วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'มีชัย' ชี้ องค์กรอิสระ ไม่จำเป็นดูงาน ตปท. จ่อ พิจารณาห้ามจัดหลักสูตร

"มีชัย" ย้ำ กรธ.เล็งทยอยส่ง ก.ม.ลูกให้ สนช.เดือนละฉบับ เชื่อดูงานต่างประเทศไม่มีความจำเป็นกับองค์กรอิสระ เชื่อการดูงานของ กกต.ไม่น่าจะได้อะไร ยันการตรวจสอบมี สตง.ดูประสิทธิภาพการใช้เงิน มีรายละเอียดอยู่แล้ว ขณะที่ ครม.ควักกระเป๋าเกือบ 300 ล้าน จ่ายให้ สปท.ทำงานต่ออีก 8 เดือน...

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. เวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยนายมีชัย กล่าวถึงปฏิทินทำงานของ กรธ.ว่า ระยะเวลาเลือกตั้งที่ชัดเจนจะทราบเมื่อรัฐธรรมนูญใหม่ใช้บังคับ หากพิจารณาจากระยะเวลาสูงสุดที่ทำกฎหมายลูก คือ 8 เดือน และบวก 2 เดือนที่ สนช.ต้องพิจารณากฎหมาย รวมเป็น 10 เดือน แต่หากมีข้อขัดแย้งที่ กรธ.และ สนช.ต้องพิจารณาร่วมกันต้องบวกเวลาไปอีก 30 วัน ดังนั้นเวลาที่ใช้สูงสุดคือตรงนั้น แต่จะทำเสร็จก่อนกรอบเวลาดังกล่าวหรือไม่ คำตอบอยู่ที่กฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่างกฎหมายลูกว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. โดยจะพิจารณาจากการส่งร่างกฎหมาย กกต. และร่างกฎหมายของพรรคการเมืองให้ สนช.พิจารณาและรอดูเนื้อหาว่าจะปรับแก้ไขเนื้อหาอย่างไร จากนั้นพรรคและ กกต.ต้องใช้เวลาเตรียมตัวเท่าใด หากรู้กรอบการเตรียมตัวชัดเจนแล้ว และพรรครวมถึง กกต.เตรียมความพร้อมได้แล้วเสร็จก็จะส่งกฎหมาย ส.ส.และร่างกฎหมาย ส.ว. ให้ สนช.พิจารณา

"ตอนนี้เราทำล่วงหน้าอยู่อย่างน้อยที่สุด 3-4 ฉบับแรกก็พร้อม แต่ต้องนึกถึงการทำงาน สนช.ด้วย หากเราส่งพรวดไปก็ลำบาก สนช. จึงขอให้ทยอยส่ง โดยคิดว่าเมื่อสนช.พร้อม กรธ.จะส่งกฎหมายพรรคการเมืองและ กกต. และจากนั้นส่งเดือนละฉบับ ทุกเดือนต่อเนื่องกัน"

นายมีชัย กล่าวถึงกรณีการพิจารณาห้ามให้องค์กรอิสระมีหลักสูตรพิเศษว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาว่า จะบัญญัติในเนื้อหาของกฎหมายลูกขององค์กรอิสระทุกองค์กรหรือไม่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เขียนระบุไว้ในกฎหมายลูกของ กกต.ไปแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่าจะครอบคลุมกับองค์กรอื่นหรือไม่ อย่างไรก็ตามการจัดหลักสูตรที่ให้เจ้าหน้าที่ในองค์กรอิสระเรียนกับบุคคลทำให้กลายเป็นการสร้างความสัมพันธ์กับบุคคลนั้น อาจต้องพิจารณาไม่ให้มี แต่กรณีของการจัดอบรมเพื่อพัฒนาบุคลากรขององค์กร โดยเชิญบุคคลภายนอกให้ความรู้ได้ อาจยังให้ทำได้อยู่ ตนมองว่าคนในองค์กรอิสระมีความรู้ มีความชำนาญก่อนได้รับพิจารณาเข้ารับตำแหน่งแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปอบรมเพิ่มความรู้อีก

ส่วนกรณีการไปดูงานต่างประเทศนั้น อาจต้องพิจารณาด้วย เช่น กรณีของ กกต.ที่ไปดูงานด้านการเลือกตั้ง หรือการปราบทุจริต ซึ่ง กกต.ตั้งมาเป็น 10 ปีแล้ว มีความจำเป็นหรือที่ต้องไปต่างประเทศ หรือการไปดูงานประเทศที่ไม่มีการทุจริต เพื่อนำมาปรับใช้กับประเทศที่มีการทุจริต ตนไม่เชื่อว่าไปดูแล้วจะได้อะไร การตรวจสอบการใช้งบประมาณเพื่อทำหลักสูตร หรือดูงานนั้นกำหนดให้ สตง.เป็นผู้เข้าไปตรวจการใช้เงิน  โดยกำหนดให้ดูประสิทธิภาพการใช้เงิน ผลสัมฤทธิ์ และประหยัดด้วย อย่างไรก็ตามรายละเอียดส่วนดังกล่าวยังอยู่ระหว่างพิจารณา

ด้าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติจ่ายงบประมาณให้กับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า ครม.ได้อนุมัติงบฯ วงเงิน 293,869,800 บาท ให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร (สผ.) ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการ สปท. เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของสมาชิก สปท.เพิ่มเติม เนื่องจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ที่ได้รับจัดสรรจำนวน 4 เดือน (ต.ค.59 - ม.ค.60) จำนวน 189,440,600 บาท ไม่เพียงพอต่อการดำเนินงานและใช้จ่ายเพื่อรองรับการปฏิบัติงานของ สปท. และคณะกรรมาธิการที่จะขยายเวลาปฏิบัติงานจนกว่าจะมีกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ และประกาศใช้บังคับภายใน 120 วัน นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แต่โดยปัจจุบันยังไม่มีการประกาศใช้ร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้ระยะเวลาการสิ้นสุดของ สปท.ต้องขยายออกไปอีก 8 เดือน ตั้งแต่ ก.พ.-ก.ย.60 จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องขอใช้เงินงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นดังกล่าว.

"มีชัย" ย้ำ กรธ.เล็งทยอยส่ง ก.ม.ลูกให้สนช.เดือนละฉบับ เชื่อดูงานต่างประเทศไม่มีความจำเป็นกับองค์กรอิสระ เชื่อการดูงานของ กกต.ไม่น่าจะได้อะไร ยันการตรวจสอบมี สตง.ดูประสิทธิภาพการใช้เงิน มีรายละเอียดอยู่แล้ว ขณะ ครม.ควักกระเป๋า 7 มี.ค. 2560 17:15 ไทยรัฐ