วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจรจายุติศึกเพื่อนบ้าน คู่กรณียอมรื้อกระถาง ส่วนคุณป้าลั่นเป็นสิทธิส่วนบุคคล

หญิงชราวางต้นไม้หน้าบ้าน เพื่อนบ้านอ้างถอยรถไม่ได้ เดินหน้าเจรจาหาทางออกร่วมกัน ฝ่ายหนึ่งยอมรื้อออกตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ฝั่งคุณป้าลั่นเป็นสิทธิส่วนบุคคลไม่รื้อ หากใครหยิบจับจะแจ้งความ...

จากกรณีคลิปวิดีโอการปะทะอารมณ์ระหว่างเพื่อนบ้าน โดยฝ่ายหนึ่งอ้างว่าจะถอยรถเข้าบ้านแต่ถอยไม่ได้ เนื่องจากติดกระถางต้นไม้จำนวนมากที่เพื่อนบ้านซึ่งเป็นหญิงชราวางไว้ริมถนน ขณะที่ฝ่ายหญิงชราอ้างว่า หน้าบ้านเป็นสิทธิ์ที่จะวางอะไรก็ได้ และยังสวนว่าคู่กรณีชอบรังแกคนแก่ ตามข่าวที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้ (ศึกเพื่อนบ้าน! ป้าวางกระถางต้นไม้ล้ำถนน เพื่อนบ้านถอยรถเข้าออกไม่ได้)

ทีมข่าวได้ลงพื้นที่พูดคุยกับคุณป้าอีกท่านหนึ่งที่ปรากฏในคลิปกระถางต้นไม้ขวางทางกลับรถเพื่อนบ้าน หลังคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไปตกลงหาทางออกร่วมกันที่สำนักงานเขตบางเขน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 มี.ค. โดย น.ส.วิไลวรรณ เชาวนโยธิน อายุ 77 ปี น้องสาวของ น.ส.สุกดารา เชาวนโยธิน อายุ 81ปี ที่กำลังโต้เถียงในคลิป เล่าว่า ตนเองและพี่สาวได้ช่วยกันนำกระถางต้นไม้ มาวางไว้บริเวณหน้าบ้าน เพื่อกั้นพื้นที่รถเพื่อนบ้านที่เคยนำมาจอด และรถคนนอกที่เคยมาจอดติดเครื่องยนต์ทำให้เกิดมลพิษและต้นไม้ที่ตนปลูกไว้ขายน้ันเสียหาย โดยตนและพี่สาวนั้น อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้มาหลายสิบปี หลังจากที่ได้เกษียนอายุราชการก็ปลูกต้นไม้ขาย ตามตลาดนัดของหน่วยงานราชการซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีเหตุการณ์รถยนต์ของเพื่อนบ้านคู่กรณี ไหลมาชนประตูบ้านตนได้รับความเสียหาย เมื่อหลายสิบปีก่อน ตนจึงได้นำกระถางต้นไม้ ไปวางเรียงเพื่อกั้นอาณาเขตพื้นที่หน้าบ้านของตน ต่อมาได้นำยางรถยนต์เก่ามาวาง เรียงกันอีกชั้น เพื่อกันรถเหยียบกระถางต้นไม้แตก

น.ส.วิไลวรรณ กล่าวต่อว่า การวางกระถางต้นไม้นั้นตนคิดว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล เนื่องจากกระถางนั้นอยู่ที่หน้าบ้านของตน และตนเองนั้นมีสิทธิที่จะวางได้ จึงไม่ยอมให้ขยับ โดยความกว้างจากประตูบ้านระหว่างตรงข้ามกัน ภายในซอยนั้น มีความกว้างอยู่ที่7เมตร และจะสังเกตเห็นได้ว่าแต่ล่ะหลังคาเรือน จะมีกระถางต้นไม้วางแทบทุกหลังคาเรือน ซึ่งความกว้างจากเดิม 7 เมตร ก็จะเหลืออยู่ที่ประมาณ 5 เมตร โดยวันเกิดเหตุ ตนและพี่สาว ยืนรดน้ำต้นไม้ตามปกติ และบ้านคู่กรณี ได้ถอยออกจากบ้านซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ตนเองเห็นว่า ถอยมาใกล้จนเกือบจะชนกระถาง จึงได้ฉีดน้ำเลยไปที่กระจกด้านฝั่งคนขับ เพื่อให้หยุดถอยได้แล้ว โดยไม่ได้สังเกตเห็นว่าเปิดกระจกอยู่ เนื่องจากอายุมากแล้วจึงมองไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่ จากนั้นจึงถูกต่อว่าจากคู่กรณี และมีผู้เห็นเหตุการณ์ได้นำมือถือมาถ่ายคลิปเอาไว้ จากนั้นจึงได้โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากเกรงว่าจะถูกทำร้าย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจขอให้ทั้งคู่ไปไกลเกลี่ยที่สำนักงานเขต บางเขนในวันรุ่งขึ้น แต่ตนเองและพี่สาวไม่สะดวก จึงเลื่อนมาเป็นวันที่ 7 มี.ค. เวลา 10:00 น. และเมื่อถึงเวลาตามที่กำหนด ตนจึงได้เดินทางไปยังสำนักงานเขตบางเขน ทางคู่กรณีและญาติเดินเข้ามาพูดคุยพร้อมกล่าวขอโทษ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

