วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอนกนั่งปธ. กก.พัฒนาพรรค

ภูมิธรรม-ชำนิ อนุทินกับนิกร เป็น‘กรรมการ’

“บิ๊กตู่” ยันโรดแม็ปเลือกตั้ง ไม่เปลี่ยนแปลง ทุกอย่างจะ คลี่คลายหลังผ่านพ้นพระราชพิธีสำคัญ “ประวิตร” ยันซื้อแน่เรือดำน้ำจีน งบผ่าน สนช.แล้ว อยู่ระหว่างประสานจีทูจี ครม.ควักภาษีเกือบ 300 ล้าน จ่ายสมาชิก สปท. ที่ได้อยู่ต่อนานขึ้น พท.ย้ำนิรโทษกรรมจำเป็นต่อการปรองดอง “เจ๊หน่อย” โผล่ร่วมทีมหารือ “บิ๊กช้าง” ขณะที่ สปท.ย้ำกรอบไม่ผลักดันนิรโทษกรรม กกต.ตั้งคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมือง พท.-ปชป.-ภท.-ชทพ.เข้าร่วม “เอนก” นั่งประธาน “ภูมิธรรม-ชำนิ-อนุทิน-นิกร” ร่วมเป็นกรรมการ จัดทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาพรรคการเมืองเสนอต่อ กกต. ด้าน กรธ.ไม่เร่งรีบส่ง ก.ม.ลูกให้ สนช. “มีชัย” จ่อยกเลิกหลักสูตรพิเศษองค์กรอิสระ ตัดคอนเนกชันสลายความเกรงใจ ชี้เปรี้ยงดูงานต่างประเทศไร้ประโยชน์ กกต.แย้งลัดฟ้าดูงานช่วยเปิดโลกทัศน์มุมมองใหม่ๆ สรรพากรวืดเก็บภาษี “ทักษิณ” ขายหุ้นชินฯ หลังไม่ได้ออกหมายเรียกภายใน 5 ปี จนหมดอายุความ

ในขณะที่การปฏิรูปประเทศและการสร้างความสามัคคีปรองดองกำลังดำเนินไปภายใต้กลไกของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ยังคงมีคำถามเป็นระยะถึงโรดแม็ปการทำงานของรัฐบาลที่จะนำไปสู่การเลือกตั้ง ว่ายังคงเป็นไปตามเดิมหรือเปลี่ยนแปลงยืดเวลาออกไปหรือไม่

“บิ๊กตู่” ยันโรดแม็ปเลือกตั้งไม่เปลี่ยน

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. เวลา 14.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์จากฝ่ายการเมืองที่หวั่นจะมีการขยับโรดแม็ปว่า สื่อก็รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ใครเป็นคนทำ สื่อก็ไปหาคนทำ ตนพยายามทำให้สงบอยู่แล้ว เรื่องโรดแม็ปก็บอกอยู่แล้วว่าไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรทั้งสิ้น บอกไปแล้วว่ามีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ทุกอย่างจะคลี่คลายลงหลังจากพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และมีพิธีพระบรมราชาภิเษก ว่ากันเรื่องขั้นตอนของประชาธิปไตย เหตุการณ์เกิดขึ้นมาโดยที่เราไม่คาดคิด ไม่อยากให้เกิดอยู่แล้ว เมื่อถามว่าเครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบ ครม.กรณียังไม่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “รอสิ อีกไม่นานเดี๋ยวเขาจะเปิดเผยให้ดูพร้อมกำหนดพระราชทานโดยละเอียด”

พูดน้อยกำชับวันสตรีอย่าทำรุนแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ ใช้เวลาตอบคำถามที่ผู้สื่อข่าวเขียนส่งให้กับทีมงานโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีไว้ล่วงหน้าเพียงสั้นๆ ประมาณ 6 นาที ด้วยท่าทีสีหน้าแบบเบื่อหน่าย ทั้งนี้ เมื่อสิ้นสุดการแถลงลงจากโพเดียมแถลงข่าวเดินเกือบจะพ้นจากกลุ่มผู้สื่อข่าว พล.อ.ประยุทธ์ได้หยุดหันมากล่าวกับผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับวันสตรีสากลว่า “พรุ่งนี้ (8 มี.ค.) เป็นวันสตรีสากล ต้องให้เกียรติสตรีและอย่าทำรุนแรงกับสตรี” จากนั้นกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังกลุ่มผู้สื่อข่าวที่เป็นผู้หญิงที่นั่งอยู่ว่า “แล้วสตรีก็อย่ามารุนแรงกับผมด้วย” ก่อนจะเดินเลี่ยงออกจากตึกบัญชาการไปยังห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้าทันที

