วันจันทร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส.นักข่าวฯ ยัน พ.ร.บ.สื่อฯยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง ซ่อนเงื่อนให้จดทะเบียนอยู่ดี

กก.จริยธรรม สมาคมนักข่าวฯ ยัน ก.ม.พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพสื่อ ไม่เปลี่ยนแปลงตามที่สื่อเสนอ เพียงแค่ปรับถ้อยคำในร่าง เชื่อยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง เพราะซ่อนเงื่อน เชื่อในที่สุดสื่อต้องโดนจดทะเบียน ต้องมีใบอนุญาตอยู่ดี...

เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2560 นายจักร์กฤษ เพิ่มพูล กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และอดีตอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านสิ่งพิมพ์ ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงการแก้ไข เพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ของคณะกรรมาธิการ ล่าสุดว่า ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญตามที่องค์กรสื่อคัดค้าน ที่มีการตั้งข้อสังเกต และมีการท้วงติงจากกรรมการร่างรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องตัวแทนรัฐในสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ และอำนาจในการให้ใบอนุญาตและเพิกถอนใบอนุญาต

กรรมการควบคุมจริยธรรม สมาคมนักข่าวฯ กล่าวว่า นับจากที่คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือวิป สปท.ตีกลับร่าง พ.ร.บ. ให้คณะกรรมาธิการกลับไปทบทวนในประเด็นที่มีข้อโต้แย้ง ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ กรรมาธิการก็ยังคงยืนยันหลักการ ตัวแทนรัฐ และใบอนุญาต ไม่เปลี่ยนแปลง แต่ปรับถ้อยคำและเนื้อหาบางส่วน เช่น ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน ปัจจุบันไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายที่ต้องมีใบอนุญาต แต่สุดท้ายเมื่อมีการตั้งสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติ สภานี้ก็ยังมีบทบัญญัติบังคับให้ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนมีใบอนุญาตอยู่ดี ส่วนการแก้ไขของกรรมาธิการในหลายครั้งที่ผ่านมา เป็นการแก้ไขในรายละเอียดที่ไม่จำเป็น และบางครั้งอาจมีลักษณะเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้องด้วย

"ที่บอกว่ารายละเอียดที่ไม่จำเป็น เช่นล่าสุด ไปปรับเปลี่ยนคณะทำงานเพื่อเตรียมการจัดตั้งสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติในบทเฉพาะกาล เป็นนายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย และผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ไปแทนนายกสมาคมโฆษณา และนายกสภาทนายความ ที่เดิมไม่มีอยู่ คำถามก็คือทำไมต้องเป็นนายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาค คำตอบก็เป็นเช่นที่ พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธานกรรมาธิการฯ บอกว่าสื่อในส่วนภูมิภาคเขาน้อยใจ ไม่ได้รับการเหลียวแล และอาจจะต้องไปเพิ่มสื่อภูมิภาคอย่างน้อย 2 คน ในสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติด้วย นี่เป็นเรื่องที่ประหลาดใจมาก ที่การตัดสินงานสำคัญระดับชาติ ขึ้นอยู่กับอารมณ์ความรู้สึกของคน ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถหรือการยอมรับ" นายจักร์กฤษกล่าว และว่าจากการทำงานของกรรมาธิการสื่อที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานความรู้ความเข้าใจในเรื่องสื่ออย่างแท้จริง หากแกว่งไปแกว่งมาตามสถานการณ์ และยังมีหลักคิดในระบบอุปถัมภ์ การผลักดันกฎหมายที่พิกลพิการแบบนี้ออกไป จะสร้างความยุ่งยากอย่างใหญ่หลวงในอนาคตแน่นอน.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ลุยศึกษา ตปท.หาแนวทางคุมสื่อ ย้ำต้องแก้สื่อบิดเบือน

สปท.สื่อ เคาะร่าง ก.ม.คุมสื่อ หั่นโควตาภาครัฐ นั่งสภาวิชาชีพสื่อมวลชน

6 องค์กรวิชาชีพสื่อ เข้าแจง กมธ.ปฏิรูป ต่อร่าง ก.ม.ตั้งองค์กรคุมสื่อ

กก.จริยธรรม สมาคมนักข่าวฯ ยัน ก.ม.พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิเสรีภาพสื่อ ไม่เปลี่ยนแปลงตามที่สื่อเสนอ เพียงแค่ปรับถ้อยคำในร่าง เชื่อยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง เพราะซ่อนเงื่อน เชื่อในที่สุดสื่อต้องโดนจดทะเบียน ต้องมีใบอนุญาตอยู่ดี... 7 มี.ค. 2560 20:56 ไทยรัฐ