนระยะที่ 2 คือการส่งต่อไปยังรัฐบาลหน้า ดังนั้นเราต้องวางแผน จะเดินหน้าประเทศอย่างไรตั้งแต่ปี 60-64 ใครจะเดินยังไม่รู้ แต่ช่วงนี้เราจะวางพื้นฐานเอาไว้โดยพวกเราต้องช่วยกัน อย่าให้ประเทศถอยกลับมาที่เดิมอีก จะได้เข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 ตามที่วางไว้ ในขณะที่ 1.0, 2.0, 3.0 ยังมีอยู่ ซึ่งแต่ละแท่งต้องพัฒนาการเรียนรู้ ปรับตัวเองให้เท่าทันต่อการพัฒนาประเทศ มีคนเคยพูด 'เปิดเผยคือโปร่งใส ปกปิดคือยกเว้น' ตนฟังก็งงๆ ดูเหมือนเราไปปกปิดใคร ถ้าเราจะขับเคลื่อนไทยด้วยเทคโนโลยีต้องปรับวิธีคิดใหม่ให้แตกต่าง ต้องช่วยกันเป็นผู้นำเพื่อสู่การเปลี่ยนแปลง คิดใหม่ ทำใหม่ โดยฟังคนอื่น ตนอยู่มา 3 ปี ทั้งฟัง ทั้งอ่าน จนตาเร่ิมเจ็บ มองอะไรเจ็บ เร่ิมต้องใส่แว่นบ่อยขึ้น

"ฉะนั้นหากเราต้องใช้ตรงนี้ได้ จะช่วยลดเรื่องของเอกสารได้เยอะ บางทีนั่งอ่านตาแทบแฉะ เรื่องนิดเดียวมาเป็นปึก จึงต้องมีการใช้ดิจิทัล ใช้ความคิดมาเสริมและสรุป เวลาทำงานอะไรก็ตาม ซึ่งการปฏิบัติข้างล่างข้าราชการเก่งอยู่แล้วก็ต้องทำคู่ขนานกันไป ตนพูดให้ง่ายขึ้นสำหรับคนข้างนอกฟังไม่เข้าใจ บอกเรื่องเก่ายังไม่จบ ทำเรื่องใหม่อีกแล้ว ถึงต้องให้กำหนดยุทธศาสตร์ให้มีการพัฒนาคน หลายคนแนะนำว่าต้องพัฒนาเรื่องนั้นก่อน เรื่องนี้ก่อน เวลาตนพูดไม่ฟัง คิดแล้วก็พูดตำหนิติติง มีคนแบบนี้เยอะ จึงทำงานได้ยากถึงต้องมีการพัฒนาระบบการศึกษาสร้างคนที่มีหลักคิด ไม่ใช่คิดฉลาดก็ได้ คิดดีก็ได้ คิดโกงก็ได้ แต่ต้องคิดวิเคราะห์ ต้องมีหลักคิดที่ถูกต้อง หลักคิดที่ดี เอามาต่อยอด คิดสร้างสรรค์ ถ้ารัฐบาลต้องช่วยตลอดมันไปไม่ได้ พังกันทั้งประเทศ วันนี้อย่าเอามาตีกัน อะไรไม่ดีต้องเอามาแก้ไข ต้องบูรณาการทันการเปลี่ยนแปลงโลก"

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ปัญหาการบริหารจัดการกำลังพลให้มีประสิทธิภาพ ถ้าตั้งหรือรับข้าราชการมากเกินไปก็เกิดปัญหา การบรรจุทดแทนการเกษียณอายุราชการต้องมีการปรับจำนวน แต่ไม่ทำให้ท่านเดือดร้อน เพียงแต่ข้าราชการใหม่ที่รับเข้ามาต้องมีรูปแบบ ต้องเป็นแบบเฉพาะกิจ หรือตั้งเป็นพนักงานราชการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง อย่างทหารทำตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ วันนี้ต้องจ้างคนพิเศษมาทำตรงนี้จะได้เร็วขึ้น เราต้องเสียเวลาในการอบรมคนที่มีอยู่เดิมนานกว่าจะเก่ง คนที่จบมาโดยตรง แต่เราบรรจุคนทั้งหมดไม่ได้ จึงต้องดูเรื่องการพัฒนาระบบราชการ โดยมีพนักงานราชการมีรายได้สูงขึ้น มีค่าตอบแทนพิเศษ เพื่อทดแทนการเกษียณอายุ ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีใครอยากมา โดยที่ประชาชนต้องเข้าถึงข้อมูลและมีส่วนร่วม เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อความมั่นคง วันนี้ระบบความปลอดภัยขณะนี้ลดลง เพราะประชาชนต่อต้านการบังคับใช้กติกา กฎหมาย เพราะถือเป็นสิทธิส่วนบุคคลแต่ไปละเมิดคนอื่น เหมือนกับละเมิดคนเขียนไม่ได้ แต่คนเขียนละเมิดคนอื่นได้ ดังนั้น ต้องสร้างให้เกิดความเป็นธรรม และสร้างความเข้าใจตรงนี้