“ประวิตร” ยันซื้อเรือดำน้ำรอคุยจีทูจี

เมื่อเวลา 14.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีการจัดซื้อเรือดำน้ำจากสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า เรื่องนี้อยู่ใน พ.ร.บ.งบประมาณผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่จะเสนอ ครม. เมื่อไหร่เท่านั้น เวลานี้อยู่ในขั้นตอนประสานงานกับประเทศที่เราจะซื้อแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) อยู่

ด้าน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม กล่าวว่า ไม่ทราบว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการอนุมัติจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือหรือไม่ เพราะไม่ได้อยู่ร่วมประชุมตลอด เพราะติดภารกิจเปิดตลาด วิถีใต้ ที่คลองผดุงกรุงเกษมประมาณ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นจึงได้เข้าร่วมประชุม ครม. ไม่มีการพิจารณาวาระดังกล่าว ยืนยันว่าหากมีการพิจารณาจัดซื้อยุทโธปกรณ์ ตนในฐานะ รมช.กลาโหมต้องเข้าร่วมประชุม ครม.อยู่แล้ว

ครม.ควักภาษีจ่าย สปท.เกือบ 300 ล้าน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติงบประมาณ 293,869,800 บาท ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (สผ.) ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสนับสนุนการปฏิบัติงานของสมาชิก สปท.เพิ่มเติม เนื่องจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 ที่ได้รับจัดสรรจำนวน 4 เดือน (ต.ค.59-ม.ค.60) จำนวน 189,440,600 บาท ไม่เพียงพอต่อการดำเนินงานและใช้จ่ายเพื่อรองรับการปฏิบัติงานของ สปท. ตลอดจนคณะกรรมาธิการที่จะขยายเวลาปฏิบัติงานจนกว่าจะมีกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ และประกาศใช้บังคับภายใน 120 วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แต่โดยปัจจุบันยังไม่มีการประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้ระยะเวลาการสิ้นสุดของ สปท.ต้องขยายออกไปอีก 8 เดือน ตั้งแต่ ก.พ.-ก.ย.60 จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องขอใช้เงินงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

มท.1 เดินหน้าเวทีปรองดอง ตจว.

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีถึงการตั้งข้อสังเกตเวทีปรองดองในต่างจังหวัดไม่มีคู่ขัดแย้งเข้าร่วมว่า ขณะนี้คณะทำงานเรื่องนี้ได้มีการทำความเข้าใจกับผู้ว่าราชการจังหวัดให้ไปดำเนินการแล้ว โดยกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินตามกรอบที่คณะกรรมการวางไว้ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานไม่มีคู่ขัดแย้งเข้าร่วม อยากทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนว่าหากต้องการให้เกิดความปรองดองขึ้น ควรมาพูดคุยแสดงความเห็นเพื่อหาทางออกร่วมกัน เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่เวทีปรองดองในต่างจังหวัดเป็นเวทีปิด พล.อ.อนุพงษ์ ตอบว่า เราดำเนินการทุกอย่างไปตามกรอบการทำงานและขั้นตอนที่วางไว้

พท.ยันนิรโทษจำเป็นต่อปรองดอง

ที่หอประชุมเปรมติณสูลานนท์ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา พล.ต.อนุสรณ์ นุตสถิต รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครราชสีมา ผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 2 นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ร่วมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดองในจังหวัดนครราชสีมาวันที่ 2 สำหรับกลุ่ม 1 พรรคการเมือง นักการเมืองท้องถิ่นและมวลชนในพื้นที่ วันนี้เป็นคิวของพรรคเพื่อไทย มีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง อดีต รมว. คมนาคม อดีต ส.ส. และแกนนำคนเสื้อแดง ร่วมแสดงความคิดเห็น โดยนายประเสริฐกล่าวว่า เวทีที่โคราชเป็นแนวคิดของกลุ่มอดีตผู้แทนและกลุ่มอดีตผู้นำทางการเมือง การปรองดองในอดีตที่ผ่านมาเคยทำมาแล้วหลายครั้ง เราอยากให้สำเร็จประเทศเดินไปข้างหน้าได้ ส่วนเรื่องการเยียวยาเรื่องการนิรโทษกรรมก็เป็นส่วนหนึ่งของการปรองดอง เพราะมีกลุ่มคนที่มีอุดมการณ์ความเชื่อที่ไม่ได้มีความผิดอะไรมากมาย และได้รับโทษทางอาญา บางคนโทษจองจำอยู่ ทั้งฝั่งเสื้อเหลือง เสื้อแดง

