วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าแยกมิตรให้เป็นศัตรู

โดย สายล่อฟ้า

ฟังด้วยใจเปิดกว้าง เห็นต่างหรือให้ตั้งสติ

1 ปีจะมีสักครั้ง สำหรับอาจารย์ธีรยุทธ บุญมี ในการออกมาวิพากษ์วิจารณ์เหตุบ้านการเมืองจากการนำเสนอผลวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆที่ผ่านมา

“บุคลากรในแม่น้ำ 5 สายเกือบทั้งหมด มีความคิดแบบอนุรักษนิยมและจารีตนิยม มีผลงานที่ดีบ้าง แต่ยังไม่มีที่ให้ความหวังเรื่องปฏิรูป แต่แสดงออกชัดเจนที่จะผลักให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ในอำนาจต่อไป เพื่อตัวเองจะได้อยู่ในอำนาจต่อไปด้วย”

“ดังนั้น จากเรือแป๊ะกับแม่น้ำ 5 สาย จึงเริ่มกลายเป็นยุทธ์เรือโยง ป้อมเรือพ่วง ลากจูงกันไป ทุลักทุเลมากขึ้น จนอาจเกยหาดหรือติดเกาะแก่งได้ถ้าฝืนอยู่ในอำนาจต่อไป”

นั่นเป็นบทสรุปกับการดำเนินงานของ คสช.ที่ผ่านมา

“ทำไมไม่จัดวางยุทธศาสตร์ที่จะให้ภาคสังคม-ประชาชนมีสิทธิอำนาจควบคู่กับความรับผิดชอบมากขึ้น ให้กองทัพ ข้าราชการ มีภูมิคุ้มกัน มีความเข้มแข็งที่จะไม่ร่วมมือคอร์รัปชันกับนักการเมือง แต่คอยต้านทานขัดแย้งได้”

“ให้ภาคสังคม-ประชาชน-เอกชนเข้มแข็ง มีอำนาจและความรับผิดชอบในการปฏิรูป ถ่วงดุลกับภาคการเมืองให้มากขึ้น”

นอกจากนั้นยังประเมินด้วยว่างานในระดับจัดระเบียบปัญหาพื้นผิวหรืองานเชิงเร่งรัดนโยบาย อาทิ เรื่องรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า จะไม่ทำให้รัฐบาลได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น แต่งานระดับโครงสร้างอำนาจหรือโครงสร้างรากฐาน

การปราบคอร์รัปชันหรือการเร่งรัดคดีคอร์รัปชันที่ค้างคาที่รัฐบาลประกาศว่าจะจัดการให้เสร็จสิ้นตั้งแต่ 2 ปี

งานระดับนี้จะดึงศรัทธาประชาชนกลับมาได้

ผมว่าถ้าได้อ่านทั้งหมดจากการนำเสนอของอาจารย์ธีรยุทธแล้วน่าจะเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล คสช. มากกว่าที่ไปใช้วิธีการตอบโต้

เพราะเท่ากับว่าได้เสนอความจริงที่เกิดขึ้นและมีข้อเสนอที่เป็นทางออก

เพียงแต่มีการเปรียบเทียบและเล่นคำที่ทำให้ผู้นำและรัฐบาลรู้สึกแสลงใจบ้าง ก็เพื่อให้ข้อเสนอได้รับความสนใจ

แต่เนื้อหาทั้งหมดเป็นความจริงใจมากกว่า

ที่ผ่านมา รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง พออาจารย์ธีรยุทธออกมานำเสนอในลักษณะนี้ล้วนแสดงความไม่พอใจเปิดฉากต่อต้านกันเป็นขบวนทัพ

เนื่องจากรับฟังความจริงไม่ได้กลายเป็นว่าต้องการต่อต้านรัฐบาล ไปรับจ้างจากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล

ความจริงแล้วน่าจะขอบคุณเขาด้วยซ้ำที่เป็น “กระจก” ส่องความจริงแล้วนำไปปรับปรุง แก้ไข เพื่อให้รัฐบาลได้รับความนิยมและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด

ข้อมูลต่างๆที่นำเสนอคงไม่ใช่ว่าพูดหรือคิดอะไรด้วยการนั่งเทียน แต่เป็นไปด้วยการติดตามข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงจากผลแห่งการกระทำที่เกิดขึ้น

จากนั้นก็ไปวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าได้เกิดอะไรขึ้น และควรมีแนวทางแก้ไขอย่างไร

เป็นความจริงที่สร้างสรรค์มากกว่าอคติ

ไม่รู้ว่านายกฯประยุทธ์จะคิดอย่างไร แต่เชื่อว่าคงจะได้อ่านแล้ว การที่โฆษกรัฐบาลออกมาตอบโต้นั้น เพราะถูกสั่งหรือว่าทำหน้าที่เองในฐานะปากเสียงของรัฐบาล

แต่ในความจริงแล้ว ถ้านายกฯนำไปคิดไปไตร่ตรองแล้วย้อนกลับไปมองในการปฏิบัติที่ผ่านมาและสิ่งที่กำลังดำเนินการเพื่อก้าวไปในหนทางข้างหน้า ซึ่งมีเวลาอีกพอสมควร

เรือแป๊ะคงไม่วนอยู่ในทะเลที่เวิ้งว้างและเกยตื้นได้.

“สายล่อฟ้า”