สำหรับคู่กรณีคือ น.ส.อุดมพร เพชรนุกูลเกียรติ อายุ 44 ปี กล่าวว่าตนจะนำกระถางต้นไม้บริเวณหน้าบ้านออกทั้งหมด เพื่อเปิดเนื้อที่ให้รถยนต์บ้านของตนเข้าออกได้สะดวกขึ้น โดยจากการสอบถาม น.ส.อุดมพร เพชรนุกูลเกียรติ และญาติ ได้เปิดเผยต่อทีมข่าวว่า มีความรู้สึกเสียความรู้สึกต่อการวิพากวิจารณ์ต่างๆนานา ในสังคมโซเชียล โดยที่ไม่รู้ที่มาที่ไป กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยครอบครัวตนนั้น ไม่เคยอคติกับคุณป้าทั้งสอง ซึ่งก่อนหน้านี้ก็พูดคุย และคอยช่วยเหลือกันดีมาตลอด จนกระทั่งเมื่อช่วงหลายเดือนก่อน มีรถที่ไม่ชินเส้นทางหลงเข้ามาในซอยซึ่งเป็นซอยตัน และจะต้องกลับรถออก ซึ่งบ้านหลังสุดท้ายคือญาติของ น.ส.อุดมพร จึงได้บอกทางและอธิบายเส้นทาง รถคันดังกล่าว จึงจำเป็นต้องกลับออก แต่ติดรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านหลังที่ติดกับของคุณป้า และไม่มีเนื้อที่เพียงพอในการกลับรถ จึงได้ถอยมากลับหน้าบ้านของคุณป้า ด้วยความลำบาก เพราะหากจะกลับรถภายในซอยนี้จะต้องเปิดประตูบ้านเท่านั้น รถคันดังกล่าวจึงถอยไปโดนกระถางต้นไม้หน้าบ้านของคุณป้าแตกแล้วขับออกไป จากนั้นคุณป้าทั้งสองจึงได้มาต่อว่าบ้านญาติของ น.ส.อุดมพร เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพื่อนหรือญาติ มาธุระที่บ้านญาติของตน ซึ่งตนและญาติได้อธิบายแล้ว แต่คุณป้าทั้งสองไม่ยอมฟัง พร้อมเรียกร้องค่าเสียหาย 20,000 และเดินทางไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สถานีตำรวจนครบาล บางเขน

น.ส.อุดมพร ระบุว่า ตนและญาติได้ปฏิเสธความรับผิดชอบเพราะไม่ใช่ผู้ที่กระทำความเสียหายดังกล่าว หลังจากนั้น คุณป้าทั้งสองได้นำกระถางต้นไม้มาวางเพิ่มขึ้นอีก และนำยางเก่ารถยนต์มาวางเพิ่มเติมอีกจำนวน 8 เส้น ในเวลาต่อมา ตนและญาติที่มีบ้านอยู่ท้ายซอยและมีรถยนต์ก็ไม่เข้าใจถึงเจตนาของคุณป้าทั้งสอง เพราะเคยอธิบายถึงปัญหาไปหลายรอบ แต่กลับได้คำตอบเดิมๆ นั่นก็คือสิทธิส่วนบุคคล ตนนั้นมีสิทธิ์ จนกระทั่งมาเกิดเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ญาติของตนจึงตัดสินใจอัดคลิปวิดีโอ และโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อขอคำแนะนำจากกลุ่มเพื่อน ต่อมา เพื่อนของเพื่อนไม่สามารถมองเห็นโพสต์ จึงเปิดเป็นสาธารณะ แล้วถูกแชร์ไปโพสต์ต่อ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์สารพัดในสังคมโซเชียลตามที่เป็นข่าว แต่ต่อมาได้ลบออก เนื่องจากเสียความรู้สึกจากผู้ที่ไม่รู้จริง โดยหลังจากปรึกษา หาแนวทางแก้ไขจากเจ้าหน้าที่เสร็จสิ้น ตนจะเป็นฝ่ายเริ่มนำสิ่งของกระถางต้นไม้ บริเวณหน้าบ้านของตนออก ส่วนทางคู่กรณีคือ น.ส.วิไลวรรณ เชาวนโยธิน ยังยืนยันที่จะวางกระถาง และยางรถยนต์เก่าไว้ดังเดิม และห้ามใครขยับเคลื่อนย้าย หากหยิบจับ ตนนั้นจะแจ้งความข้อหาทำลายทรัพย์สินส่วนตัว

ด้าน นายเอกราช สัตยธาดากูล เพื่อนบ้านใกล้เคียงที่เป็นผู้ถ่ายคลิป เล่าว่า หลังจากไปตกลงร่วมกันที่สำนักงานเขต ฝั่งบ้านตนจะเอากระถางต้นไม้ออกทั้งหมด ส่วนอีกฝ่ายจะเอาออกหรือไม่ก็แล้วแต่.

หญิงชราวางต้นไม้หน้าบ้าน เพื่อนบ้านอ้างถอยรถไม่ได้ เดินหน้าเจรจาหาทางออกร่วมกัน ฝ่ายหนึ่งยอมรื้อออกตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ฝั่งคุณป้าลั่นเป็นสิทธิส่วนบุคคลไม่รื้อ หากใครหยิบจับจะแจ้งความ... 7 มี.ค. 2560 20:07 ไทยรัฐ