“เจ๊หน่อย” ร่วมทีม พท.พบ “บิ๊กช้าง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยเตรียมส่งแกนนำพรรครวม 6 ราย ประกอบด้วย พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย นายโภคิน พลกุล คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรค เข้าร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนแนวทางปรองดองกับคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็นเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง ที่มี พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ในวันที่ 8 มี.ค. เวลา 09.00 น. ที่กระทรวง กลาโหม พร้อมกันนี้ พรรคเพื่อไทยได้จัดทำข้อเสนอแนะเป็นเอกสารเสนอต่อคณะอนุกรรมการฯด้วย

สปท.ตีกรอบไม่ดันนิรโทษกรรม

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เพื่อทบทวนร่างรายงาน เรื่องการแก้ปัญหาความขัดแย้งและการสร้างปรองดองทางการเมือง ของคณะ อนุ กมธ.พิจารณารวบรวมความเห็น วิเคราะห์ และสังเคราะห์ประเด็นการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและการสร้างความปรองดองทางการเมือง

โดยนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.การเมือง สปท.ให้สัมภาษณ์ว่า ข้อเสนอที่ปรับเพิ่มเติม คือ การใช้กลไกและกระบวนการยุติธรรม เพื่อเป็นทางออกของความขัดแย้ง ในข้อเสนอจะไม่มีประเด็นการนิรโทษกรรมแน่นอน ส่วนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในอนาคต มีแนวทาง เช่น กฎหมายอำนวยความยุติธรรม ส่วนกรณีที่รัฐบาลสร้างม็อบของตนเองเพื่อเผชิญหน้าคนที่ไม่เห็นด้วย จะต้องมีมาตรการป้องกันและต้องให้รัฐบาลทำความเข้าใจกับม็อบ เพื่อหาทางออกร่วมกันมากกว่า สร้างสถานการณ์เผชิญหน้า ส่วนกระบวนการค้นหาความจริง จะใช้กระบวนการทางศาลที่ต้องตัดสินคดีตามความถูก ความผิดในชั้นศาล และให้ศาลเป็นผู้วินิจฉัย

เพิ่มช่องทางสื่อสารตีปี๊บผลงาน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. กล่าวถึงความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศว่า ขณะนี้สปท.ได้ส่งรายงานการปฏิรูปประเทศและข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลจำนวนทั้งสิ้น 142 เรื่อง และอยู่ระหว่างปรับปรุง 4 เรื่อง เชื่อว่าการปฏิรูปประเทศจะขับเคลื่อนไปตามโรดแม็ปภายใต้การดำเนินการของ ป.ย.ป. ปีนี้ถือเป็นปีแห่งการปฏิรูป ขอเรียกร้องให้ทุกส่วนร่วมมือร่วมใจ เปลี่ยนความคิด ก้าวข้ามความขัดแย้งในอดีต ทุกคนต้องตระหนักว่าการปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องของทุกคน เริ่มปฏิรูปที่ตนเองก่อน ที่ผ่านมามีนักวิชาการและนักการเมืองบางคน อาจจะขาดข้อมูลข่าวสารความคืบหน้าในการปฏิรูปประเทศ และอาจจะเป็นข้อบกพร่องของ สปท. ดังนั้นสปท.จะมุ่งเน้นปรับปรุงและเพิ่มช่องทางการสื่อสาร เพื่อนำข้อมูลไปยังสาธารณะมากขึ้น ขอให้ทุกภาคส่วนติดตามรายงานของ สปท. หากมีข้อวิจารณ์ สปท.พร้อมรับฟัง ยืนยันการทำงานของแม่น้ำ 5 สาย เราเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็น และควรเน้นหลักคิดมากกว่าการใช้สำนวนโวหาร ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการเมืองแบบเก่า

“วรชัย” เตือน “บิ๊กตู่” ระวัง ปชช.ลุกฮือ

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาล คสช. เริ่มมีปัญหา นักวิชาการอิสระอย่างนายธีรยุทธ บุญมี ก็ออกมาพูดว่าถ้ารัฐบาลไม่ทำตามโรดแม็ปที่ให้ไว้ จะกลายเป็นเรือแป๊ะเกยตื้น วันนี้ปากท้องของประชาชนมีปัญหา การค้าขายฝืดเคือง แต่สำนักโพลบางสำนักยังออกมาให้ข้อมูลว่าประชาชนยังเชื่อมั่นรัฐบาลอยู่ทั้งที่สวนทางกับคนในสังคม จึงอยากเตือนรัฐบาลให้เปิดรับข้อมูลที่เป็นจริง ไม่เช่นนั้นจะเดินไปผิดทางสุดท้ายจะนำไปสู่ทางตัน ที่สำคัญวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ไม่มีการพูดถึงวันเลือกตั้งเลย ทั้งที่เป็นสิ่งที่ประชาชนรอคอย ประชาชนมองอยู่ว่ารัฐบาลทำอะไรบ้าง แต่สิ่งสำคัญประชาชนอยากรู้คือจะได้เลือกตั้งกันวันไหน ถ้ายังมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเรื่อยๆเกรงว่าวันหนึ่งประชาชนจะลุกฮือจนรัฐบาลควบคุมไม่ได้ จะเกิดความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีก

เด็ก ปชป.ยังข้องใจแนวคิดนิรโทษ ภท.

