วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ภูมิพัฒน์ รองรัตน์” ผู้บริหารหนุ่มวิสัยทัศน์ไกล เชื่อคำพ่อสอน ไม่ต้องเป็นคนฉลาดมาก ขอให้เป็นแค่คนดี

พิสูจน์ความสามารถด้วยการสร้างธุรกิจของตนเองจนประสบความสำเร็จ “ภูมิพัฒน์ รองรัตน์” ผู้บริหารหนุ่มที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่ง ที่เริ่มเรียนงานหาประสบการณ์จากการเข้ามาสานต่อธุรกิจของครอบครัวด้านอสังหาริมทรัพย์ ก่อนที่จะตัดสินใจออกมาปลุกปั้นธุรกิจของตนเองด้วยวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล

ต่อ-ภูมิพัฒน์ ทายาทของ ปรียา รองรัตน์ และ พีระพันธ์ โกศลวรรษ เล่าเส้นทางชีวิตของตนเองว่า เรียนหนังสือในเมืองไทย (ที่ ร.ร.สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร) จนอายุได้ 9 ขวบ ที่บ้านก็ส่งไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ แล้วไปต่อปริญญาตรี ด้านบริหารธุรกิจและการตลาด ที่ Portland State University เมืองโอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงกลับ
มาทำงานที่บ้าน ซึ่งมีทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซื้อขายและปล่อยเช่าพื้นที่ย่านสุขุมวิท, ย่านสีลม, โรงแรมย่าน ถ.รัชดาภิเษก
ทำได้สักพักช่วงนั้นมีกระแสเรื่องความพอเพียง ซึ่งตนรู้สึก “อิน” เลยคิดว่าของหลายอย่างเราน่าจะซ่อมแซมแล้วนำเอามาใช้ใหม่ได้ ทำให้มองหานวัตกรรมที่ช่วยยืดอายุสิ่งของ จึงได้ติดต่อขอเป็นผู้นำเข้าแฟรนไชส์ “Color Glo International”
จากสหรัฐฯ โดยถือลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งจีน ภายใต้บริษัท คัลเลอร์ โกล์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ให้การบริการเทคโนโลยีการทาเคลือบสิ่งของตกแต่งภายในรถยนต์, เครื่องบิน และเรือยอชต์
รวมทั้งรับซ่อมแซมและบำรุงรักษาภายในรถ อาทิ เบาะรถหนังแท้, เบาะกำมะหยี่, คอนโซลรถไวนิล พลาสติก ฯลฯ รวมทั้งกระเป๋าหนัง, สายนาฬิกาและเฟอร์นิเจอร์ทุกชนิดในบ้าน

“ตอนนั้นประมาณปี 2555 นอกจากผมอินเรื่องความพอเพียงแล้ว เป็นช่วงที่ผมทำบ้านใหม่ ด้วยความที่เป็นคนเนี้ยบ ก็ไม่อยากให้บ้านเก่าหรือเลอะเทอะ เลยอยากหาเทคโนโลยีเพื่อมาปกป้องของตกแต่งภายใน และไปเจอบริษัท คัลเลอร์ โกล์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำระดับโลก เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ทำมา 50-60 ปีแล้ว งานที่ผมทำก็เหมือนไปชะลอการแก่ ขจัดริ้วรอยของสิ่งของเครื่องหนัง หรือของใช้ ผมก็เหมือนทำโบท็อกซ์ให้เครื่องหนังกลับมาให้สวยเหมือนเดิม กรณีที่เป็นของเก่า ส่วนถ้าเป็นของใหม่ ก็เป็นการเคลือบเพื่อป้องกันการขูดขีด และช่วยให้มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น ผมก็ได้นำเทคโนโลยีนี้ไปทำกิจกรรมเคลือบหนังสือพิมพ์ เก็บข่าวการสวรรคตของในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยรายได้มอบให้มูลนิธิชัยพัฒนาด้วย” คุณต่อเล่าถึงรายละเอียดงานธุรกิจของเขา

แม้จะเริ่มทำธุรกิจเพียงไม่กี่ปี ผู้บริหารหนุ่มวัย 39 คนนี้บอกว่า วันนี้ถือว่ามาได้ไกลพอสมควร เพราะนอกจากให้บริการในประเทศแล้ว ยังขยายผู้แทนจำหน่ายไปที่กัมพูชา, สิงคโปร์, มาเลเซีย ซึ่งความสำเร็จที่ได้มาทุกวันนี้ มาจากความตั้งใจและความพยายามเอาชนะในสิ่งที่เราอยากให้เป็นไปได้ รวมทั้งมีความซื่อสัตย์ไม่เอาเปรียบลูกค้า ซึ่งเป็นหัวใจหลักที่ทำให้เราทำงานได้ดี

“พ่อผมจะบอกตลอดเลยว่า ไม่ต้องเป็นคนที่ฉลาดมาก ขอให้เราเป็นแค่คนดี ก็ดีแล้ว ซึ่งผมก็คิดเช่นนั้น ความสำเร็จของผมไม่ได้มองเรื่องงาน แต่มองไปที่การมีครอบครัวที่มีความสุข เพราะสุดท้ายเราก็ไม่สามารถเอาอะไรไปได้สักชิ้น คนเราถ้ามีความพยายาม เงินมันก็จะหาได้ แต่การมีครอบครัวที่ดี เงินซื้อไม่ได้ นอกจากนี้ผมยังเชื่อในเรื่องการให้โอกาสแก่คนอื่น ผมเคยอยู่ในจุดที่คนอื่นให้โอกาสผม ผมก็อยากส่งต่อโอกาสแบบนี้แก่คนอื่นด้วย เพราะเชื่อว่าการส่งต่อโอกาสให้คนอื่น ทำให้สังคมและประเทศเราเจริญขึ้น” หนุ่มนักบริหารกล่าวในตอนท้ายด้วยความภาคภูมิใจ.