วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาดูกับมาดาม: ‘American Pastoral’ หนังที่ชาวฮิปสเตอร์ไม่ควรพลาด

หนักหนา หนักหน่วง ไม่มีช่องว่างให้เสียงหัวเราะ และดราม่ามากกว่าหนังชีวิตร่วมสมัยเสียอีก

ที่บอกว่าชาวฮิปสเตอร์ไม่ควรพลาด เพราะ ‘American Pastoral’ หรือชื่อไทย ‘อเมริกัน ฝันสลาย’ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิวัติทางสังคมในอเมริกาปี 1960 ช่วงที่ “ฮิปปี้” หรือจะเรียกว่าต้นแบบหรือแรงบันดาลใจของ “ฮิปสเตอร์” ยุคนี้ก็เป็นได้ แพร่หลายไปทั่วโลก...แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าหนังไม่ได้ชิลและ “Slow Life” อย่างที่สาวกฮิปสเตอร์ชื่นชอบ แต่อาจจะหนักหนาและน่าหนักใจกว่าที่คิด


แต่เดี๋ยวก่อน...ที่ว่าน่าหนักใจไม่ได้หมายความว่าหนังไม่ดี แต่เนื้อหาและสิ่งที่ต้องการเล่านั้นหนักหน่วงเอาการทีเดียว เริ่มด้วยยุคสมัย 1960s ยุคของสงครามเวียดนาม ผู้คนล้มตาย เศรษฐกิจถดถอย กลุ่มคนหนุ่มสาวในอเมริกาเริ่มตั้งคำถามถึงความหมายของชีวิตและการเสาะแสวงหาโลกใหม่ที่เต็มไปด้วยความรักและเสรีภาพ

“Make Love, not War.” น่าจะเป็นวลีดังที่หลายคนเคยได้ยิน ยุคสมัยในเรื่องก็ยุคเดียวกันนี้แหละค่ะ ซึ่งแม้จะมีหนังมากมายที่มีเนื้อหาสัมพันธ์กับยุคนี้ แต่จะมีสักกี่เรื่องที่พูดถึงความเป็นไปของเหล่า “ฮิปปี้” หรือ “ขบวนการบุปผาชน” อย่างจริงๆ จังๆ...

จะเรียกว่า ‘American Pastoral’ เป็นหนังที่บอกเล่าเรื่องราวของ “ฮิปปี้” ในยุคนั้นก็ไม่ผิดนัก เพราะหนึ่งในตัวเอกของเรื่อง “เมอร์รี่” (ดาโกต้า แฟนนิ่ง) ก็เป็นหนึ่งในขบวนการเรียกร้องเสรีภาพและชีวิตที่ดีกว่า แต่ที่น่าสนใจกว่าคือปฏิกิริยาของคนรอบข้างของชาวฮิปปี้อย่างครอบครัวตัวอย่างของ “สวีท เลวอฟ” (ยวน แม็คเกรเกอร์) และ “ดอว์น เลวอฟ” (เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี่) พ่อแม่คนดังประจำรัฐของ “เมอร์รี่”

ที่ว่าน่าสนใจก็เพราะหนังไม่ได้บอกเล่าว่า “ฮิปปี้” ทำอะไรได้บ้าง แต่เล่าถึงที่มาและคาแรกเตอร์ของคนที่มีแนวโน้มจะเข้าขบวนการนี้ แถมพาดพิงถึงสูตรสำเร็จทางสังคมและวัฒนธรรมของคนอเมริกันในยุคนั้น หรือที่เรียกว่า “American Dream” ว่าถูกฉีกทึ้งและต่อต้านขนาดไหนจาก “ฮิปปี้” ในยุคนั้น

‘American Pastoral’ เป็นผลงานกำกับเรื่องแรกของ “ยวน แม็คเกรเกอร์” ซึ่งเรื่องนี้รับบทนำเองด้วย โดยสร้างจากนวนิยายรางวัลพูลิตเซอร์ปี 1988 ชื่อเดียวกันของ ‘ฟิลิป รอธ’ นอกเหนือจากนั้นยังได้นักแสดงมากฝีมืออย่าง “เจนนิเฟอร์ คอนเนลลี่” และ “ดาโกต้า แฟนนิ่ง” มารับบทสำคัญ ทำให้เรื่องมีสีสันและน่าติดตาม โดยเฉพาะ “ดาโกต้า” ที่ทำให้ทึ่งได้ตลอดเรื่อง...ทุกฉากที่เธอปรากฏตัว!

นอกจากการแสดงอันน่าทึ่งของ “ดาโกต้า” จุดเด่นอีกอย่างของเรื่องคือเนื้อหาเข้มข้นและพลิกความคาดหมายเสมอ เราจะแทบเดาไม่ออกเลยว่าเหล่าตัวละครเอกจะทำอะไร มีปฏิกิริยาแบบไหนกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และถึงจังหวะจะเนิบนาบและคนดูต้องตั้งใจดูอย่างมาก แต่ก็น่าลุ้นทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะจุดจบสุดท้ายของเหล่าตัวละคร

เอาเป็นว่าคอหนังดราม่าพีเรียด หนังประวัติศาสตร์ หนังอินดี้ และสาวกฮิปปี้ หรือใครที่เบื่อหนังฮอตฮิตติดกระแส ต้องไม่พลาดนะคะ รับรองว่าจะได้เนื้อหาแปลกใหม่ ซึ่งแม้จะหนักหน่วงถ่วงหัวใจอยู่บ้าง (แถมอึดอัดและกดดันในหลายๆ ช่วง) แต่ก็อัดแน่นด้วยนักแสดงคุณภาพที่จะไม่ทำให้คุณๆ ผิดหวังแน่นอน

จนกว่าจะพบกันใหม่
มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer

หนักหนา หนักหน่วง ไม่มีช่องว่างให้เสียงหัวเราะ และดราม่ามากกว่าหนังชีวิตร่วมสมัยเสียอีก 8 มี.ค. 2560 13:55 ไทยรัฐ