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงนายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่ตอบโต้เรื่องพรรคภูมิใจไทยลอกการบ้านข้อเสนอปรองดองของพรรคเพื่อไทยที่ให้มีการนิรโทษกรรมและกล่าวว่าใส่ร้ายป้ายสีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยว่าเป็นเท็จทั้งสิ้นนั้นว่า ขอยืนยันว่าที่พูดทั้งหมดเป็นความจริง อยากให้ประชาชนรู้ว่าการเมืองข้างบนเขาเกี้ยเซียะกัน กรณีนายอนุทินบินพา พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตหัวหน้าคณะรัฐประหาร ด้วยเครื่องบินส่วนตัวพาไปพบนายทักษิณที่เมืองนอก ก็เรื่องจริง ถ้าไม่จริงกล้าไปสาบานต่อวัดพระแก้วให้เครื่องบินตกหรือไม่ ส่วนข้อเสนอการนิรโทษกรรมขอถามว่าพูดเพื่อประเทศชาติหรือพูดเพื่อใคร คนเป็นหัวหน้าพรรคต้องมีอุดมการณ์เสียสละเพื่อบ้านเมือง ไม่ใช่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนก่อนประเทศชาติ นายอนุทินอาจได้เป็นว่าที่นายกรัฐมนตรี หากทหารหนุนนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ตนก็ยินดีที่จะเป็นฝ่ายค้านด้วยความเต็มใจ

รับ “เสี่ยหนู” พา “บิ๊กบัง” พบ “ทักษิณ”

นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเกี้ยเซียะกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า นายอนุทินได้เป็นคนนำ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตหัวหน้า คมช. ไปพบนายทักษิณจริง ไม่ใช่เรื่องที่เป็นความลับ เพื่อนำคู่ขัดแย้งให้พบกัน อันเป็นประโยชน์ในการสร้างความปรองดอง มิใช่เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นสถานการณ์การเมืองในช่วงนั้น การกระทำคราวนั้นของนายอนุทิน เพื่อต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการมีส่วนช่วยบ้านเมือง ขอบอกว่าทุกคนก็รักชาติบ้านเมือง อย่าผูกขาดความรักชาติไว้ที่ตัวคนเดียวแล้วว่าคนอื่นไม่ดี

กกต.ตั้งคนการเมืองพัฒนาระบบพรรค

วันเดียวกัน มีคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ 14/2560 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ ลงนามโดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. โดยประกอบด้วยประธานกรรมการ กรรมการ เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ รวม 20 คน อาทิ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นประธานกรรมการฯ เลขาธิการ กกต. เป็นรองประธานกรรมการฯ นายประสาน วงศ์สวัสดิ์ ที่ปรึกษา กกต. นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายนิกร จำนง ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นต้น คณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่กำหนดแนวทางในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพรรคการเมือง แผนพัฒนาพรรคการเมืองและแนวทางการพัฒนาพรรคการเมืองเพื่อการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ กำหนดแนวทางสร้างการรับรู้เกี่ยวกับพรรคการเมืองให้ประชาชน ส่งเสริมให้ประชาชนและสมาชิกพรรคการเมืองเข้ามามีส่วนร่วมหรือสนับสนุนพรรคการเมือง ตรวจสอบการดำเนินกิจการของพรรค นอกจากนี้ยังมีอำนาจหน้าที่ในการติดตามประเมินผลการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง มีผลตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค.

กรธ.ไม่เร่งรีบส่ง ก.ม.ลูกให้ สนช.