นายกฯ กล่าวว่า มีบุคคลในมูลนิธิ 2 คนที่ฟ้องร้องตนมาเป็นพันคดี แล้วเราทำอะไรเขาได้หรือไม่ ก็ทำไม่ได้ ก็แค่รับฟังเขาแล้วพยายามแก้ปัญหาไป เพราะอย่างน้อยเขาก็ทำให้เราระมัดระวังมากขึ้น แต่ขออย่าบิดเบือน ถ้าบิดเบือนก็ต้องใช้กฎหมายกัน ถ้าไม่บิดเบือนก็รับแก้ให้หมด ตนไม่อยากเอ่ยชื่อเพราะอาจเกิดปัญหา ขี้เกียจพูดวันนี้ทะเลาะกับคนมาพอแล้ว ตนไม่เคยอยากทะเลาะกับใคร บางทีก็เผลอไปบ้าง ก็เพราะตนเป็นมนุษย์ การสร้างความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สิน แค่ทหารและตำรวจไม่ได้ ทุกคนต้องสร้างภูมิคุ้มกัน แต่ถ้าถึงขั้นใช้อาวุธและกำลังแล้วค่อยเข้าไปบังคับใช้กฎหมาย ไม่ใช่ปราบปรามในทุกเรื่อง ถ้าอย่างนั้นเรียกว่าภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอ ที่มีทั้งการเฝ้าระวังและเรื่องของความเชื่อศรัทธา รวมถึงเรื่องศาสนาต่างๆ

"เราต้องสร้างการเรียนรู้ อย่าไปมุ่งเน้นว่าต้องใช้กำลังทหาร ตำรวจ หรือใช้กฎหมายตลอดเวลา ซึ่งผมไม่เคยชินการใช้กฎหมาย มีคนบอกว่าผมเคยชินกับการใช้มาตรา 44 เยอะ ผมไม่อยากจะใช้ แต่จำเป็นก็ต้องใช้ ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีทางออกที่จะเดินหน้าอย่างอื่นได้ ในเมื่อกฎหมายปกติไม่ได้รับการยอมรับนับถือ หรือกฎหมายปกติยังไม่ออกมา เราใช้ประโยชน์อย่างนี้มากกว่า ผมขอถามหน่อยว่ามันใช้เยอะตรงไหน ใช้เพื่อบูรณาการ แก้ปัญหาติดขัดที่เป็นอุปสรรคเดินหน้าประเทศ ใช้ในเรื่องความมั่นคงน้อยมาก ใช้ก็เพื่อปกป้องเจ้าหน้าที่ คนไทยชอบโทษกฎหมาย โทษเจ้าหน้าที่ แต่ไม่เคยโทษตัวเอง ใครพูดอะไรก็อย่าไปคล้อยตามเหมือนดูมวยมันจะน็อกกันเมื่อไหร่ มันกดดันเจ้าหน้าที่ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ตัดสินใจผิดพลาด เพราะกระแสกดดัน"

นายกฯ กล่าวว่า อย่างการป้องกันชายแดนและการแก้ปัญหาภาคใต้ทั้งหมดถ้าประชาชนร่วมมือกันก็จบ แต่ไม่ใช่สังคมที่ปลุกขึ้นมาเพื่อต่อสู้กฎหมาย เจ้าหน้าที่รัฐ ต่อสู้การทำงานที่มีหลักการและเหตุผลที่ถูกต้องเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม ทั้งนี้ บ้านเราคนใช้เฟซบุ๊ก 44 ล้านคน มีทั้งดีและไม่ดี ลองดูบางคนใช้โทรศัพท์กันกี่เครื่อง ไม่รู้จะโทรอะไรกันนักหนา

"ผมว่าตัวผมเอง บางเบอร์มันโทรมาด่าผมลูกเดียวเลย แต่อยากจะว่าอะไรก็ว่าไป วันนี้ความเป็นส่วนตัวผมถูกละเมิดไปเยอะ แต่เขาบอกเป็นคนของประชาชน เพราะฉะนั้นจะด่าอะไรก็ได้ แหมอย่างนี้ก็ดีเหมือนกันนะ เป็นนายกฯ ของประชาชนต้องยอมรับการด่าของใครก็ได้ ให้มีเหตุผลหน่อยจะมาด่าอะไรผม ถ้าเล่นเขียนมาผมก็สู้ท่านไม่ได้ ผมก็อธิบายท่านไม่ได้ ผมไม่สู้ใครอยู่แล้ว"

นายกฯ ย้ำ ถ้ายังขัดแย้งแก้ปัญหาไม่ได้ อย่าเอามาปนกัน ต้องใช้เวลา พร้อมปลุก ขรก.เป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงผ่านดิจิทัล บอกเหตุใส่แว่น อ่าน-ฟังมา 3 ปี ทำตาเจ็บ ปัดไม่ชินใช้ ม.44 อย่างที่ถูกกล่าวหา 8 มี.ค. 2560 14:56 8 มี.ค. 2560 16:42 ไทยรัฐ