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) นายมีชัยกล่าวถึงปฏิทินทำงานของ กรธ.ว่า ระยะเวลาเลือกตั้งที่ชัดเจนจะทราบเมื่อรัฐธรรมนูญใหม่ใช้บังคับ หากพิจารณาจากระยะเวลาสูงสุดที่ทำกฎหมายลูกคือ 8 เดือน และบวก 2 เดือนที่ สนช. ต้องพิจารณากฎหมาย รวมเป็น 10 เดือน แต่หากมีข้อขัดแย้งที่ กรธ.และ สนช.ต้องพิจารณาร่วมกัน ต้องบวกเวลาไปอีก 30วัน ดังนั้นเวลาที่ใช้สูงสุดคือตรงนั้น แต่จะทำเสร็จก่อนกรอบเวลาดังกล่าวหรือไม่ คำตอบอยู่ที่กฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง โดย กรธ.จะพิจารณาส่งร่างกฎหมายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และร่างกฎหมายของพรรคการเมืองให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาและรอดูเนื้อหาว่าจะปรับแก้ไขเนื้อหาอย่างไร จากนั้นพรรคการเมืองและ กกต.ต้องใช้เวลาเตรียมตัวเท่าใด หากเตรียมความพร้อมเสร็จแล้ว ก็จะส่งกฎหมาย ส.ส.และร่างกฎหมาย ส.ว. ให้ สนช.พิจารณา ตอนนี้เราทำล่วงหน้าอยู่ อย่างน้อยที่สุด 3-4 ฉบับแรกก็พร้อม แต่ต้องนึกถึงการทำงาน สนช.ด้วย หากเราส่งพรวดไปจะลำบาก สนช.ขอให้ทยอยส่ง โดยเมื่อ สนช.พร้อม กรธ.จะส่งกฎหมายพรรคการเมืองและ กกต.ไปก่อน จากนั้นส่งเดือนละฉบับทุกเดือนต่อเนื่องกัน

จ่อล้างหลักสูตรพิเศษ-ดูงาน ตปท.

นายมีชัยกล่าวถึงกรณีการพิจารณาห้ามไม่ให้องค์กรอิสระมีหลักสูตรพิเศษว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะบัญญัติในเนื้อหาของกฎหมายลูกขององค์กรอิสระทุกองค์กรหรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เขียนระบุไว้ในกฎหมายลูกของ กกต.ไปแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะครอบคลุมกับองค์กรอื่นหรือไม่ อย่างไรก็ตามการจัดหลักสูตรให้เจ้าหน้าที่ในองค์กรอิสระเรียนกับบุคคล ทำให้กลายเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลนั้น อาจต้องพิจารณาไม่ให้มี แต่กรณีของการจัดอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรขององค์กร โดยเชิญบุคคลภายนอกให้ความรู้อาจยังให้ทำได้อยู่ ตนมองว่าคนในองค์กรอิสระมีความรู้มีความชำนาญก่อนได้รับพิจารณาเข้ารับตำแหน่งแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปอบรมเพิ่มความรู้อีก ส่วนกรณีการดูงานต่างประเทศนั้น อาจต้องพิจารณาด้วย เช่น กรณีของ กกต. ที่ไปดูงานด้านการเลือกตั้งหรือการปราบทุจริต กกต.ตั้งมาเป็น 10 ปีแล้วมีความจำเป็นหรือที่ต้องไปต่างประเทศ หรือการไปดูงานประเทศที่ไม่มีการทุจริตเพื่อนำมาปรับใช้กับประเทศที่มีทุจริต ก็ไม่เชื่อว่าไปดูแล้วจะได้อะไร การตรวจสอบการใช้งบประมาณเพื่อทำหลักสูตรหรือดูงานนั้น กำหนดให้ สตง.เป็นผู้เข้าไปตรวจการใช้เงิน โดยกำหนดให้ดูประสิทธิภาพการใช้เงิน ผลสัมฤทธิ์ และประหยัดด้วย อย่างไรก็ตามรายละเอียดส่วนดังกล่าวยังอยู่ระหว่างพิจารณา

กกต.ยังเห็นต่าง กรธ.เรื่องผู้ตรวจ

ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวถึงกรณีที่ กรธ.ส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาถามความคิดเห็น กกต.ว่า สำหรับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสืบสวนสอบสวนและการไต่สวนตามร่างกฎหมายลูก กกต.ได้อำนาจมาครบถ้วน ต้องขอขอบคุณ กรธ.

ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการ กกต. รักษาการเลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงาน กกต.ได้ส่งความเห็นกลับไปยัง กรธ.เรียบร้อยแล้ว เนื้อหาส่วนใหญ่เห็นพ้องกับสิ่งที่ กรธ.ได้ยกร่างไว้ แต่ยังมีบางประเด็นที่ กกต. ยังคงเห็นต่างอยู่ โดยเฉพาะการให้มีผู้ตรวจการเลือกตั้งทำหน้าที่แทน กกต.จังหวัด

แจงบินดูงาน ตปท.เปิดโลกทัศน์

นายบุญส่งกล่าวชี้แจงการเดินไปดูงานต่างประเทศในหลักสูตรการบริหารงานระดับสูง (กบส.) รุ่นที่ 2 ว่า กบส.ไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่น ทั้งหมด4วัน ดูงานทั้งหมด 7 แห่ง โดยหลักไปดูงานที่ กกต.ญี่ปุ่น ทำให้ทราบถึงระบบการหาเสียง กระบวนการติดป้ายหาเสียง ระบบของประเทศญี่ปุ่นดีมาก ถือว่าได้รับประโยชน์สูง การเดินทางไปดูงานต่างประเทศมีความจำเป็น เป็นการเปิดโลกทัศน์ หน่วยงานไหนก็มี ถือเป็นหลักสากล ไม่ได้ออกนอกกฎกติกาใดๆ ทั้งสิ้น

พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า นักศึกษาที่ไปดูงานจะนำเสนอผลการไปดูงานทั้งหมดในวันที่ 21 มี.ค.นี้ว่าได้รับประโยชน์อย่างไร และจะนำมาพัฒนาต่อการเลือกตั้งในประเทศอย่างไรบ้าง ส่วนตัวได้เดินทางไปดูงานที่สาธารณรัฐเกาหลีได้ประโยชน์และมุมมองหลายด้าน มีโอกาสได้ไปพบกับ กกต.เกาหลี และAWEB การไปดูงานช่วยให้พนักงานระดับสูงของ กกต.มีมุมมองมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องอยู่ในประเทศอย่างเดียว

พท.เฉ่ง “จิรชัย” เที่ยวยูนิเวอร์แซล

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงการเดินทางไปศึกษาโครงการฝึกอบรบหลักสูตรผู้ช่วยผู้ตรวจราชการมืออาชีพ ที่ประเทศสิงคโปร์ ระบุการไปชมยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ ได้ประโยชน์เรื่องบริหารแหล่งท่องเที่ยวว่า หน่วยงานภายใต้จมูกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. มีข่าวในลักษณะนี้ ส่วนทางนโยบายของนายกฯ ที่ไม่สนับสนุนให้ไปดูงานต่างประเทศ เนื่องจากสิ้นเปลืองงบประมาณ ยิ่งสภาพเศรษฐกิจแบบนี้ การใช้จ่ายเงินภาษีอากรของประชาชนต้องรอบคอบ ระมัดระวัง และงานท่องเที่ยงเกี่ยวข้องกับหน่วยงานของท่านหรือไม่ ดังนั้นขอให้สำรวจตัวเองก่อน อย่าเข้าข่ายว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองหรือไม่

บิ๊กตู่สั่งสรรพากรจัดการภาษี “ทักษิณ”

อีกเรื่องหนึ่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากรพิจารณาแนวทางเรียกเก็บภาษีเงินได้จากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีขายหุ้นชินคอร์ปให้กับเทมาเสก เมื่อปี 2549 ว่า เรื่องนี้กระทรวงการคลังได้กำชับกรมสรรพากรดำเนินการอยู่ ให้มีการติดตามและประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลก็รอรับฟังรายงานจากข้อสรุปดังกล่าว

รองปลัดคลังแจงหมดอายุความแล้ว

นายประภาส คงเอียด รองปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการวินิจฉัยภาษีอากร เปิดเผยว่า การประชุมวันที่ 7 มี.ค. ไม่ได้หยิบยกประเด็นเรื่องการเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น (SHIN) ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เข้าสู่ที่ประชุม แต่เนื่องจากเป็นคดีที่สำคัญและผู้สื่อข่าวถามมาก จึงอธิบายความได้ว่า เรื่องการออกหมายเรียกจากการขายหุ้นชินคอร์ป ตามมาตรา 19 ของประมวลรัษฎากรนั้น ถือว่าสิ้นสุดแล้ว เพราะเจ้าหน้าที่สรรพากรไม่ได้ออกหมายเรียกภายในระยะเวลา 5 ปีตามที่กฎหมายกำหนด โดยนายทักษิณได้ขายหุ้นบริษัทชินในปี 2549 ทำให้การออกหมายเรียกหมดอายุความไปแล้ว โดยการออกหมายเรียกผู้เสียภาษีอากร ตามมาตรา 19 ระบุว่า กรมสรรพากรต้องออกหมายเรียกเพื่อเชิญผู้เสียภาษีมาตรวจสอบการเสียภาษีให้ถูกต้อง โดยกฎหมายดังกล่าวกำหนดอายุความของการออกหมายเรียกไม่เกิน 5 ปี โดยต้องออกหมายเรียกภายในระยะเวลา 2 ปีและสามารถต่อได้อีก 3 ปี โดยอายุความจะสิ้นสุดภายในระยะเวลา 10 ปี นับจากวันที่ออกหมายเรียก แต่หากเกินกว่า 5 ปีไปแล้ว กรมสรรพากรยังไม่ออกหมายเรียก อายุความจะสิ้นสุดภายใน 5 ปี นับจากวันที่ยื่นภาษี

เจ้าหน้าที่สรรพากรอาจโดนเฉ่ง ม.157

นายประภาสกล่าวว่า การวินิจฉัยของคณะกรรมการฯไม่ได้หมายความว่านายทักษิณจะพ้นความผิด เพราะผู้ที่จะตัดสินเรื่องนี้คือกรมสรรพากรและการพิจารณาของศาล โดยกรมสรรพากรต้องไปพิจารณาว่า ทำไมช่วง 5 ปีแรกจึงไม่ได้ออกหมายเรียก และคดีนี้ยังมีความผิดอื่นๆอีกหรือไม่ หากเจ้าหน้าที่กรม สรรพากรละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็จะมีโทษตามมาตรา 157 ภายใต้กฎหมายอาญา เพราะโดยหลักการแล้วผู้ที่มีเงินได้หรือรายได้ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีให้แก่รัฐ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเงินที่ถูกยึดทรัพย์ ถูกยึดไปก็ต้องเสียภาษีอยู่ดี เช่นเดียวกับคดียาเสพติด ที่ผู้กระทำความผิดถูกยึดทรัพย์ ซึ่งไม่ได้หมายความรายได้จากการขายยาเสพติดไม่ต้องเสียภาษี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อปี 2549 นายทักษิณได้ขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น ซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท อินทัช (INTUCH) ให้แก่บริษัท เทมาเสก โฮลดิ้งส์ (พีทีอี) ผ่านบริษัทซีดาร์ โฮลดิ้งส์ รวมเป็นเงินกว่า 73,000 ล้านบาท ต่อมา ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ตัดสินว่าเจ้าของหุ้นที่แท้จริงไม่ใช่นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรของนายทักษิณ แต่เป็นหุ้นของนายทักษิณเอง จึงเป็นที่มาของการยึดทรัพย์ 46,000 ล้านบาท แต่ สตง.ระบุว่า กรมสรรพากรยังไม่ได้เก็บภาษีจากการขายหุ้นดังกล่าว คิดเป็นเงิน 16,000 ล้านบาท จึงกลายเป็นอีก 1 คดี ที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 19 ของประมวลรัษฎากร

สนช.นัดแถลงเปิดคดีถอดถอน “ปึ้ง”

ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) เปิดเผยว่า ในการประชุม สนช.วันที่ 9 มี.ค. จะพิจารณากระบวนการถอดถอนนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ ออกจากตำแหน่ง กรณีออกหนังสือเดินทางให้นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดยไม่ชอบตามมาตรา 6 วรรคสองของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ประกอบมาตรา 64 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 โดยเป็นการประชุมเพื่อกำหนดวันแถลงของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ผู้กล่าวหา นายสุรพงษ์ผู้ถูกกล่าวหา และพิจารณาคำขอเพิ่มเติมพยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหา จากนั้นวันที่ 16 มี.ค. จะเป็นการแถลงเปิดสำนวนคดีของคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย และตั้งกรรมาธิการซักถามจำนวน 7 คน และในวันที่ 29 มี.ค.เป็นการแถลงปิดสำนวนคดี และนัดลงมติถอดถอนหรือไม่วันที่ 30 มี.ค.

คุก 2 ปี “เจ๋ง ดอกจิก” หมิ่นเบื้องสูง

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ฟ้องนายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก แกนนำแนวร่วม นปช.เป็นจำเลย ในความผิดมาตรา 112 โดยนายยศวริศเดินทางมาพร้อมทนายความ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 29 มี.ค.53 จำเลยขึ้นปราศรัยบนเวที นปช. เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ มีเนื้อหา จาบจ้วงเบื้องสูง และให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษคดีก่อการร้าย หมายเลขดำ อ.2542/2553 ของศาลอาญาด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลย 3 ปี และลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกเป็นเวลา 2 ปี แต่ไม่รอการลงโทษ ต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืน จำเลยยื่นฎีกา ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่ให้ความเกรงใจและไม่ให้ความนับถือต่อประธานองคมนตรีที่พระมหากษัตริย์ทรงเลือกและแต่งตั้ง นอกจากนี้ถ้อยคำยังสื่อถึงเบื้องสูง จำเลยยังกล่าวถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ในขณะนั้น ในลักษณะเดียวกันที่ไม่ให้ความเกรงใจและไม่ให้ความนับถือ นอกจากนี้จำเลยยังแสดงท่าทางในลักษณะเอามือปิดปาก สื่อให้เข้าใจว่าพูดไม่ได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยพิพากษายืนจำคุกจำเลย 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ ก่อนที่เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะควบคุมตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ระหว่างถูกคุมตัวขึ้นรถนายยศวริศยังฝืนยิ้มได้ และกล่าวทักทายภาษาใต้กับเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์อย่างเป็นกันเอง

“ปู” เลี้ยงข้าวแจกของเด็ก-สตรี

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พร้อมด้วยอดีต ส.ส.หญิง พรรคเพื่อไทย ไปเลี้ยงอาหารกลางวันผู้หญิง และเด็ก พร้อมมอบเงิน และสิ่งของบริจาคให้กับสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ เขตดอนเมือง เนื่องในวันสตรีสากล 8 มี.ค. โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ตักพิซซ่าพร้อมไก่ทอดแจกเด็กเล็ก และทักทายเด็กๆ อย่างเป็นกันเอง พูดคุยให้กำลังใจกับผู้หญิงที่ทางสมาคมฯให้ความช่วยเหลือ ก่อนเดินทางไปเยี่ยมศูนย์เลี้ยงเด็กอ่อน ซึ่งเป็นสถานที่ดูแลเด็กทารกที่แม่ประสบปัญหาท้องเมื่อไม่พร้อม เพื่อเตรียมหาพ่อแม่อุปถัมภ์ รวมถึงรับฝากเลี้ยงชั่วคราวเพื่อให้แม่ไปหางานทำหรือศึกษาต่อ

นายกฯส่งแจกันดอกไม้เยี่ยม “เจ๊ยุ”

เมื่อเวลา 17.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. มอบหมายให้นางฐะปาณีย์ อาจารวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร นำแจกันดอกไม้ไปเยี่ยมนางยุวดี ธัญญสิริ หรือเจ๊ยุ อดีตผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาลที่พักรักษาตัวจากอาการป่วยอยู่ที่ห้องไอซียู โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยแจกันดอกไม้ที่ส่งไปเยี่ยมติดนามบัตรของ พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยานายกฯ

“จักร์กฤษ” ซัด ก.ม.คุมสื่อยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง

นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และอดีตอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสิ่งพิมพ์ ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สปท. กล่าวถึงการแก้ไข เพิ่มเติม ร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ของคณะกรรมาธิการล่าสุดว่า ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญตามที่องค์กรสื่อคัดค้าน ตั้งข้อสังเกต และมีการท้วงติงจากกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะ ประเด็นตัวแทนรัฐในสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ และอำนาจในการให้ใบอนุญาตและเพิกถอนใบอนุญาต แค่ปรับถ้อยคำ เช่น ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ปัจจุบันไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายที่ต้องมีใบอนุญาต แต่สุดท้ายเมื่อมีการตั้งสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ สภานี้ยังมีบทบัญญัติบังคับให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อ มวลชนต้องมีใบอนุญาตอยู่ดี

เย้ย กมธ.ไร้กึ๋นยกร่างกติกาใหม่

“ล่าสุดยังปรับเปลี่ยนคณะทำงานเพื่อเตรียมการจัดตั้งสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติในบทเฉพาะกาล เป็นนายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศ ไทย และผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ไปแทนนายกสมาคมโฆษณา และนายกสภาทนายความ คำถามก็คือทำไมต้องเป็นนายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาค คำตอบก็เป็นเช่นที่ พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธานกรรมาธิการฯ บอกว่า สื่อในส่วนภูมิภาคเขาน้อยใจ ไม่ได้รับการเหลียวแล และอาจจะต้องไปเพิ่มสื่อภูมิภาคอย่างน้อย 2 คน ในสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติด้วย นี่เป็นเรื่องที่ประหลาดใจมาก ที่การตัดสินงานสำคัญระดับชาติ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ความรู้สึกของคน ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถหรือการยอมรับ จะเห็นได้ว่าการทำงาน ของ กมธ.สื่อที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความรู้ความเข้าใจในเรื่องสื่ออย่างแท้จริง หากแกว่งไปแกว่งมาตามสถานการณ์ และยังมีหลักคิดในระบบอุปถัมภ์การผลักดันกฎหมายที่พิกลพิการแบบนี้ออกไป จะสร้างความยุ่งยากอย่างใหญ่หลวงในอนาคตแน่นอน” นายจักร์กฤษกล่าว

“บิ๊กตู่” ยันโรดแม็ปเลือกตั้ง ไม่เปลี่ยนแปลง ทุกอย่างจะ คลี่คลายหลังผ่านพ้นพระราชพิธีสำคัญ “ประวิตร” ยันซื้อแน่เรือดำน้ำจีน งบผ่าน สนช.แล้ว อยู่ระหว่างประสานจีทูจี ครม.ควักภาษีเกือบ 300 ล้าน จ่ายสมาชิก สปท. ที่ได้อยู่ต่อนาน 8 มี.ค. 2560 07:45 8 มี.ค. 2560 07:45 ไทยรัฐ